Jitta Wealth Journal - 12 เหตุผลที่เวียดนามโตก้าวกระโดด

20 เมษายน 2564Jitta Wealth Journal

ข้อควรระวัง...เมื่อ Bitcoin ทำนิวไฮ 

Jitta Wealth Journal ฉบับที่ 22 ประจำวันที่ 20 เม.ย. มีประเด็นข่าวที่น่าติดตามและมีผลกระทบต่อการลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ดังนี้

  • 12 เหตุผลที่เวียดนามโตอย่างก้าวกระโดด
  • ข้อควรระวัง...เมื่อ Bitcoin ทำนิวไฮ
  • คนอิสราเอลเลิกคุมเข้มสวมหน้ากาก หลังฉีดวัคซีนได้ 61%
  • จับตาแผนเปิดภูเก็ตส่อเลื่อน หลังระบาดรอบ 3

นอกจากนี้ Jitta Wealth ได้ลดเงินลงทุนเริ่มต้นเหลือ 1 ล้านบาท สำหรับกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking เวียดนาม จากเดิมที่ 3 ล้านบาท เพื่อให้คุณเข้าถึง ‘ตลาดหุ้นเวียดนาม’ ได้ง่ายขึ้น ลงทุน ‘หุ้นดี ราคาถูก’ ตามสไตล์ Warren Buffett

หากคุณยังสงสัยว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา กองทุนรวมไทยที่ลงทุนในหุ้นเวียดนามและ ETF หุ้นเวียดนามมีผลตอบแทนเป็นอย่างไร ลองอ่านบทความจากเพจ Vietnam Value Investor ได้

ตามต่อกันที่บทความ วิธีลงทุน Thematic ให้ผันผวนน้อยลง (ตอนที่ 3) ทำความรู้จักกับค่า Correlation ที่จะช่วยให้คุณเลือกธีมมาจัดพอร์ตลงทุน และกระจายความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น 

วัคซีนกระจายไปทั่วโลก หลายประเทศกำลังเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะกลับมา ไม่ใช่แค่กลุ่มสายการบินและโรงแรมเท่านั้น ยังมีหุ้น Travel Tech อย่าง Expedia และ Airbnb ที่เพจลงทุนแมนวิเคราะห์โอกาสเติบโตหลังจบ Covid-19 

หากใครมีคำถามเกี่ยวกันสถานการณ์การลงทุนทั่วโลก และ Jitta Wealth มีมุมมองอย่างไร อย่าลืมกด Going ฝากคำถามใน Exclusive Q&A กับ CEO ในวันที่ 25 เม.ย.

ไปติดตามกันได้เลย


12 เหตุผลที่เวียดนามโตก้าวกระโดด

ความจริงเชิงประจักษ์ ไม่ว่านักลงทุนธรรมดาอย่างเราๆ หรือกูรูทางเศรษฐศาสตร์และการลงทุน มีความเห็นไปทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจเวียดนามกำลังไปได้ดี เพราะมีปัจจัยบวกรอบด้าน ทั้งผลักและดันให้เวียดนามโดดเด่นบนเวทีโลก

นักเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ให้มุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจเวียดนาม โดยยก 12 เหตุผลว่า ทำไมเวียดนามโตก้าวกระโดด

  1. มีการประเมินผลสำเร็จและผลล้มเหลวของแผนพัฒนาเศรษฐกิจทุกฉบับ ปัจจุบันใช้แผนฉบับที่ 11 (2564-2568)
  2. ศักยภาพของแรงงานเวียดนามเพิ่มสูงขึ้น สูงที่สุดในอาเซียน เกิดจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2529
  3. กำลังแรงงานมีมากพอรองรับโครงการลงทุนใหญ่จากในและต่างประเทศ เวียดนามมีประชากร 97 ล้านคน (2020) มีกำลังแรงงาน 53 ล้านคน 
  4. ค่าจ้างแรงงานถูกกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศผู้นำในอาเซียน แต่สูงกว่าถ้าเทียบกันในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม)
  5. เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โตก้าวกระโดด ได้แซงหน้าประเทศไทยไปแล้วนับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา 
  6. รัฐวิสาหกิจเวียดนามเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพราะสามารถสร้างมูลค่าต่อ GDP ได้ถึง 28% 
  7. นโยบายการเมืองมีความต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนต่างชาติมั่นใจต่อนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ
  8. ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ของเวียดนามรวมทุกฉบับ มีมากกว่าไทย ทำให้เวียดนามส่งออกสินค้าไปทั่วโลกได้มากกว่า และไม่เจอภาษีนำเข้า  
  9. เขตอุตสาหกรรมมากสุดในอาเซียน ปี 2563 มีจำนวน 500 แห่ง และ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ 50% 
  10. โครงสร้างพื้นฐานพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทั้งถนน ท่าเรือ ขนส่งมวลชน อินเทอร์เน็ต  
  11. เวียดนามมีกฎหมายปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา เอื้อนักลงทุนต่างชาติ
  12. นโยบาย ‘China+1’ โดยใช้เวียดนามเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมเพราะต้นทุนการผลิตถูกกว่าและเป็นส่วนหนึ่งห่วงโซ่การผลิตให้อุตสาหกรรมจีน

ทั้ง 12 เหตุผลนี้ สะท้อนภาพปัจจัยพื้นฐานของเวียดนาม ลองนึกภาพดูว่าปัจจัยเหล่านี้จะทำให้เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตได้ดีแค่ไหนในอนาคต

ธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจเวียดนามในรายงานเศรษฐกิจในปี 2564 ว่า เวียดนามจะมี GDP โตสูงสุดในอาเซียนที่ 6.7% และสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเซียรองจากจีน 7.9%

หลายคนคงมีคำถามว่า เศรษฐกิจเวียดนามกำลังเติบโต มีผลต่อตลาดเงินตลาดทุนอย่างไร แน่นอนว่า มันมีความสัมพันธ์กันและส่งผลต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่เลย

รัฐบาลลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหรือบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในเวียดนาม  ก็ต้องจ้างบริษัทเอกชนมาก่อสร้าง จ้างแรงงานใหม่ 

เมื่อเวียดนามส่งออกได้มากขึ้น บริษัทก็มีผลประการที่ดีมากขึ้น ทำให้มีการใช้อัตราการผลิตที่สูงขึ้นอย่างเนื่อง

ถ้าบริษัทเหล่านี้ จดทะเบียนในตลาดหุ้นเวียดนาม ผลประกอบการดี ราคาหุ้นก็เติบโตไปตามปัจจัยเหล่านี้ ซึ่งก็จะดันให้ดัชนี VNI (โฮจิมินห์) และ HNX (ฮานอย) เพิ่มขึ้นได้อีก

ภาพล่าสุดที่เห็น คือ ดัชนี VNI ทำนิวไฮ ทะลุ 1,200 จุดไปแล้วเมื่อวันที่ 1 เม.ย. และที่เกิดตามมาคือ นิวไฮใหม่ที่ 1,260.58 จุดเมื่อวันที่ 19 เม.ย. แม้ว่าดัชนี VNI จะวิ่งขึ้นๆ ลงๆ ไปบ้าง แต่ยังไม่หลุด 1,200 จุดเลย

ต้องดูกันต่อยาวๆ แต่ก็ยากที่จะปฏิเสธว่า เวียดนามกำลังเป็นขาขึ้นจริงๆ ยิ่งถ้าเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งได้ระดับนี้ไปอีกสัก 10 ปี ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นเวียดนามมีแนวโน้มสดใสแน่นอน 


จัดพอร์ตลงทุนหุ้นเวียดนามกับ Jitta Wealth พร้อมรับเศรษฐกิจขาขึ้น

ลงทุน 'หุ้นดีราคาถูก' ในตลาดหุ้นเวียดนาม ไปกับกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking ที่มาพร้อมกับระบบ AI คัดเลือกหุ้นตามแนวทาง Warren Buffett พร้อมปรับพอร์ตอัตโนมัติ ด้วยเงินเริ่มต้น 1 ล้านบาท

 ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีของ Jitta Ranking เวียดนาม เฉลี่ยอยู่ที่ 141.77%*

แม้จะเพิ่งประเดิมนิวไฮใหม่ แต่เศรษฐกิจยังมีแนวโน้มขยายตัวได้อีกเยอะมาก ด้วยปัจจัยพื้นฐานอันแข็งแกร่ง เศรษฐกิจที่เติบโตถึงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก การส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าไม่หยุด และการควบคุมโรคระบาด Covid-19 อย่างมีประสิทธิภาพ

นี่คือโอกาสสำคัญที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของตลาดหุ้นเวียดนาม ผ่านการลงทุนใน 'หุ้นพื้นฐานดี ราคาเหมาะสม' ใน Ho Chi Minh City Stock Exchange (HOSE) และ Hanoi Stock Exchange (HNX)

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

*ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ณ วันที่ 1 เม.ย. 64 ของพอร์ตนักลงทุน Jitta Ranking เวียดนาม ที่ลงทุนมานานกว่า 1 ปี ผลตอบแทนในอดีต ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน


ผลตอบแทนกองทุนหุ้นเวียดนามยอดฮิตทั้ง ไทย-ฝรั่ง-เวียดนาม

เพจ Vietnam Value Investor ได้รวบรวมผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีของกองทุนไทยที่ลงทุนหุ้นเวียดนาม ซึ่งกองที่ทำผลตอบแทนได้มากที่สุด ก็คือ Jitta Ranking เวียดนาม มาดูว่าแต่ละกองเทียบกันแล้วเป็นอย่างไรบ้าง

อ่านต่อ


ข้อควรระวัง...เมื่อ Bitcoin ทำนิวไฮ

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนคงได้ยินข่าวแว่วๆ ว่า ราคา Bitcoin พุ่งทะลุ 2 ล้านบาทไปแล้ว รวมถึงมีเหรียญดิจิทัลอื่นๆ (Altcoin) ต่างแข่งกันทำราคานิวไฮ สร้างความคึกคักให้ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลก

เมื่อมีขึ้น ก็ต้องมีลง ในระยะเวลาแค่ 1 สัปดาห์ จาก 2 ล้านบาท ราคาร่วงลงมาอีก 300,000 บาท เรียกได้ว่า ผันผวนกว่าหุ้นอีก

สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ใหม่ ที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนจากทุกมุมโลก ทำให้ธนาคารกลาง ก.ล.ต. เกือบทุกประเทศ หันมาศึกษาสินทรัพย์ประเภทนี้อย่างจริงจัง เพื่อออกกฎหมายรองรับและปกป้องนักลงทุน 

การซื้อขายเหรียญดิจิทัลในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลกไม่มีวันหยุด ซื้อขายกันตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันทำการ ลองจินตนาการถึงช่วงเวลาที่ราคาเหรียญดิจิทัลขึ้นร้อนแรงดูสิ เทรดกันข้ามวันข้ามคืน

สำหรับ Bitcoin ราคาไต่ระดับทำนิวไฮมาตั้งแต่ปี 2560 เคยพุ่งแรงไปถึง 600,000 บาท ก่อนจะร่วงระนาวเหลือ 90,000 บาทในปี 2561

ในปี 2021 ราคา Bitcoin กลับมาทำนิวไฮอีกครั้ง พุ่งขึ้นมาตลอดในช่วง 4 เดือนแรกของปี จากแตะ 1 ล้านบาทในเดือนม.ค. มาเป็น 2 ล้านบาทในเดือนเม.ย. แค่ส่วนต่างราคาหากถือครองมาก่อนหน้านี้ ก็หอมหวน ชวนเรียกแขกแล้วใช่ไหม 

แต่...ก่อนที่เข้าลงทุนในสินทรัพย์ใดๆ ก็ตาม สิ่งแรกที่นักลงทุนควรพึงระลึกเสมอ คือ ความรู้ความเข้าใจในสินทรัพย์นั้นๆ

กรณี Bitcoin เรายังคาดการณ์ไม่ได้เลยว่า ราคาจะพุ่งไปถึงเท่าไร แล้วจะร่วงลงมาเท่าไร แต่บทเรียนในอดีต ก็เห็นแล้วว่า ราคาลงแรงมากๆ

ยิ่งไม่มีกฎหมายมาควบคุม ไม่มีปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ มารองรับเหมือนหุ้น กองทุนรวม และ ETF ก็มีความเสี่ยงสูงมาก หากจะลงทุนใน Bitcoin หรือเหรียญดิจิทัลอื่นๆ 

ถ้าคุณเข้าใจพื้นฐานของสินทรัพย์ดิจิทัลจริงๆ คุณก็จะรับความเสี่ยงราคาขึ้นแรงลงแรงแบบนี้ได้ แต่ถ้าคุณรับความเสี่ยงไม่ได้ ขาดทุนมากกว่า 10-20% แทบอยากจะถอนทุนแล้ว ต้องคิดให้ดี

สนใจ Bitcoin ก็ต้องทำความรู้จักเหรียญดิจิทัลให้รอบด้าน ไม่ต่างอะไรหากลงทุนกับ Jitta Wealth สนใจลงทุนหุ้นรายตัวแบบ Jitta Ranking หรือ ETF แบบ Global ETF และ Thematic คุณควรศึกษาก่อนที่จะเริ่มใส่เงินลงทุนเข้าไป

ที่สำคัญ เงินลงทุนควรเป็นเงินก้อนที่เป็นเงินเย็น ไม่มีความจำเป็นต้องรีบเอาออกมาใช้ เพราะถ้าเป็นเงินร้อนหรือไปกู้มาลงทุน บางช่วงที่ขาดทุนหนักๆ คุณจะเสียมากกว่าได้ 


วิธีลงทุน Thematic ให้ผันผวนน้อยลง (ตอนที่ 3)
จัดพอร์ตลงทุนด้วยค่า Correlation ทำอย่างไร?

Thematic มีให้คุณเลือกจัดพอร์ลงทุนตามใจชอบถึง 14 ธีม แน่นอนว่า หลายคนเลือกไม่ถูก ธีมนี้ก็ชอบ ธีมนี้ก็ใช่ การใช้ค่า Correlation ของแต่ละธีม มาช่วยจัดพอร์ตลงทุน เป็นอีกแนวทางที่กระจายความเสี่ยงได้เหมาะสม ดูวิธีได้ที่นี่

อ่านต่อ


หุ้น ‘Healthcare’ คืออะไร น่าลงทุนแค่ไหน

ยารักษาโรคเป็น 1 ในปัจจัย 4 ของดำรงชีวิต เมื่อ Covid-19 ระบาดทั่วโลก การคิดค้นวัคซีนป้องกัน ทำให้หุ้น Healthcare มีบทบาทสำคัญมากขึ้น ขณะที่สังคมคนสูงวัยก็กำลังเป็นเมกะเทรนด์ ที่จะสร้างดีมานด์ให้ธุรกิจสุขภาพขยายตัวทั่วโลก

อ่านต่อ


คนอิสราเอลเลิกคุมเข้มสวมหน้ากาก หลังฉีดวัคซีนได้ 61%

อิสราเอลขึ้นชื่อเรื่องเร่งรัดฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ให้ประชาชนในประเทศ ตีคู่มากับสหราชอาณาจักร มาถึงเวลานี้รัฐบาลได้ผ่อนคลายให้ประชาชนไม่ต้องสวมหน้ากากผ้าและหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกบ้านแล้ว

ผู้คนทั่วโลกต้องสวมหน้ากากเหล่านี้มานานกว่า 1 ปีแล้ว อิสราเอลฉีดวัคซีนให้ประชาชนเข็มแรกในสัดส่วน 61.7% ของประชากร 9.3 ล้านคน และ 57.4% ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม

เมื่อประชากรได้รับวัคซีนในสัดส่วนที่มากพอ กำหนดไว้ที่ 70-80% ของประชากรในแต่ละประเทศ ก็จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ (Herd Immunity) ที่จะลดจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ได้ สำหรับอิสราเอล ตัวเลขรายวัน หลักสิบเอง

นี่เป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นแนวโน้มที่หลายประเทศจะมีการผ่อนคลายมาตรการทางสังคมลงมา หลังจากที่เร่งฉีดวัคซีนให้ประชากรของประเทศ 

สิ่งที่ทุกคนเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อคือ การเปิดประเทศให้ผู้คนทั่วโลกเดินทางท่องเที่ยวได้

อัปเดตล่าสุดถึงวันที่ 17 เม.ย. สหรัฐฯ กระจายวัคซีนไปแล้ว 205.87 ล้านโดส ตามมาด้วยจีนแผ่นดินใหญ่ 188.09 ล้านโดส อินเดีย 122.62 ล้านโดส และสหราชอาณาจักร 42.11 ล้านโดส


ส่องธุรกิจท่องเที่ยว ในวันที่นักท่องเที่ยวใกล้กลับมา

ลงทุนแมนเล่าให้ฟัง หลังจากที่ภาพการกระจายวัคซีนทั่วโลกชัดเจนมากขึ้น ธุรกิจท่องเที่ยวต่างความหวังไว้ที่การเปิดพรมแดนของแต่ละประเทศ มาวิเคราะห์ว่า กลุ่ม Travel Tech อย่าง Expedia และ Airbnb จะเป็นอย่างไร 

ดูวิดีโอ  


ธีมใหม่ล่าสุดของ Thematic เทคโนโลยีท่องเที่ยว (Travel Tech)

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกกลับมาแน่ หลังชนะด้วยวัคซีน Covid-19 และใช้วัคซีนพาสปอร์ต เดินทางได้ทั่วโลก ท่ามกลางความอัดอั้นของผู้คนทั่วโลกที่อยากออกเดินทาง เริ่มลงทุนตอนนี้เพื่อคว้าโอกาสเติบโตที่อยู่ไม่ไกลแล้ว   

ธีม Travel Tech จะลงทุนใน ETFMG Travel Tech ETF (AWAY) ที่ลงทุนบริษัทเทคท่องเที่ยวอย่าง Uber Booking Expedia Airbnb Tripadvisor Trivago รวมๆ 30 บริษัทที่ให้บริการทั่วโลก

AWAY เป็น ETF แบบ Passive Fund ให้ผลตอบแทนอ้างอิงไปกับ Prime Travel Technology Index

ลองดูข้อมูลธีม Travel Tech


จับตาแผนเปิดภูเก็ตส่อเลื่อน หลังระบาดรอบ 3 

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจำเป็นต้องรีเซ็ตกำหนดการเปิดภูเก็ตให้ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว จากเดิมที่วางไว้วันที่ 1 ก.ค. ภายใต้โครงการ Phuket Tourism Sandbox เพราะไทยกำลังเผชิญการระบาดรอบที่ 3 และวัคซีนมีจำนวนจำกัด

ภาครัฐต้องวางแผนใหม่ กำหนดการเปิดพรมแดนอาจจะเลื่อนออกไป หรือเปิดได้แค่บางพื้นที่ของจังหวัด แต่ตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อรายวันในไทยสูงมาก ทะลุ 1,000 คนมาหลายวันแล้ว

ประเด็นสำคัญคือ วัคซีนในไทยมีไม่เพียงพอเพื่อป้องกันการระบาดรอบนี้ ตามแผนคือ ภูเก็ตได้รับมาแล้ว 100,000 โดส และจะมีเพิ่มอีก 930,000 โดส เพื่อให้ประชากรในพื้นที่ได้รับวัคซีนในสัดส่วน 70% ภายในเดือนมิ.ย.

แต่การระบาดรอบที่ 3 นี้ทำให้แผนการจัดสรรวัคซีนให้ภูเก็ตเปลี่ยนไปให้จังหวัดอื่นๆ ก่อน ท่ามกลางวัคซีนที่ไทยได้รับมามีจำนวนจำกัด 

แม้ว่าภาครัฐยังไม่ฟันธงว่า แผนเปิดภูเก็ตจะเป็นอย่างไร แต่การระบาดรอบ 3 นี้ ทำให้การท่องเที่ยวจากคนไทยด้วยกันเองก็ไม่คึกคักเท่าที่ควร สงกรานต์ที่ผ่านมาค่อนข้างเงียบเหงา

สำหรับประเทศอื่นๆ อาจจะมีการพูดคุยเรื่อง Travel Bubble กันไปบ้างแล้ว หลังจากที่ผู้ติดเชื้อลดลงและกระจายวัคซีนได้ทั่วถึง ส่วนไทย ยังต้องลุ้นกันต่อไป


Exclusive Q&A with CEO

ถามตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการลงทุนและบริการ Jitta Wealth
ออนไลน์สดๆ กับ CEO Jitta Wealth

วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2564 เวลา 14:00 - 16:00 น.

ลงทะเบียน


เตือนภัย! โปรดระวังมิจฉาชีพแอบอ้างหลอกลงทุนกับ Jitta และ Jitta Wealth

ปัจจุบันมีนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนกับ Jitta Wealth เป็นจำนวนมาก และยังเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพสวมรอย ติดต่อชักชวนโดยใช้ชื่อ Jitta และ Jitta Wealth ก่อนที่จะหลงเชื่อหรือโอนเงินลงทุน ตรวจสอบข้อมูลกันก่อนนะ

อ่านต่อ


ผ่านวันหยุดสงกรานต์มาอย่างเงียบเหงา หลายคนคงไม่อยากออกไปไหนให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ Covid-19 

จนถึงสิ้นเดือนนี้ หลังออกมาตรการคุมเข้ม กำหนดเวลาปิด 5 ทุ่ม ถึงตี 4 ในพื้นที่เสี่ยง 18 จังหวัดทั่วประเทศ หวังว่า จะเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันลดลง

เราจะผ่าน Covid-19 รอบที่ 3 ไปด้วยกัน

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

ได้เวลาเวียดนามเปิดประเทศ

ตลาดหุ้นเวียดนามทุบสถิติในรอบ 20 ปี

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2021 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด