Jitta Wealth Journal - จีนคุมเข้มเทค ควรลงทุนหรือไม่?

6 กรกฎาคม 2564Jitta WealthJitta Wealth Journal

วัคซีน mRNA ดันสหรัฐฯ ฟื้นตัวเร็ว

Jitta Wealth Journal ฉบับที่ 32 ประจำวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 มีประเด็นความเคลื่อนไหวจากทั่วโลก ที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน ดังนี้

  • สหรัฐฯ ฟื้นตัวจาก Covid-19 เร็วที่สุด
  • แอปเรียกรถ DiDi โดนทางการจีนระงับใช้งาน
  • 130 ประเทศทั่วโลกเห็นพ้องกับการกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำ
  • เศรษฐกิจเวียดนามโต สวนทาง Covid-19
  • รัฐบาลเวียดนามเตรียมแผนคุมสกุลเงินดิจิทัล
  • Nexperia เข้าซื้อบริษัทชิปในอังกฤษ
  • สหรัฐฯ ดันไทยเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด
  • แรงงานไทยจะลดลงอีก 30% ในอีก 40 ปีข้างหน้า

ไปติดตามกันได้เลย


มาตามคำเรียกร้อง Jitta Ranking จีน

ว่าที่มหาอำนาจโลกจากฝั่งเอเชีย เตรียมพร้อมผงาดทัดเทียมผู้นำโลกอย่างสหรัฐฯ 

การเติบโตในหลายทศวรรษที่ผ่านมาของจีนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ดินแดนมังกรแห่งนี้ คือ โอกาสการลงทุนของคุณ…ที่ไม่ควรพลาด

ลงทุน ‘หุ้นดีราคาถูก’ จากตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ (SSE) และเซินเจิ้น (SZSE) คัดสรรจาก AI ของแพลตฟอร์ม Jitta 

ผลตอบแทนย้อนหลัง 10 ปีเฉลี่ย 13.02% ต่อปี

เริ่มต้นเพียง 1 ล้านบาท

ทำความรู้จัก Jitta Ranking จีน


Live: VI สายบุ๋น ชี้เป้าหุ้นมังกร

หุ้นจีนมีศักยภาพเติบโตอย่างไร Jitta Wealth ได้เชิญนักลงทุน VI สายวิเคราะห์ทั้งเซียนมี่และคุณทีน่า มาชี้เป้า ‘หุ้นดีราคาถูก’ ให้ พร้อมทั้งฉายภาพโอกาสเติบโตของตลาดหุ้นจีน

กด ‘Going’ ได้เลย


สหรัฐฯ ฟื้นตัวจาก Covid-19 เร็วที่สุดในโลก

Bloomberg ได้จัดอันดับ 53 ประเทศที่กำลังเปิดเศรษฐกิจได้ดีที่สุด สหรัฐฯ คว้าแชมป์เป็นอันดับ 1 โดยวัดจากความก้าวหน้าฉีดวัคซีน รวมทั้งการผ่อนคลายล็อกดาวน์ และปริมาณเที่ยวบินในประเทศ

ทั้งๆ ที่ปี 2563 สหรัฐฯ ประสบปัญหารับมือการแพร่ระบาด ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วย Covid-19 สูงที่สุดในโลก แต่ปี 2564 ภาพเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

บริษัทในสหรัฐฯ เป็นต้นกำเนิดวัคซีนถึง 4 ยี่ห้อ ได้แก่ Pfizer-BioNTech Moderna Johnson & Johnson และ Novavax โดย Pfizer กับ Moderna ใช้เทคโนโลยี mRNA ผลิตผลของจีโนมิกส์ ที่มีประสิทธิภาพป้องกัน Covid-19 ดีที่สุด

สมกับที่สหรัฐฯ ทุ่มเม็ดเงิน 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านโครงการ Operation Warp Speed เพื่อการพัฒนาวัคซีนป้องกัน Covid-19

สหรัฐฯ ในตอนนี้ ผู้คนเริ่มออกเดินทางท่องเที่ยว ใช้ชีวิตปกติ ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว และการใช้จ่ายของประชาชนดันตัวเลข GDP ปี 2564 มีทิศทางที่ดีขึ้นมาก รวมไปถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ 

นอกจากนี้ยังมีประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านการฉีดวัคซีนอย่าง อิสราเอล (อันดับที่ 4) และสหราชอาณาจักร (อันดับ 9) ที่คลายล็อกดาวน์ให้ประชาชนใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว

ส่วนประเทศในสหภาพยุโรป ฉีดวัคซีนให้ประชากรไปแล้ว 40% เปิดพรมแดนให้นักท่องเที่ยวที่ฉีดวัคซีนเดินทางเข้ามาได้ ส่วนนิวซีแลนด์ (อันดับ 2) และสิงคโปร์ (อันดับ 13) มีความคืบหน้าด้านวัคซีน ผู้คนใช้ชีวิตปกติ แต่ยังไม่เปิดประเทศ 

ภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลายประเทศทั่วโลกมีทิศทางที่ดีขึ้น Jitta Wealth มีมุมมองว่า ในช่วงครึ่งปีหลังทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก จะสะท้อนตามภาพเศรษฐกิจ และงบการเงินไตรมาสที่ 2 จะบ่งบอกถึงศักยภาพการเติบโตแต่ละบริษัทได้


สรุปไฮไลต์ Investor Exclusive ประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2564

เปิดโอกาสให้นักลงทุนของ Jitta Wealth ได้เข้ามาสอบถามคุณตราวุทธิ์ ผ่าน Investor Exclusive ประจำไตรมาสที่ 3 ทีมงาน Jitta Wealth สรุปคำถามคำตอบมาให้แล้ว

รัฐบาลจีนคุมบริษัทเทค ส่งผลต่อการลงทุนหรือไม่
Jitta Ranking จีนหรือเวียดนาม เลือกอะไรดี
ควรลงทุนธีม Travel Tech ช่วงนี้ดีหรือไม่

ดูวิดีโอย้อนหลัง

อ่านสรุปไฮไลต์


 

Jitta Wealth Detective EP. 01 ตะลุยไร่กัญชา จ. เชียงราย

ทีมงาน Jitta Wealth ได้ไปเยือนแล็ปเพาะพันธุ์ ‘กัญชากัญชง’ ถึงเชียงราย สำหรับใครที่สนใจธุรกิจกัญชา จะได้เห็นภาพรวมอุตสาหกรรม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ และโอกาสการลงทุนใน ETF ธีมกัญชา

ดู Vlog EP. 01


แอปเรียกรถ DiDi โดนทางการจีนระงับใช้งาน 

คณะกรรมการกำกับดูแลด้านไซเบอร์ของจีนมีคำสั่งให้ถอดแอปพลิเคชันของ DiDi Chuxing ผู้ให้บริการรถรับส่งสัญชาติจีน ออกจากแพลตฟอร์มแอปสโตร์ ด้วยเหตุผลว่า แอปพลิเคชันละเมิดกฎหมายการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน 

แอปสโตร์รายต่างๆ ในจีน เช่น Huawei และ Xiaomi ถูกสั่งห้ามดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DiDi โดยคำสั่งนี้ เกิดขึ้นภายหลังจากที่ DiDi เริ่มซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยระดมทุนได้ถึง 4,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทางการจีนยังคงเดินหน้าควบคุมบริษัทเทคโนโลยี ก่อนหน้านี้ Alibaba โดนปรับเป็นเงิน 18,000 ล้านหยวน หรือราว 4% ของรายได้ของบริษัทในปี 2562 เนื่องจาก Alibaba ละเมิดกฎระเบียบในการต่อต้านการผูกขาดตลาด

Xi Jinping ประธานาธิบดี บอกว่า รัฐบาลจีนจะติดตามความเคลื่อนไหวของบรรดาบริษัทแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต เพื่อป้องกันพฤติกรรมการผูกขาดตลาด ส่งเสริมการแข่งขันที่ยุติธรรม และป้องกันการขยายทุนอย่างไร้ระเบียบ

การเข้าแทรกแซงบริษัทเทคโนโลยีของทางการจีน มองอีกมุมคือ แรงกดดันต่อราคาหุ้นเทคเหล่านั้น ซึ่งเป็นผลกระทบระยะสั้น ไม่ต่างจากมาตรการของทางการสหรัฐฯ เพียงแต่ประเทศคอมมิวนิสต์สามารถควบคุมได้มากกว่า 

แต่มองอีกด้าน รัฐบาลจีนเข้ามาด้วยจุดประสงค์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ไม่ให้บริษัทใดมีอำนาจเหนือตลาดมากเกินไป รวมทั้งคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน

เมื่อกฎเกณฑ์เงื่อนไขออกมาได้ชัดเจนขึ้น แต่ละบริษัทปรับตัวได้ ก็สามารถดำเนินธุรกิจได้เป็นปกติ ไม่มีรัฐบาลประเทศไหน จ้องจะทำลายอู่ข้าวอู่น้ำหรือคุมเข้มธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศมากเกินไป เพราะสุดท้ายไม่มีใครได้ประโยชน์


‘พลังงานสะอาด’ ดัน ‘จีน’ เป็นผู้นำโลก

เป้าหมายของรัฐบาลจีน คือ สะสางปัญหามลพิษที่สะสมมายาวนานจากการพัฒนาประเทศ และสิ่งที่จีนทำได้สำเร็จ คือ เพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งตอนนี้กลายเป็นผู้นำโลกไปแล้ว

อ่านต่อ


‘จีโนมิกส์’ เมกะเทรนด์ทรงพลัง พลิกโฉมโลกยุค Covid-19

‘จีโนมิกส์’ กำลังจะเป็นย่างก้าวครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมการแพทย์ โรคไหนๆ ที่ว่ารักษายาก นวัตกรรมจากจีโนมิกส์จัดการให้ได้หมด จีโนมิกส์มีอิทธิพลมากแค่ไหน สร้างมูลค่าตลาดหลายพันหลายหมื่นล้านได้อย่างไร

อ่านต่อ


รีวิว ETF ‘จีโนมิกส์’ – IDNA โดย หนีดอย

หนีดอยได้รีวิว ETF ที่ Jitta Wealth เลือกมาในธีมจีโนมิกส์ ซึ่งก็คือ IDNA เป็น Passive Fund โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบกับ ARKG ที่เป็น Active Fund ลองมาอ่านจุดเด่นจุดด้อยของทั้ง 2 กองทุนกัน

อ่านต่อ


สรุปสถานการณ์การลงทุนทั่วโลก

📌 Janet Yellen รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เผย 130 ประเทศทั่วโลกเห็นพ้องกับการกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำระดับโลก (Global Minimum Tax – GMT) ต่อบริษัทขนาดใหญ่

130 ประเทศมีสัดส่วน GDP คิดเป็น 90% ของทั้งโลกได้เห็นพ้องต่อ GMT ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า การแข่งกันปรับลดอัตราภาษีให้ต่ำที่สุดใกล้จะยุติลงแล้ว โดยสหรัฐฯ จะเข้าร่วมการแข่งขันที่สามารถชนะได้

สหรัฐฯ พยายามกำหนดอัตราภาษีขั้นต่ำที่ 15% หากมีการบังคับใช้ข้อตกลง GMT ก็จะทำให้บริษัทขนาดใหญ่ยุติพฤติกรรมในการตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำ เช่น ไอร์แลนด์ หรือ หมู่เกาะบริติช เวอร์จิ้น

📌 เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวครึ่งปีแรก 5.64% สวนทางวิกฤต Covid-19 เนื่องจากการส่งออกเติบโตสูงถึง 28.4% ในช่วงเวลาเดียวกัน มูลค่ารวม 157,630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Samsung ที่มีฐานการผลิตเวียดนาม ครองสัดส่วนมูลค่าการส่งออกถึง 20% ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสมาร์ตโฟน

เวียดนามกำลังสร้างเทอร์มินัลใหม่ 2 แห่งที่ท่าเรือน้ำลึก Lach Huyen เพื่อหนุนปริมาณการส่งออกที่มากขึ้น ใช้เงินลงทุนกว่า 7 ล้านล้านดง (304 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) 

📌 นายกรัฐมนตรีเวียดนามขอให้ธนาคารกลางของเวียดนาม (SBV) นำร่องแผนคริปโทเคอร์เรนซีของประเทศ ที่จะมีผลในปี 2564-2566 หลังจากที่ SBV เคยสั่งห้ามในการทำธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซี เมื่อปี 2561

รัฐบาลเวียดนามมองว่า แผนนี้จะช่วยให้เห็นทั้งจุดดีและด้อยของคริปโทเคอร์เรนซี และจะทำให้ SBV สามารถบริหารกลไกในการควบคุมการใช้สกุลเงินดิจิทัลเป็นสื่อกลางได้ในอนาคต  

นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้ลงนามอนุมัติแผนพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ E-government ซึ่งจะนำเทคโนโลยีต่างๆ มาประยุกต์ใช้กับงานราชการ ไม่ว่าจะเป็น AI (Artificial Intelligence) AR (Augmented Reality) VR (Virtual Reality) Big Data และ Blockchain

📌 Nexperia บริษัทจากเนเธอร์แลนด์ที่จีนเป็นเจ้าของ เตรียมเข้าซื้อบริษัทชิป Newport Wafer Fab ในอังกฤษมูลค่ากว่า 63 ล้านปอนด์ ภายในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางวิกฤตชิปขาดแคลนทั่วโลก

Wingtech Technology ถือหุ้น 100% ใน Nexperia ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดดีลซื้อกิจการครั้งนี้ แต่ทางการอังกฤษมองว่า ดีลนี้อาจจะสร้างความกังวล ทั้งด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงต่อประเทศ

ปัจจุบัน 3 ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลกอยู่ในเอเชียทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นบริษัท Taiwan Semiconductor บริษัท Samsung และบริษัท Semiconductor Manufacturing

📌 สหรัฐฯ เตรียมดันไทย เป็นผู้นำโครงการพลังงานอัจฉริยะของอาเซียน ผ่านการลงทุนจากองค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (USAID) มูลค่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เงินลงทุนนี้เป็นการลงทุนทั้งภูมิภาคอาเซียน กำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 10,000 เมกะวัตต์ โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 30 ล้านตัน ในอีก 15 ปีข้างหน้า

📌 ธนาคารโลกเตือนแรงงานไทยลดลงกว่า 30% ภายในปี 2603 เตรียมเข้าสู่สังคมคนสูงอายุในอนาคต

ปัจจุบันประชากรวัยแรงงานในไทยคิดเป็น 71% ของประชากรทั้งหมด จะเหลือเพียง 56% ในอีก 40 ปีข้างหน้า นับเป็นอัตราลดลงรวดเร็วเป็นอันดับ 3 ในเอเชีย และคาดว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรจะลดลง 0.86% ภายในปี 2572

การเข้าสู่สังคมคนสูงอายุของไทย ยังหมายถึงงบประมาณและสวัสดิการที่สูงขึ้นตามลำดับ นอกจากนี้ ไทยยังเผชิญความท้าทายขาดแคลนแรงงานมีทักษะ เพราะสัดส่วนแรงงานในภาคเกษตรอยู่ที่ 33% และทำอาชีพอิสระ 54% 


เข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังแล้ว ที่เราอาจจะได้เห็นความเคลื่อนไหวใหม่ๆ จากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นทิศทางตลาดหุ้นใหญ่ๆ ทั้งสหรัฐฯ และจีน รวมไปถึงผลประกอบการของบริษัททั่วโลก ส่วนใหญ่น่าจะมีงบการเงินที่ดีขึ้นจากปีก่อนหน้า

สถานการณ์ Covid-19 กำลังคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่การระบาดและสายพันธุ์ใหม่ๆ ยังคงอยู่ ความหวังอยู่ที่ประสิทธิภาพของวัคซีนที่ดีและการกระจายวัคซีนให้รวดเร็ว จะทำให้แต่ละประเทศสามารถเปิดเศรษฐกิจได้

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกกำลังฟื้นตัวได้ดี ธีมการลงทุนที่เกี่ยวข้องอย่างเทคโนโลยีท่องเที่ยวจะกลับมา รวมทั้งธีมสุขภาพและจีโนมิกส์จะได้รับอานิสงส์จากความต้องการวัคซีนทั่วโลก

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า

อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – ลุ้น Microsoft พุ่งแรงแซง Apple

Jitta Wealth Journal – ยุโรปส่งสัญญาณท่องเที่ยวฟื้นแกร่ง

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด