ลงทุน Jitta Ranking ตอนที่ 5 U.S. Tech ดันพอร์ตโตทะยานฟ้า

29 ธันวาคม 2564Jitta RankingJitta Wealth

วันๆ หนึ่งคุณใช้เทคโนโลยีอะไรบ้าง ดูทีวีผ่านสตรีมมิง ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก เปิดแอปพลิเคชันโอนเงิน และอื่นๆ ที่ทำให้คุณขาดสิ่งเหล่านี้ไม่ได้

คุณเป็นสมัครสมาชิก (Subscription) บริการเทคโนโลยีกี่รายการ เป็นรายจ่ายต่อเดือนเท่าไร และเลิกใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้หรือไม่

เชื่อว่า คุณมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กำลังบอกคุณว่า เทคโนโลยีมีอิทธิพลกับวิถีชีวิตผู้คนทั่วโลก รวมทั้งคุณด้วย 

ก่อนหน้านี้ทีมงาน Jitta Wealth พาคุณไปทำความรู้จัก ‘ลงทุน Jitta Ranking’ เลือกประเทศไหนดีกันไปแล้ว พร้อมทั้งภาคต่อไฮไลต์จุดเด่นและโอกาสลงทุนทั้ง 3 ตลาดหุ้นที่กำลังเติบโต อย่างสหรัฐอเมริกา จีน และเวียดนามกันไปแล้ว

แต่กองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking ยังมีอีก 1 แผนที่น่าลงทุนเช่นเดียวกัน นั่นคือ Jitta Ranking – U.S. Tech เลือกหุ้นเทคโนโลยีจากหลายๆ กลุ่มอุตสาหกรรมในตลาดหุ้นสหรัฐฯ 

หากคุณต้องการลงทุนหุ้นรายตัวที่เฉพาะเจาะจงในธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตระยะยาวเป็น 10 หรือ 20 ปี ลองมาทำความรู้จักหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ในบทความนี้กัน

หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เติบโตแค่ไหน

ธุรกิจหลักๆ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสหรัฐฯ คือ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนมูลค่า GDP สหรัฐฯ เติบโตรวดเร็ว 

ปัจจุบันบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปสูงที่สุดในโลก 10 อันดับแรกส่วนใหญ่เป็นบริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ และคุณรู้จักกันดี ได้แก่ 

  • Apple (เทคโนโลยีสารสนเทศ) 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Microsoft (เทคโนโลยีสารสนเทศ) 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Google (บริการสื่อสาร) 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Amazon (สินค้าฟุ่มเฟือย) 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Meta Platforms (บริการสื่อสาร) 963,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Nvidia (เทคโนโลยีสารสนเทศ) 773,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มาร์เก็ตแคปของ 6 บริษัทเหล่านี้ นับถึง 28 ธันวาคม หากนำมารวมกัน จะมูลค่าเท่ากับ 11.04 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนเกือบ 50% ของมูลค่า GDP สหรัฐฯ ที่ 22.94 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดการณ์ในปี 2564

แต่บริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ในสหรัฐฯ มีเป็นสิบเป็นร้อยบริษัททั้งที่อยู่ในตลาดหุ้นและนอกตลาด กระจายในไปหลายๆ กลุ่มอุตสาหกรรม สะท้อนว่า หากรวมมูลค่ากิจการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสหรัฐฯ จริงๆ อาจจะมากกว่า GDP รวมทั้งประเทศก็ได้

แล้วอะไรที่ดันให้มูลค่ากิจการเทคโนโลยีสหรัฐฯ เหล่านี้ เติบโตสูงมากๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บางบริษัทอย่าง Apple Microsoft และ Google มีมูลค่าสูงกว่า GDP บางประเทศเสียอีก

นั่นก็คือ รายได้และกำไรที่เติบโต ตลาดผู้ใช้งานทั่วโลก ความแข็งแกร่งของสินค้าและบริการ และอำนาจต่อรองสูงในตลาด จึงทำให้นักลงทุนทั่วโลก เชื่อมั่นและเห็นโอกาสเติบโตในหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ส่วนราคาหุ้นและมาร์เก็ตแคป คือ ตัวชี้วัดคุณภาพของกิจการนั่นเอง

การเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ พุ่งทะยานมาโดยตลอด และสร้างผลตอบแทนสูงให้กับนักลงทุนทั่วโลก แต่โลกของเทคโนโลยีมีการแข่งขันสูงมาก เพราะทุกบริษัทและสตาร์ตอัปสามารถพัฒนานวัตกรรมต่างๆ มาดิสรัปกันเองตลอดเวลา จึงไม่ใช่ทุกบริษัทจะสามารถอยู่รอดได้ในสังเวียนเทคโนโลยี

ความท้าทายของนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมา คือ จะเข้าถึงพฤติกรรมของผู้ใช้งานทั่วโลกได้หรือไม่  เพราะถ้าคนใช้งานน้อย โอกาสเติบโตหรือต่อยอดเทคโนโลยีจะยากขึ้นอีกมาก

อีก 1 ปัญหาที่นักลงทุนทั่วโลกจะพบเจอ คือ หุ้นเทคโนโลยีประเมินมูลค่าได้ยาก หากคุณเป็นนักลงทุนสาย VI (Value Investing) รุ่นเก่าๆ คุณคงอยากหลีกเลี่ยงศึกษางบการเงินของหุ้นเทคโนโลยี เพราะบริษัทจะขยายธุรกิจผ่านทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน นั่นก็คือ ซอฟต์แวร์ แพลตฟอร์ม หรือบริการต่างๆ ที่อยู่ในโลกออนไลน์ ขณะที่มาตรฐานการทำบัญชี เน้นบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายผ่านสินทรัพย์ที่มีตัวตน

ดังนั้นงบการเงินของหุ้นเทคโนโลยีส่วนใหญ่ จะมีผลกำไรที่ไม่สูง หรือบันทึกผลขาดทุนทุกปี แต่มีกระแสเงินสดเติบโตตลอด ซึ่งมาจากการขายบริการต่างๆ ที่เป็นรายได้ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือนหรือรายปี (Recurring Revenue) นั่นเอง 

แต่ด้วยศักยภาพการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยี ทำให้ราคาหุ้นมีความผันผวนมาก และบางช่วงเวลาราคาหุ้นจะสูงกว่ามูลค่าที่แท้จริง จึงประเมินราคาพื้นฐานได้ยากขึ้น

แพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta จึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนา AI และออกแบบอัลกอริทึมมาช่วยลงลึกไปที่งบการเงินของหุ้นเทคโนโลยีโดยตรง ต่อยอดให้กองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ออกแบบนโยบาย Jitta Ranking – U.S. Tech ได้ดียิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนที่สนใจในหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ แต่ไม่สามารถเลือกหุ้นหรืออ่านงบการเงินได้เอง 

หลักการของ Jitta Ranking – U.S. Tech คือ หุ้นเทคโนโลยีพื้นฐานดี มีโอกาสเติบโต จากการทำ Back Test ย้อนหลัง 10 ปี โดยใช้ AI และอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม Jitta พบว่า Jitta Ranking – U.S. Tech สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีได้สูงถึง 24.33% ในช่วง 2554-2563 โดยมีผลตอบแทนชนะดัชนี S&P500 ในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 13.89% ต่อปี

AI จะคัดเลือกหุ้นเทคโนโลยีคุณภาพดีอย่างไร

การจัดพอร์ตลงทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ มีความเสี่ยงสูงมาก จากความผันผวนของราคาและการลงทุนเจาะจงไปในรายธุรกิจ หากคุณเข้าใจสินทรัพย์ที่ลงทุนและความเสี่ยง คุณลงทุนได้สบายใจยิ่งขึ้น 

อย่างที่เราเกริ่นไว้แล้วว่า สังเวียนเทคโนโลยีในสหรัฐฯ มีการแข่งขันสูงมาก ทำให้บริษัทต่างๆ พยายามออกแบบและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาดึงดูดผู้ใช้งานอยู่ตลอดเวลา เพราะโลกยุคนี้ อยู่กับคำว่า Technology Breakthrough หมายถึง เทคโนโลยีที่มีผลต่อการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ดังนั้นอิทธิพลของเทคโนโลยี…ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้

ในเมื่อผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงการใช้เทคโนโลยี ตลาดผู้ใช้งานระดับหลายพันล้านคน จึงทำให้ราคาหุ้นบริษัทเทคโนโลยีมีการเติบโตสูงแบบก้าวกระโดด ทำใหนักลงทุนทั่วโลกเห็นโอกาสนี้ เป็นสาเหตุให้ราคาหุ้นเทคโนโลยีพุ่งขึ้นสูงแทบทุกบริษัท

เมื่อราคาหุ้นพุ่งขึ้นสูงมาก ทำให้การคัดเลือกหุ้นเทคโนโลยีเป็นเรื่องยาก และมีหลายบริษัทที่ถูกดิสรัปจนล้มหายตายจากไปก็มี การใช้ AI จากแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta จะทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายขึ้น ด้วยการวิเคราะห์ คัดสรร และจัดพอร์ตหุ้นเทคโนโลยี โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเจาะลึกและวิเคราะห์งบการเงินของแต่ละบริษัทด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ อัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม Jitta ถูกออกแบบมาให้สแกนงบการเงินที่ลงลึกมากขึ้นเฉพาะสำหรับบริษัทเทคโนโลยี โดยให้น้ำหนักของรายได้และกระแสเงินสดมากขึ้น เพราะในทางปฏิบัติของมาตรฐานบัญชีปัจจุบันยังไม่เป็นมิตรกับบริษัทเทคโนโลยี 

อย่างที่เราได้อธิบายไปตอนต้น มาตรฐานบัญชีจะเน้นบันทึกรายได้และค่าใช้จ่ายผ่านทรัพย์สินที่มีตัวตน แต่บริษัทเทคโนโลยีมีทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน ส่งผลให้งบการเงินของบริษัท มีรายได้โตอย่างโตเนื่อง แต่กำไรสุทธิกลับลดลงหรือขาดทุนสุทธิหลายปีติดต่อกัน ขณะที่กระแสเงินสดกลับเพิ่มขึ้น จึงเป็นที่มาของอัลกอริทึมที่จะวิเคราะห์หุ้นเทคโนโลยีแตกต่างออกไปจากบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดั้งเดิม

สิ่งที่คุณจะมั่นใจได้มากขึ้น คือ AI ของแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta จะวิเคราะห์เลือกหุ้นเทคโนโลยีคุณภาพดี มีโอกาสเติบโต ราคาหุ้นเหมาะสมที่จะลงทุนตามหลักการ VI ได้ เพื่อสร้างโอกาสให้พอร์ตเติบโตในระยะยาวได้

นี่คือ หลักการลงทุนของ Jitta Ranking – U.S. Tech และการวิเคราะห์หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ของ แพลตฟอร์ม Jitta คุณอาจจะอยากรู้แล้วว่า แล้ว AI วิเคราะห์หุ้นมาให้ มีบริษัทอะไรบ้างที่อาจจะเข้ามาอยู่ในพอร์ตของคุณ มาทำความรู้จักบริษัทเหล่านี้กัน

ส่อง 5 หุ้นดีราคาเหมาะสมสำหรับ ‘ลงทุน Jitta Ranking’ หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ

รายชื่อหุ้นสำหรับกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking – U.S. Tech จะมีการอัปเดตทุกปี เพราะงบการเงินมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามสถานการณ์และความเสี่ยง ดังนั้นศักยภาพเติบโตของหุ้นเทคโนโลยีย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน

สำหรับปี 2564 ทีมงาน Jitta Wealth ทำการอัปเดตลำดับหุ้นไปแล้ว โดยคุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไชต์ ซึ่งจะเป็นรายชื่อหุ้น 30 บริษัทแรกที่ AI ของแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้นจาก Jitta เฟ้นหามาแล้วว่า เป็นหุ้นเทคโนโลยีสัญชาติอเมริกันที่น่าลงทุนที่สุด 

หลายๆ บริษัทมีชื่อเสียงระดับโลก บางบริษัทมีชื่อไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไร บางบริษัทเป็นสตาร์ตอัปที่เพิ่งเข้ามาในตลาดหุ้นและมีการเติบโตสูง เพราะการวิเคราะห์หุ้นด้วย AI จะเป็นการดูข้อมูลและตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่มีอคติ อารมณ์ ความชอบ และความเชื่อส่วนตัว หุ้นที่คัดเลือกมาจากข้อเท็จจริงล้วนๆ

สำหรับตัวอย่าง 5 บริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่อาจจะอยู่ในพอร์ตลงทุน Jitta Ranking – U.S. Tech ของคุณ พร้อมกับงบการเงินย้อนหลังของทั้ง 5 บริษัทมีดังนี้

Jitta Ranking

Meta Platforms (Facebook)

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก รู้จักกันในชื่อ Facebook แต่เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta Platforms เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของบริษัทที่มุ่งพัฒนาเทคโนโลยี Metaverse ระดับโลกที่สามารถเชื่อมต่อผู้คนในโลกเสมือนจริงได้ Meta มีเป้ามายพัฒนาและออกแบบนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้งานทั่วโลกอยู่เสมอ เป็น 1 ในบริษัทเทคโนโลยีที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 963,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี ของ Meta 

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลง กำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
256385,965+21.60%69,273+19.59%
256270,697+26.61%57,927+24.62%
256155,838+37.35%46,483+32.06%
ที่มา: Jitta.com ณ 28 ธันวาคม 2564 หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Amazon

ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซชื่อดังระดับโลก ขายสินค้าทุกชนิดและทุกรูปแบบ Amazon ได้ขยายธุรกิจของตัวเองออกไปในเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น คลาวด์ สตรีมมิง และ AI ในปัจจุบันบริษัทได้อานิสงส์จากการแพร่ระบาด Covid-19 ทำให้ผู้คนชอปปิงผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น บริษัทเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซ และมีธุรกิจคลาวด์เป็นหัวใจสำคัญให้ Amazon มีศักยภาพเติบโตในอนาคตอย่างชัดเจน ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี ของ Amazon

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลง กำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
2563386,064+37.62%152,757+32.85%
2562280,522+20.45%114,986+22.68%
2561232,887 +30.93%93,731+42.16%
ที่มา: Jitta.com ณ 28 ธันวาคม 2564 หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Alibaba Group

บริษัทข้ามชาติจากจีนที่ประกอบธุรกิจหลายประเภททั้งอีคอมเมิร์ซ ค้าปลีก อินเทอร์เน็ต AI และคลาวด์ เป็น 1 ในบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของจีน เปิดให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบัน Alibaba ได้ขึ้นมาเป็นบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีของจีน และขยายธุรกิจของตัวเองจนเป็นที่รู้จักอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 321,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ใช้ปีงบประมาณเริ่มเมษายน-มีนาคม)

งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี ของ Alibaba

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลง กำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
2564109,465+52.10%45,443+39.93%
256371,969+28.19%32,475+26.17%
256256,144 +41.03%25,738+12.35%
ที่มา: Jitta.com ณ 28 ธันวาคม 2564 หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Pinterest

แพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์กที่มาในรูปแบบกระดานส่วนตัว ประกอบด้วยเรื่องราวและรูปที่น่าสนใจ ซึ่งจะถูกปักหมุด (Pinned) เอาไว้ Pinterest มีเป้าหมายช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงไอเดียต่างๆ ได้ง่ายดายมากขึ้น เช่น สูตรอาหาร บ้าน และแรงบันดาลใจด้านแฟชั่น โดยสิ่งต่างๆ ที่คุณปักหมุดเอาไว้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในโปรไฟล์ของคุณใน Pinterest ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 24,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี ของ Pinterest

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลง กำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
25631,693+48.12%1,243+58.61%
25621,143+51.17%783.9+52.40%
2561755.9+59.87%514.3+74.84%
ที่มา: Jitta.com ณ วันที่ 28 ธันวาคม 2564 หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Coinbase Global

แพลตฟอร์มซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีที่ใหญ่สุดในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบริษัทแรกที่ได้เข้าตลาดหุ้น Nasdaq แหล่งรวมหุ้นบริษัทกลุ่มเทคโนโลยี Coinbase ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย จนกลายมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล มีสภาพคล่องสูงมากในตลาดคริปโทเคอร์เรนซี เปรียบเหมือนตลาดหลักของคริปโทเคอร์เรนซีในสหรัฐฯ เลยก็ว่าได้ ปัจจุบันมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 57,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

งบการเงินย้อนหลัง 2 ปี ของ Coinbase

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลง กำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
25631,275+143.85%1,275+143.85%
2562522.8N/A522.8N/A
ที่มา: Jitta.com ณ 28 ธันวาคม 2564 หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นี่คือตัวอย่าง 5 บริษัทที่อาจอยู่ในพอร์ตลงทุน Jitta Ranking – U.S. Tech ของคุณ ซึ่งถูกวิเคราะห์โดย AI ของแพลตฟอร์ม Jitta เป็นหุ้นเทคโนโลยีคุณภาพดี มีโอกาสเติบโต และจะสร้างผลตอบแทนทบต้นให้คุณได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตามรายชื่อบริษัทดังกล่าวนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่คุณอาจจะได้ลงทุนเท่านั้น ซึ่งหากคุณเปิดพอร์ตลงทุน Jitta Ranking – U.S. Tech หุ้นที่เข้ามาในพอร์ตอาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เริ่มลงทุนหรือปรับพอร์ต เนื่องจากการวิเคราะห์ของแพลตฟอร์ม Jitta จะอัปเดตทุกวัน เพื่อให้คุณได้หุ้นที่น่าลงทุนที่สุดในวันนั้น

หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงมาก เนื่องจากการลงทุนในหุ้นรายตัวเฉพาะกลุ่มธุรกิจหรืออุตสาหกรรม ราคาหุ้นจะผันผวนมากกว่าหุ้นรายตัวที่กระจายไปในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ส่งผลต่อมูลค่าพอร์ตของคุณ หากคุณรู้สึกไม่สบายใจเวลาที่เห็นกราฟผันผวนมาก แนะนำให้ลงทุนใน Jitta Ranking หุ้นรายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน เวียดนาม หรือนโยบายการลงทุนอื่นๆ จะตอบโจทย์คุณมากกว่า

หากคุณเป็นนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และเห็นโอกาสของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่า การพัฒนานวัตกรรมและบริการ มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกและมีบทบาทสำคัญต่อภาคธุรกิจ มองเห็นการเติบโตของเทคโนโลยีในระยะยาวไปอีก 10 ปี 20 ปี หรือนานกว่านั้น เพียงแต่คุณไม่มีเวลามาศึกษาว่า บริษัทเทคโนโลยีไหนดี ราคาหุ้นแพงไปหรือยัง อ่านงบการเงินก็ใช้เวลาให้ Jitta Ranking – U.S. Tech เป็นทางเลือกช่วยให้คุณลงทุนต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

หากคุณต้องการรู้จัก Jitta Wealth รวมไปถึงกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking มากขึ้น คุณสามารถเข้าไปอ่านข้อมูลได้เว็บไซต์ https://jittawealth.com/jitta-ranking/ustech หรือสอบถามเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนได้ที่ Line ID: @JittaWealth


​​กองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด ผู้บุกเบิกสตาร์ตอัป WealthTech สัญชาติไทยรายแรก ที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01

ผลตอบแทนในอดีต ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจนโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน


อ่านบทความ ‘ลงทุน Jitta Ranking’ ที่เกี่ยวข้อง

ลงทุน Jitta Ranking ตอนที่ 1 เลือกจัดพอร์ตหุ้นประเทศไหนดี

‘AI ของ Jitta Wealth’ เลือกให้ ทำไมพอร์ตยังติดลบ

ลงทุน Jitta Ranking ตอนที่ 2 สหรัฐอเมริกา…มหาอำนาจโลก

Jitta เป็นใคร ทำไมใครๆ ก็ลงทุนกับ Jitta Wealth

ลงทุน Jitta Ranking ตอนที่ 3 จีน…มังกรพร้อมผงาด

จัดพอร์ต ‘หุ้นเมกะแคป’ ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เกาะเทรนด์เศรษฐกิจฟื้น

ลงทุน Jitta Ranking ตอนที่ 4 เวียดนาม…ดาวรุ่งพุ่งแรง


อ้างอิง

  1. What Is Nasdaq? https://www.investopedia.com/terms/n/nasdaq.asp
  2. Tech industry group highlights positive role in US economy https://www.zdnet.com/article/tech-industry-group-highlights-positive-role-of-tech-in-us-economy/
  3. The Coronavirus Crash Of 2020, And The Investing Lesson It Taught Us https://www.forbes.com/sites/lizfrazierpeck/2021/02/11/the-coronavirus-crash-of-2020-and-the-investing-lesson-it-taught-us/?sh=3046418546cf
  4. Introducing Meta: A Social Technology Company https://about.fb.com/news/2021/10/facebook-company-is-now-meta/
  5. เปิดอาณาจักร Alibaba มีอะไรอยู่ในมือ Jack Ma บ้าง https://www.blognone.com/node/102636
  6. ทุกอย่างเกี่ยวกับ Pinterest https://help.pinterest.com/th/guide/all-about-pinterest
  7. รู้จัก Coinbase แพลตฟอร์มซื้อขายเงินดิจิตอลรายแรกที่ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์ https://www.stock2morrow.com/article-detail.php?id=3757
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2022 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด