Jitta Wealth Journal - บิ๊กเทคจีนจับมือเอาตัวรอด

20 กรกฎาคม 2564Jitta WealthJitta Wealth Journal

ตลาดหุ้นเวียดนามปรับฐาน รับมือยังไง

Jitta Wealth Journal ฉบับที่ 34 ประจำวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 มีประเด็นและความเคลื่อนไหวจากทุกมุมโลกที่น่าสนใจ ดังนี้

  • ถึงเวลาที่ Alibaba กับ Tencent จับมือกัน
  • ตลาดหุ้นเวียดนามปรับฐานรอบนี้…น่ากลัวไหม
  • วัคซีน mRNA มีแอนติบอดีสูงกว่า Sinovac ถึง 10 เท่า
  • จีนเตรียมทดลองวัคซีน mRNA ภายในเดือนสิงหาคมนี้
  • Zoom เข้าซื้อกิจการ Five9 มูลค่า 14,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Xiaomi ก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 2 ของโลกแซง Apple
  • ควอนตัมคอมพิวเตอร์ของจีนทำลายสถิติประมวลผลภายใน 72 นาที
  • การท่องเที่ยวไทยจะใช้เวลาฟื้นตัว 1-2 ปี

ไปติดตามกันได้เลย


Jitta Wealth

มาตามคำเรียกร้อง Jitta Ranking จีน

ว่าที่มหาอำนาจโลกจากฝั่งเอเชีย เตรียมพร้อมผงาดทัดเทียมผู้นำโลกอย่างสหรัฐฯ 

การเติบโตในหลายทศวรรษที่ผ่านมาของจีนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ดินแดนมังกรแห่งนี้ คือ โอกาสการลงทุนของคุณ…ที่ไม่ควรพลาด

ลงทุน ‘หุ้นดีราคาถูก’ จากตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ (SSE) และเซินเจิ้น (SZSE) คัดสรรจาก AI ของแพลตฟอร์ม Jitta 

ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีเฉลี่ย 13.42% ต่อปี
เริ่มต้นเพียง 1 ล้านบาท


ถึงเวลาที่ Alibaba กับ Tencent จับมือกัน

หลังจากหุ้นเทคโนโลยีจีนถูกแรงกดดันจากรัฐบาล ในกรณีผูกขาดตลาดและปิดกั้นการแข่งขัน เพื่อให้แต่ละบริษัทครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด รวมทั้งยังมีประเด็นการใช้ประโยชน์ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน  

ล่าสุด 2 บิ๊กเทคจีน Alibaba กับ Tencent กำลังวางแผนเปิด Walled Gardens เป็นการเชื่อมบริการของกันและกัน นับว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังจากแต่ละบริษัทปิดกั้นแพลตฟอร์มของคู่แข่งกันมาตลอด

เมื่อก่อนผู้ใช้งานจีนจะไม่สามารถใช้ระบบชำระเงินของ Tencent เพื่อซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของ Alibaba ดังนั้นพวกเขาจะต้องมี 2 แอปพลิเคชัน คือ Alipay กับ WeChat Pay หากต้องการใช้งานระบบชำระเงินจากทั้ง 2 บิ๊กเทค

แผนการเชื่อมบริการยังอยู่ในช่วงทำงานร่วมกัน คาดว่า ระบบชำระเงิน WeChat Pay ของ Tencent จะไปอยู่ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Taobao และ Tmall ของ Alibaba

นอกจากนี้ผู้ใช้งาน Tencent แชร์รายชื่ออีคอมเมิร์ซของ Alibaba ได้ง่ายขึ้นบนแอปพลิเคชันสนทนา WeChat รวมทั้งอนุญาตให้บางบริการของ Alibaba เข้าถึง WeChat ผ่าน Mini-programs ที่ฝังอยู่ในแอปพลิเคชัน

ความเคลื่อนไหวนี้ เหมือนเป็นการปรับตัวของ 2 บริษัท เพื่อลดแรงกดดันจากทางการจีนที่กำลังปราบปรามการผูดขาดตลาดจากบิ๊กเทครายใหญ่ๆ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญ เพราะส่งผลให้แอปรายเล็กๆ หรือสตาร์ตอัปใหม่ๆ เกิดขึ้นยาก

ตลาดผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจีน ทั้ง Alibaba และ Tencent ครองตลาดอยู่ ด้วยแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันมากมาย เรียกกันเป็น Superapp ที่เป็นประตูให้ผู้ใช้งานจีนทั้งประเทศ

ถ้าความร่วมมือของ 2 บิ๊กเทคนี้เกิดขึ้นจริงๆ ประโยชน์จะตกอยู่กับผู้ใช้งานจีนอย่างแน่นอน และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาดมากขึ้น 

การเข้าตรวจสอบและปราบปรามของทางการจีน เพราะรัฐบาลมองว่า บิ๊กเทคเหล่านี้กำลังมีอำนาจเหนือตลาดจริงๆ และหากไม่มีการออกกฎเกณฑ์ใดๆ มาควบคุม ประชาชนในฐานะผู้ใช้งานแพลตฟอร์มเหล่านี้ จะได้รับผลกระทบมากที่สุด

เมื่อรัฐบาลจีนออกกฎเกณฑ์มากำกับดูแลบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ได้แล้ว พวกเขายังสามารถทำธุรกิจได้เป็นปกติ เพียงแต่อาจจะปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับเงื่อนไขใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

Jitta Wealth มองว่า สุดท้ายแล้ว รัฐบาลจีนคงไม่ทำลายอู่ข้าวอู่น้ำที่เป็นกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติตนเอง เพราะการพัฒนาด้านเทคโนโลยี เป็น 1 ในยุทธศาสตร์สำคัญที่ทำให้จีนต่อกรกับสหรัฐฯ ได้


Jitta Wealth

‘จีน’ มหาอำนาจรายใหม่ เตรียมชิงชัยเป็นเบอร์ 1 ของโลก

อะไรที่ทำให้จีนกลายเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก จะล้มแชมป์อย่างสหรัฐฯ ได้อย่างไร แล้วโอกาสลงทุนในตลาดหุ้นจีนอยู่ตรงไหนบ้าง 

อ่านต่อ


Jitta Wealth

8 เหตุผลที่ ‘Jitta Ranking จีน’ จัดพอร์ตเติบโตได้ไกลกว่า

หลากหลายเหตุผล ที่จะทำให้พอร์ตของคุณเติบโตอย่างสบายใจ ด้วยการลงทุน ‘หุ้นดีราคาถูก’ ที่ตลาดหุ้นจีนกับกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking

อ่านต่อ


Jitta Wealth

Jitta Wealth พบสื่อ

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณตราวุทธิ์ได้มีโอกาสไปพูดคุยกับสื่อหลากหลายแขนง ในแง่มุมความน่าสนใจของเศรษฐกิจจีนและตลาดหุ้นจีน และมุมมองเกี่ยวกับมาตรการของรัฐบาลหลายๆ ด้าน เช่น การควบคุมบริษัทเทคโนโลยีจีน

รายการคนเคาะข่าว News Talk

รายการ Suthichai Live

เพจ Billionaire VI

รายการ Squawk Box


Jitta Wealth

ผ่ากองทุนจีน เปิดมุมมองใหม่ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยลงทุนเสริมพอร์ตแกร่ง

กรุงเทพธุรกิจตีแผ่ข้อดีของการลงทุนหุ้นจีนด้วยเทคโนโลยี AI และจุดเด่นที่ทำให้ ‘Jitta Ranking จีน’ แตกต่างจากกองทุนจีนอื่นๆ 

อ่านต่อ


ตลาดหุ้นเวียดนามปรับฐานรอบนี้…น่ากลัวไหม

ตลาดหุ้นเวียดนามจะทำจุดสูงสุดเมื่อไร หรือจะเป็นขาลงเมื่อไร อย่างที่คุณตราวุทธิ์และทีมงาน Jitta Wealth ได้สื่อสารออกไปเสมอว่า ไม่มีใครคาดการณ์ได้เลย

ดัชนีตลาดหุ้นมีทั้งขาขึ้นและขาลง ถึงเวลาของดัชนี VNI ของตลาดหุ้นโฮจิมินห์ของเวียดนามแล้ว

ปี 2564 ดัชนี VNI เปิดที่ 1,120.47 ในวันที่ 4 มกราคม ก่อนจะปรับฐานครั้งสำคัญจนปิดต่ำสุดที่ 1,023.94 ในวันที่ 28 มกราคม 

หลังจากนั้นดัชนี VNI ทะยานเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำนิวไฮครั้งสำคัญ ปิดที่ 1,216.10 จุด ในวันที่ 1 เมษายน ทะลุ 1,200 จุดอีกครั้งในรอบ 3 ปี 

และก็ไม่มีอะไรฉุดรั้งได้ ดัชนี VNI ทะยานอย่างต่อเนื่อง ทะลุ 1,300 จุด ครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม (1,308.58 จุด) และไปทดสอบที่ 1,400 จุด เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน (1,405.81 จุด)

ยืนเหนือ 1,400 จุดได้เพียง 6 วันทำการ ดัชนี VNI ปรับฐานอีกครั้ง ล่าสุดคือ ปิดที่ 1,243.51 (-4.29%) จุด วันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา

มุมมองของ Jitta Wealth ดัชนีติดลบลงมาประมาณ 10-20% ยังอยู่ในกรอบที่ปกติ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 

ยิ่งดัชนี VNI เป็นขาขึ้นมาตลอดทั้งไตรมาสที่ 2 การปรับฐานลงมาบ้าง ก็ยังมีเหตุผลรองรับอยู่ โดยเฉพาะแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุน รวมทั้งการเทรดบัญชีมาร์จิ้น ที่กดดันให้นักลงทุนขายหุ้นในพอร์ต ซึ่งเหมือนกับการปรับฐานช่วงต้นปี 2564

อีก 1 เหตุผล คือ สถานการณ์  Covid-19 ในเวียดนามเริ่มรุนแรง ผู้ป่วยใหม่ต่อวันสูงขึ้นกว่า 3,000 คน ส่งผลให้มีมาตรการล็อกดาวน์ในโฮจิมินห์ และอัตราการฉีดวัคซีนยังต่ำ อยู่ที่ 4% ของประชากร สำหรับโดสแรก

วิกฤต Covid-19 รอบนี้ รัฐบาลเวียดนามยังมองว่าตนเองจัดการได้ และกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่มากนัก ซึ่งที่ผ่านมาเวียดนามเศรษฐกิจแข็งแกร่ง ครึ่งปีแรก เติบโต 5.64% รัฐบาลยังคงคาดหวัง GDP ปี 2564 เติบโต 6-6.5%

สำหรับดัชนี VNI ปรับฐานช่วงนี้ อาจจะต้องติดตามกันอีกสักระยะว่า ดัชนีจะเคลื่อนไหวต่อในทิศทางไหน แต่สิ่งที่ Jitta Wealth มองคือ ไม่ใช่ว่าทุกกิจการจะได้ผลกระทบจากการปิดล็อกดาวน์ ดังนั้น แม้ว่าจะมีการล็อกดาวน์ ก็จะมีธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ มีแรงส่งที่ดี มีรายได้และกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปะปนอยู่ในตลาดด้วย 

ถ้าคุณลงทุนกับ ‘Jitta Ranking เวียดนาม’ อยู่แล้ว พอร์ตคุณจะถูกปรับทุกๆ 3 เดือนเพื่อให้อัปเดตรับกับผลประกอบการล่าสุดของบริษัท ก็ไม่ต้องกังวลอะไร 

บริษัทใหญ่ๆ ในตลาดหุ้นเวียดนาม ยังอยู่ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์ และเหล็ก โดย Dragon Capital ผู้ออก ETF ในเวียดนาม คาดว่า 60 บริษัทใหญ่จะมีกำไรเติบโต 46% ในปี 2564 

นอกจากนี้ Dragon Capital ประเมินว่า Price-to-earnings (P/E) Ratio ของดัชนี VNI ปี 2564 จะอยู่ที่ 14.1 เท่า คำนวณจากดัชนีเคลื่อนไหว 1,350 จุด จึงมองว่า ตลาดหุ้นเวียดนามยังน่าลงทุนมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคนี้ 

ในฐานะนักลงทุน หากคุณยังมีพอร์ตลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม และยังไม่แน่ใจว่า จะเข้าลงทุนต่อดีหรือไม่ อาจจะรอให้ช่วงเวลาปรับฐานผ่านพ้นไปก่อนได้ แล้วประเมินสถานการณ์อีกครั้ง 

แต่ถ้าคุณยังเชื่อมั่นในศักยภาพเวียดนาม โอกาสนี้ คือ จังหวะการเพิ่มทุนที่ดี หรือหากคุณลงทุนสม่ำเสมออยู่แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะคุณได้กระจายความเสี่ยงในทุกช่วงเวลาของตลาดหุ้นเวียดนามแล้ว

สถานการณ์ตลาดหุ้นเวียดนามขาลงแบบนี้ เข้าใจสาเหตุ ทบทวนเป้าหมายการลงทุนของตัวเอง ตระหนัก…แต่ไม่ตระหนก


Jitta Wealth

ส่องมุมมอง ‘เซียนหุ้น’ รับมืออย่างไร เมื่อไทยยังเผชิญวิกฤต Covid-19

คุณตราวุทธิ์ได้มีโอกาสให้มุมมองกับ The Standard Wealth เกี่ยวกับการแพร่ระบาดรอบนี้ ร่วมกับมุมมองจากกูรูการลงทุนหลายๆ ท่าน เช่น ดร.นิเวศน์ คุณอธิป เสี่ยยักษ์ และเสี่ยป๋อง

อ่านต่อ


การออมแบบไหน เหมาะกับแพทย์เพิ่งจบเฉพาะทาง

สัปดาห์ที่แล้วคุณตราวุทธิ์กับคุณหมอโอ รวมทั้งวิทยากรท่านอื่นๆ ได้พูดคุยใน Clubhouse หากใครที่เพิ่งเริ่มต้นเป็นแพทย์จบเฉพาะทาง รวมไปถึง First Jobber อาชีพอื่นๆ มาลองอ่านวิธีวางแผนทางการเงินนี้ได้

อ่านต่อ


สรุปความเคลื่อนไหวจากทุกมุมโลก

📌 ผลศึกษาฉีดวัคซีนไขว้จากรายงานผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยฮ่องกง (HKU) ระบุว่า คนที่ฉีดวัคซีน mRNA มีปริมาณแอนติบอดีสูงกว่าคนที่ฉีด Sinovac ของจีน 10 เท่า

HKU ได้ศึกษาจากวัคซีนของ Pfizer ที่ทำร่วมกับ BioNTech บอกว่า คนที่ฉีดวัคซีน Sinovac มีปริมาณแอนติบอดีคล้ายคลึงหรือต่ำกว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อแล้ว และสามารถต่อสู้กับโรคได้สำเร็จ

สรุปได้ว่า วัคซีน mRNA ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ ให้การปกป้องเชื้อ Covid-19 กลายพันธุ์ได้ดีกว่าวัคซีนเชื้อตาย แม้ว่าแบบเชื้อตายจะมีต้นทุนการผลิตถูกกว่า ขนส่งและจัดเก็บไม่ซับซ้อน 

📌 Fosun Pharma ของจีนเตรียมทดลองผลิตวัคซีน mRNA ที่พัฒนาร่วมกับ BioNTech ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของจีนมีแผนจะใช้เป็นเข็มกระตุ้นให้ฟรี สำหรับคนที่ฉีดวัคซีนเชื้อตายครบแล้ว

Fosun เตรียมจะผลิตวัคซีน mRNA แบรนด์ Comirnaty โดยจะใช้โรงงานที่เซี่ยงไฮ้และโรงงานในเมืองอื่นๆ ผลิตวัคซีนในกำลังการผลิต 1,000 ล้านโดสภายในสิ้นปี 2564 และสามารถขยายกำลังการผลิตต่อเดือนได้อีก 100-200 ล้านโดส

📌 Zoom เข้าซื้อกิจการ Five9 ผู้ให้บริการคลาวด์คอนแทคเซ็นเตอร์ วงเงิน 14,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้เป็นดีลเทคโอเวอร์กิจการเทคโนโลยีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ในปี 2564

ดีลนี้จะทำให้ Zoom สามารถขยายธุรกิจระบบคลาวด์ของตน จากการประชุมออนไลน์ ไปสู่การดูแลฐานลูกค้า โดยจะใช้ประโยชน์จากธุรกิจของ Five9 โดยในรอบ 16 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น Zoom เติบโตสูงจากมาตรการทำงานจากที่บ้าน 

ดีลเข้าซื้อกิจการเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดของปี 2564 คือ ดีล Microsoft ซื้อ Nuance Communications มีมูลค่า 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

📌 Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนของจีน ก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 2 ของโลกในไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ด้วยส่วนแบ่งยอดขนส่ง 17% ของตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลก แซงหน้า Apple ที่มีส่วนแบ่งอยู่ที่ 14% ตกมาเป็นอันดับ 3 

บริษัทวิจัย Cabalys รายงานว่า Samsung จากเกาหลีใต้ยังมีส่วนแบ่งยอดขนส่งเป็นเบอร์ 1 อยู่ที่ 19%

สมาร์ตโฟนของ Xiaomi มียอดขนส่งโตสูงถึง 300% ในกลุ่มประเทศละตินอเมริกา และ 50% ในยุโรปตะวันออก โดยรวมสูงขึ้น 83% ในไตรมาสที่ 2 เมื่อเทียบกับ Samsung ที่โต 15% และ Apple ที่โตเพียง 1% ในช่วงเวลาเดียวกัน

📌 ควอนตัมคอมพิวเตอร์ของจีน Zuchongzhi ทำลายสถิติใหม่สามารถทำงานได้ภายใน 72 นาที มีประสิทธิภาพเร็วกว่าการประมวลผลของ Sycamore จาก Google ที่เคยทำไว้เมื่อ 2 ปีก่อน 

นักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเมืองเหอเฟย อ้างว่า ควอนตัมคอมพิวเตอร์ของเขาทำงานได้เร็วกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้เวลาประมวลผลอย่างน้อย 8 ปี

พวกเขาบอกอีกว่า เขาใช้การสุ่มตัวอย่างวงจรควอนตัม เป็นตัวชี้วัด เพื่อประเมินประสิทธิภาพการประมวลผลของควอนตัมคอมพิวเตอร์ อย่างไรก็ตาม บทความการทดลองนี้ยังไม่ได้ผ่านการรีวิวจากนักวิชาการคนอื่นๆ 

📌 ธนาคารโลก เปิดเผยรายงานตามติดเศรษฐกิจไทย ระบุว่า กลยุทธ์ฟื้นท่องเที่ยวไทยในระยะกลางควรทำท่องเที่ยวเชิงนิเวศ พร้อมประเมินว่า ภาคการท่องเที่ยวไทยจะใช้เวลาฟื้นตัว 1-2 ปี เทียบเท่าช่วงก่อนโควิด

ธนาคารโลก บอกว่า ไทยมีสถานที่ธรรมชาติอยู่มาก และมีนโยบายการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งสามารถประยุกต์เป็นการท่องเที่ยวมูลค่าสูงได้ในอนาคต 

อย่างไรก็ตาม นโยบาย Phuket Sandbox ในช่วงนี้ ยังไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยเท่าที่ควร เนื่องจากยังมีการแพร่ระบาดสูงในประเทศ ส่วนจะพึ่งพาคนไทยเที่ยวในประเทศก็ยังมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง


ความไม่แน่นอนในโลกของการลงทุนเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่ว่าจะมาจากข่าวสารต่างๆ ที่ไหลเวียนเข้ามา นโยบายภาครัฐและมาตรการจากธนาคารกลางที่ประกาศออกมา ก็ส่งผลให้ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวผันผวนได้ตลอดเวลา

ช่วงนี้มีกระแสข่าวการตรวจสอบหุ้นเทคโนโลยีจีน รวมไปถึงหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาหุ้นขึ้นลงผันผวน และตลาดหุ้นเวียดนามปรับฐาน จากการแพร่ระบาดของ Covid-19 และแรงเทขายจากนักลงทุน

ปัจจัยเหล่านี้ ในฐานะนักลงทุน เราติดตามอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งสำคัญ คือ การทบทวนเป้าหมายการลงทุนของคุณ ว่า สินทรัพย์ที่เราเลือก เป็นสินทรัพย์ที่ดี มีโอกาสเติบโตในระยะยาวใช่หรือไม่

ถ้ายังมั่นใจในสินทรัพย์ของคุณ…ก็ไม่ต้องกังวลใจ

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า  


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – รับมืออย่างไร เมื่อหุ้นเทคจีนถูกเพ่งเล็ง

Jitta Wealth Journal – จีนคุมเข้มเทค ควรลงทุนหรือไม่?

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด