สรุป Live: ปั้นพอร์ตสุขภาพดี ด้วย ‘หุ้นเฮลท์แคร์’

28 เมษายน 2565DIYEventsJitta RankingLiveOptimizeThematic

ไฮไลต์  

  • เฮลท์แคร์อยู่บนพื้นฐานของปัจจัยที่ 4 นั่นก็คือ ยารักษาโรค เป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ธุรกิจเฮลท์แคร์ยังไปต่อได้ ไม่ว่าปัจจุบันหรืออนาคต
  • อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562 และมีการเติบโตที่ดีมาก +3.7% ต่อปี ในช่วงปี 2553-2562 และ +5.9% ต่อปี ในช่วงปี 2543-2562 
  • สหรัฐอเมริกาและจีนเป็น 2 ประเทศที่มีมูลค่าอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ใหญ่เป็นเบอร์ 1 และ 2 ตามลำดับ แต่จีนทีการเติบโตที่สูงกว่า เฉลี่ย +13.2% ต่อปี
  • หากคุณสนใจลงทุนใน ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ถูกจัดว่าเป็น Defensive Stock สำหรับ Jitta Wealth มีให้คุณเลือกผ่าน Jitta Ranking – U.S. Healthcare ที่ลงทุนในหุ้น ส่วน Passive ETF คุณลงทุนได้ในกองทุนส่วนบุคคล Thematic ผ่านธีมบริการสุขภาพ (Healthcare) ธีมบริการสุขภาพจีน (China Healthcare) และธีมจีโนมิกส์ (Genomics)

ดูย้อนหลัง Live หุ้นเฮลท์แคร์  


สรุปเนื้อหา Live หุ้นเฮลท์แคร์

Live: ปั้นพอร์ตสุขภาพดี ด้วย ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ทีมงาน Jitta Wealth เปิดตัวแผนการลงทุนใหม่ล่าสุด Jitta Ranking – U.S. Healthcare โดยมี คุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO จาก Jitta Wealth คุณแมกซ์ ปุลวัชร ปิติไกรศร เป็น Economist จาก Jitta Wealth และมีคุณสายไหม มนสิชา หุ่นสุวรรณ เป็นพิธีกร

ก่อนหน้านี้ Jitta Wealth มีกองทุนส่วนบุคคล Thematic ที่เปิดให้ลงทุนใน Passive ETF ถึง 3 กอง ได้แก่ ธีมบริการสุขภาพ (Healthcare) ธีมจีโนมิกส์ (Genomics) และธีมบริการสุขภาพจีน (China Healthcare) 

สำหรับกองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking คือ พอร์ตลงทุนหุ้นรายตัว โดยมีหลักการลงทุนระยะยาว เลือกหุ้นพื้นฐานดี มูลค่าเหมาะสม วิเคราะห์ผ่าน AI และอัลกอริทึมของ Jitta และใช้หลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investment) ตามสไตล์ Warren Buffett เพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างความมั่งคั่งได้เหมือนกับที่ Buffett ทำสำเร็จและสร้างตำนานจนเป็นที่กล่าวขานถึงทุกวันนี้

Jitta Ranking – U.S. Healthcare เป็นพอร์ตลงทุนในหุ้นสุขภาพจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ วิเคราะห์และคัดสรร ‘หุ้นดีมีโอกาสเติบโต’ นำมาจัดเรียงเป็นหุ้นที่น่าลงทุนที่สุด 30 บริษัทแรก และจัดพอร์ต 5-30 หุ้น พร้อมปรับพอร์ตให้อัตโนมัติทุก 3 เดือน เลือกหุ้นพื้นฐานดี งบการเงินดี และราคามีโอกาสเติบโตเข้าพอร์ตอยู่เสมอ

เราจะหาคุณไปเจาะลึกธุรกิจเฮลท์แคร์ เมกะเทรนด์ที่ไม่มีวันตายกัน

Q: ภาพรวมของอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ ทำไมถึงน่าลงทุน

คุณแมกซ์: อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ทั่วโลกใหญ่ประมาณ 8.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2562 และมีการเติบโตที่ดีมาก +3.7% ต่อปี ในช่วงปี 2553-2562 และ +5.9% ต่อปี ในช่วงปี 2543-2562

หุ้นเฮลท์แคร์

คุณจะพบว่า อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์เติบโตเรื่อยๆ และขยายธุรกิจไปกว้างมาก คุณอาจจะนึกถึงธุรกิจโรงพยาบาล แต่ปัจจุบันเฮลท์แคร์ไม่ได้จำกัดแค่นั้น ยังรวมไปถึงธุรกิจเภสัชกรรม จีโนมิกส์ วัคซีน ไบโอเทคโนโลยี และดิจิทัลเฮลท์แคร์ อย่างเช่น TeleHealth ที่เป็นการรักษาทางไกลผ่านออนไลน์ ตอนนี้มีแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มออนไลน์น้องใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

และในแต่ละธุรกิจย่อยก็ยังเติบโตขึ้นได้ และมีนวัตกรรมใหม่ๆ ไปร่วมกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วยอย่างเช่น เทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซและเฮลท์แคร์ ซึ่งจะช่วยปฏิวัติอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

สำหรับ 5 ปัจจัย ที่จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์มีอนาคตและเติบโตได้อีกยาว มีดังนี้

หุ้นเฮลท์แคร์
  • จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นและสัดส่วนผู้สูงอายุ
    • ด้วยจำนวนประชากรและสังคมผู้สูงอายุ ทุกประเทศจำเป็นต้องพัฒนาอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ให้เพียงพอต่อจำนวนผู้ใช้บริการในอนาคต
  • ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
    • เป็นสิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องมี เพื่อช่วยให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ เป็นแนวโน้มที่ดีในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ ตอนนี้ผู้นำโลกอย่างจีนและสหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการให้ประชากรต้องอยู่ในระบบประกันสุขภาพ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานนี้ 
  • แพลตฟอร์มดิจิทัลเฮลท์แคร์
    • เทคโนโลยีที่ช่วยให้คนเข้าถึงการรักษาและวินิจโรคได้ง่ายขึ้น ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ซึ่งสามารถให้การรักษาผ่านระบบออนไลน์ และให้ใบสั่งยาได้เช่นเดียวกัน
  • โรคใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นและแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว
    • การแพร่ระบาด Covid-19 เป็นวิกฤตครั้งใหญ่ ที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์จะถูกเร่งให้พัฒนานวัตกรรมและการรักษาใหม่ๆ เพื่อเอาชนะโรคระบาด และจะจบไม่ที่ Covid-19 อย่างแน่นอน 
  • เศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง
    • เมื่อมีรายได้มากขึ้น ทำให้ผู้คนอยากดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน รวมไปถึงรัฐบาลแต่ละประเทศจะต้องลงทุนและช่วยพัฒนาระบบสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพที่สุด 

Q: อยากให้ช่วยเจาะลึกอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ในประเทศ 2 ผู้นำโลก สหรัฐอเมริกา และจีน 

คุณแมกซ์: สหรัฐฯ มีอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นผู้นำด้านวัตกรรมต่างๆ มีข้อได้เปรียบด้านสิทธิบัตร นำรายได้หรือกำไรกลับไปทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยสหรัฐฯ มีระบบประกันสุขภาพที่ครอบคลุมประชากร ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งคุณภาพชีวิต และยังช่วยดันธุรกิจเฮลท์แคร์เติบโตอย่างรวดเร็วอีกด้วย

คุณเผ่า: สหรัฐฯ สมัยก่อน การจะพัฒนายา เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ป่วยเป็นเรื่องที่ยากมาก ต้องผ่านกฎและข้อบังคับต่างๆ ก่อนที่จะปล่อยยาออกมาได้ ซึ่งกฎและข้อบังคับได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปในช่วงการแพร่ระบาด Covid-19 เร่งให้ธุรกิจเฮลท์แคร์จำเป็นต้องพัฒนายาและการรักษาออกมาให้เร็วที่สุด จำเป็นต้องลดขั้นตอนทุกๆ ด้าน เพราะต้องแข่งกับเวลา ซึ่งเป็นการคลายมาตรการและข้อบังคับ ส่งผลดีต่อธุรกิจเฮลท์แคร์ด้วย

คุณแมกซ์: จีนมีตลาดเฮลท์แคร์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก แต่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในโลก เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในธุรกิจเฮลท์แคร์ และมีการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง +13.2% ต่อปี ในช่วงปี 2553-2562 ซึ่งโตไวกว่าสหรัฐฯ มาก และปัจจุบันมีบริษัทจีนหลายๆ แห่งเป็นผู้นำในตลาดยาและอาหารเสริม 

นอกจากนี้จีนยังได้เปรียบด้านแรงงานที่ช่วยผลิตสินค้าต่างๆ บางครั้งสหรัฐฯ ยังจำเป็นต้องมาซื้อสินค้าเฮลท์แคร์ของจีนอีกด้วย จีนยังมีแผน Healthy China 2030 ตั้งเป้าให้ประชากรจีนเข้าถึงระบบเฮลท์แคร์ 100% พร้อมทั้งยังมีแผนในการเร่งพัฒนายาต่างๆ ให้ออกมารวดเร็ว เพื่อแข่งขันกับสหรัฐฯ อีกด้วย 

หุ้นเฮลท์แคร์

Q: ทำไม ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ถึงน่าลงทุน

คุณแมกซ์: หากเราสังเกตตั้งแต่ต้นปี 2565 จะพบว่าเกิดปัญหาต่างๆ ที่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงมากมาย ทำให้นักลงทุนเริ่มหันไปลงทุนใน Defensive Stock หรือหุ้นปลอดภัย ซึ่งเป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย 4 ของมนุษย์ และ ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ถูกจัดว่าเป็น Defensive Stock ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต ขึ้นราคาและมีรายได้เติบโตอย่างสม่ำเสมอ

คุณเผ่า: อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์มีจุดเด่นอยู่ที่ว่า เมื่อการรักษาแพงขึ้น จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการ ทำให้อุตสาหกรรมนี้ มีอำนาจในการต่อรองผู้บริโภคสูงมาก ไม่มีใครกล้าไปต่อราคายาหรือค่ารักษาในโรงพยาบาล และเป็นอุตสาหกรรมที่ยังไงก็ไม่มีวันตายอย่างแท้จริง

คุณแมกซ์: Defensive Stock ราคาปรับตัวขึ้นหรือลงผันผวนน้อยกว่าหุ้นในอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งเป็นทางเลือกที่นักลงทุน เพื่อเอาไว้กระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตลงทุนอีกด้วย 

Q: ในช่วงเงินเฟ้อสูง ควรจะลงทุนในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์หรือไม่

คุณแมกซ์: หากดูตามสถิติดัชนี S&P500 Health Care และ S&P500 จะพบว่าหุ้นอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์สามารถทำผลตอบแทนชนะดัชนี S&P500 ในช่วงตลาดหุ้นผันผวน

คุณเผ่า: ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ทำผลตอบแทนได้ดีมากในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ซึ่งหากโยงอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์เข้ากับเทคโนโลยี ให้ลองไปดูที่ดัชนี NASDAQ Health Care จะพบว่า การขึ้นลงแรงกว่าดัชนีอื่นๆ ตอนนี้ดัชนีได้ปรับลดลงมาก ตามความกลัวของนักลงทุนที่เกิดขึ้น 

หุ้นเฮลท์แคร์
หุ้นเฮลท์แคร์

สำหรับหุ้นตัวอย่าง ได้แก่ BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนายาต้านเซลล์มะเร็งด้วยเทคโนโลยี mRNA สัญชาติเยอรมัน ซึ่ง BioNTech ได้ร่วมมือกับ Pfizer เพื่อพัฒนาวัคซีน Covid-19 

รายได้บริษัทโตขึ้นจาก 500 เป็น 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกือบ 4,000% ในปีเดียวเท่านั้น ซึ่งคุณจะเห็นโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ยังมีอยู่เสมอ และบริษัทยังไม่หยุดพัฒนาแค่เพียงเท่านี้ และมีแผนในการพัฒนาวัคซีนตัวอื่น เพื่อช่วยรักษาโรคในอนาคตด้วยเช่นกัน 

หุ้นเฮลท์แคร์

บริษัทต่อมาคือ Fulgent Genetics ในตอนแรกเป็นธุรกิจที่พัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับชุดตรวจโรคต่างๆ และเมื่อมี Covid-19 เข้ามาบริษัทจึงผลิตชุดตรวจ Covid-19 ทำให้ทำรายได้โตขึ้นอย่างพุ่งกระฉูด ซึ่งต้องบอกว่าน่าประทับใจมาก 

หุ้นเฮลท์แคร์

สุดท้ายคือ Veeva System เป็นบริษัทขายซอฟต์แวร์ในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่างเทคโนโลยีคลาวด์และเฮลท์แคร์ และมีรายได้โตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงกำไรสุทธิที่ทำให้บริษัทสามารถพัฒนาเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการรองรับผู้ป่วยด้วยเช่นเดียวกัน 

หุ้นเฮลท์แคร์

ตัวอย่าง 3 บริษัทนี้ช่วยให้คุณได้เห็นถึงโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ และความน่าสนใจในฐานะ Defensive Stock เพื่อสร้างพอร์ตให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะเป็นเมกะเทรนด์ที่ไม่มีวันตาย ใครๆ ก็ต้องการระบบสาธารณสุขที่ดีมีมาตรฐาน

Q: Jitta Wealth มีทางเลือกการลงทุนใน ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ อะไรบ้าง

คุณเผ่า: ทางเลือกการลงทุนในตอนนี้มีอยู่ 4 ประเภท ได้แก่ 

  1. Jitta Ranking – U.S. Healthcare เป็นการลงทุนในหุ้นสุขภาพจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้นำในด้านอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ของโลก และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยจะเป็นการลงทุนที่ทำให้พอร์ตลงทุนมีโอกาสเติบโตตามหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า ด้วย ‘หุ้นดีมีโอกาสเติบโต’ และปรับพอร์ตอัตโนมัติทุก 3 เดือนอย่างมีวินัย 
  2. Thematic ธีมบริการสุขภาพ (Healthcare) ลงทุนในหุ้นสุขภาพทั่วโลกใน iShares Global Healthcare ETF (IXJ) ซึ่งมีราคาผันผวนจะน้อยกว่า Jitta Ranking – U.S. Healthcare 
  3. Thematic ธีมบริการสุขภาพจีน (China Healthcare) ลงทุนในหุ้นสุขภาพที่เป็นหุ้นเติบโต (Growth Stock) ที่เป็นสัญชาติจีน ซึ่งจะมีความผันผวนมากกว่าธีมบริการสุขภาพ โดยเลือก KraneShares MSCI All China Health Care Index ETF (KURE) ปัจจุบันต้นทุนการรักษาในเฮลท์แคร์จีนต่ำมาก ทำให้เข้าถึงผู้ป่วยได้ง่าย และเติบโตอย่างรวดเร็ว 
  4. Thematic ธีมจีโนมิกส์ (Genomics) ลงทุนในธุรกิจย่อยของอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ วัคซีน mRNA ก็อยู่ในธีมจีโนมิกส์เช่นเดียวกัน โดยเลือก iShares Genomics Immunology and Healthcare ETF (IDNA) ตอนนี้ต้นทุนการรักษาโดยใช้จีโนมิกส์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และมีความแม่นยำในการรักษามากขึ้น 

โดยทั้ง 3 ธีมเป็นการลงทุนผ่าน Passive ETF ที่คุณสามารถเลือกผ่านกองทุนส่วนบุคคล Thematic โดยมี 2 แผนให้เลือก คือ Thematic DIY จัดพอร์ตเลือกธีมด้วยตัวคุณเอง สูงสุด 5 ธีม และ Thematic Optimize มี AI วิเคราะห์ธีมที่น่าลงทุนที่สุดและจัดพอร์ตให้ 4 ธีม ปรับพอร์ตอัตโนมัติทุก 3 เดือน

Q: ใครควรลงทุน Jitta Ranking – U.S. Healthcare

คุณเผ่า: ควรมั่นใจในการเติบโตของอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ ชอบหลักการลงทุนที่กระจายความเสี่ยง เพราะ Jitta Ranking – U.S. Healthcare ลงทุนในธุรกิจย่อยๆ ของอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ด้วย 

ที่สำคัญคือ ชื่นชอบหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investment) ตามสไตล์ Warren Buffett ลงทุนในหุ้นที่ถูกคัดเลือกด้วย AI ว่า มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต การลงทุนในอุตสาหกรรมที่เติบโตไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้ผลตอบแทนของคุณ เติบโตไปในทิศทางเดียวเช่นกัน 

Q: Jitta Ranking – U.S. Healthcare ถือเป็น Pure VI (Value Investment) หรือไม่ 

คุณเผ่า: อาจจะมองแบบนั้นได้ แต่คิดเรื่องของการเติบโตไปด้วย Jitta Wealth ไม่ได้มองแค่ว่า เป็นหุ้นเฮลท์แคร์ที่ Defensive รายได้นิ่ง จ่ายปันผลนิ่ง แต่ Jitta Wealth นำกลุ่มอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ที่กำลังพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาด้วย และเอามาเปรียบเทียบอีกว่า บริษัทไหนที่มีโอกาสเติบโตมากที่สุด บางช่วงเวลาอาจจะมีกลุ่มเฮลท์แคร์ด้านนวัตกรรมติดอันดับ Jitta Ranking เยอะก็ได้ บางช่วงเวลาอาจจะมีน้อยก็ได้ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแต่ละบริษัท ณ เวลานั้นด้วย 

ถ้าเลือกได้ก็ควรลงทุนใน ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ที่เติบโต เพราะมันจะมาดิสรัปอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ดั้งเดิมในอนาคตด้วย 

คุณแมกซ์: คุณจะมองเป็นการลงทุนเฉพาะ ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ชั้นนำของโลกก็ได้ เพราะส่วนมากบริษัทเหล่านี้จะซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่แล้ว 

คุณเผ่า:  เป็น ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้สูญเสียมาร์เก็ตแชร์ ไม่อยู่ในช่วงถดถอย ถ้ามองในอนาคต หากกลุ่มอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ดั้งเดิมถูกดิสรัปด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ หุ้นดิจิทัลเฮลท์แคร์เหล่านั้นก็จะเข้าไปอยู่ในการจัดอันดับ Jitta Ranking เหมือนกัน ซึ่งการปรับพอร์ต Jitta Ranking – U.S. Healthcare ทุก 3 เดือน คือ การเลือก ‘หุ้นดีมีโอกาสเติบโต’ อยู่เสมอ ดังนั้นคุณจะได้พอร์ตลงทุนระยะยาว สร้างผลตอบแทนแบบทบต้นอยู่ตลอดเวลา

Q: Jitta Ranking – U.S. Healthcare จะมีความเสี่ยงสูงใช่ไหม 

คุณเผ่า: Jitta Ranking หุ้นสุขภาพสหรัฐฯ มีความเสี่ยงสูงกว่าดัชนี มี Sector risk อยู่ เพราะเราลงแค่อุตสาหกรรมเดียว ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ในอดีตเคยมีการหาเสียงของ Hillary Clinton ว่าจะลดราคายา หุ้นเฮลท์แคร์ก็ร่วงลงมา ในบางปีก็มีอะไรมากระทบ ซึ่งมันก็อาจจะเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น หรือความผันผวนระยะสั้นได้ แต่ก็อาจจะทำให้ตกใจได้ เช่นในช่วง Covid-19 เอง หุ้นในอุตสาหกรรมกลุ่มนี้ก็ลดลงไป 30% เหมือนกัน หรือว่าในปีนี้เองกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน mRNA ก็ร่วงลงไปเช่นเดียวกัน แตถ้าคุณลงทุนระยะยาว และกระจายความเสี่ยงที่ดีพอ ก็ยังน่าสนใจอยู่แม้ว่าจะมีความผันผวนบ้าง 

Q: Jitta Ranking – U.S. Healthcare มีหุ้นอะไรบ้าง สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ไหน 

คุณเผ่า: เข้าไปที่เว็บไซต์ https://jittawealth.com/jitta-ranking/ushealthcare/stocks เป็นหุ้น 30 บริษัทที่น่าลงทุน เป็น ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ชั้นนำและผู้นำด้านดิจิทัลเฮลท์แคร์อยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม อันดับของหุ้นใน Jitta Ranking – U.S. Healthcare มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ในเว็บไซต์เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเท่านั้น ในวันที่คุณลงทุนอาจจะมีเปลี่ยนแปลง เพราะราคาหุ้นและพื้นฐานงบการเงินมีการอัปเดตตลอดเวลา ดังนั้นคุณจะได้ ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ที่น่าลงทุนที่สุดของวันนั้น 

Q: Thematic ธีมบริการสุขภาพ (Healthcare) คืออะไร 

คุณเผ่า: ลงทุนผ่าน IXJ เป็น ETF อ้างอิงดัชนี S&P Global 1200 Healthcare Sector Index มี ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ทั่วโลก ส่วนใหญ่อยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นหุ้นมาร์เก็ตแคปใหญ่ๆ เพราะส่วนมากเป็นบริษัทที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้ว มีรายได้สม่ำเสมอ ข้อดี คือ จำนวนหุ้นที่ ETF ลงทุนเยอะกว่ากระจายความเสี่ยงมากกว่า จุดอ่อน คือผลตอบแทนอาจจะค่อยๆ เติบโต ถ้าเทียบกับ Jitta Ranking – U.S. Healthcare ที่มีความผันผวนมากกว่า เพราะ AI จะวิเคราะห์และจัดอันดับหุ้น โดยไม่ได้ดูจากมาร์เก็ตแคป มีหุ้นเล็ก กลาง และใหญ่ปะปนกันไป

คุณแมกซ์: IXJ มีโอกาสที่จะไปลงทุนในบริษัทใหญ่อื่นๆ อย่าง AstraZeneca หรือ GlaxoSmithKline (GSK) ที่เป็นสัญชาติอังกฤษ รวมไปถึงบริษัทจากจีนด้วย

Q: Thematic ธีมบริการสุขภาพจีน (China Healthcare) คืออะไร 

คุณเผ่า: China Healthcare เป็นภาพเล็กลงมาจากธีมบริการสุขภาพ ซึ่งลงทุนทั่วโลก ชื่อคือ  ธีมบริการสุขภาพจีน เหมือนหุ้นเติบโตด้านเฮลท์แคร์ของจีน ซึ่งอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ของจีนเติบโตเร็วที่สุดในโลก ดังนั้นธีมบริการสุขภาพจีน ทำให้คุณได้ลงทุนใน ‘หุ้นเฮลท์แคร์’ ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน 

คุณแมกซ์: ปัจจุบันจีนมีแผน Healthy China 2030 ตั้งเป้าให้คนจีน 100% เข้าถึงระบบประกันสุขภาพ ปกติทุกประเทศจะมีระบบประกันสุขภาพ เช่นเดียวกับประกันสังคมของไทย ในปัจจุบันประกันสุขภาพของจีนอยู่ที่ 73% ของประชากร เหลืออีกเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์เท่านั้น ยังไม่นับแผนเข้มงวดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่เพิ่มมากขึ้น เป็นผลดีกับบริษัทยา รวมไปถึงการจ่ายเงินอุดหนุนผู้ที่อยู่ในระบบประกันสุขภาพ จะเห็นได้ว่าแผน Healthy China 2030 นอกจากจะเพิ่มจำนวนคนในระบบเฮลท์แคร์แล้ว ยังเพิ่มเม็ดเงินในระบบอีกด้วย 

รัฐบาลจีนยังตั้งเป้าเพิ่มอายุไขเฉลี่ยของประชากรอีก 1 ปีภายในปี 2568 ดังนั้นจะเพิ่มการเข้าถึงระบบสาธารณสุข เร่งการขึ้นทะเบียนยา และการควบคุมมลพิษ

คุณเผ่า: ที่สำคัญคือ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพของประชากรจีนยังน้อยอยู่ จึงมีโอกาสเติบโตได้อีกเยอะมาก จีนมี Economies of Scale มาก แค่ผลิตขายในประเทศก็มียอดขายสูงมากแล้ว จึงยังมีช่องว่างในการเติบโตจากในประเทศอีกเยอะมาก

Q: Thematic ธีมจีโนมิกส์ (Genomics) คืออะไร 

คุณเผ่า: ธีมจีโนมิกส์เน้นไปที่การลงทุนในบริษัทถอดรหัสพันธุกรรม ภูมิคุ้มกัน และพันธุวิศวกรรม จากทั่วโลก การแพทย์ยุคใหม่เกี่ยวกับการรักษาโดยวินิจฉัยโรคจาก DNA ของแต่ละบุคคล วัคซีน mRNA ผลิตผลของธีมจีโนมิกส์ จริงๆ การพัฒนาลงลึกถึงระบบพันธุกรรมมีมานานแล้ว แต่ในอดีตมีต้นทุนที่สูง ปัจจุบันมีต้นทุนที่ต่ำลง เข้าถึงง่ายขึ้น 

เมื่อก่อนคุณต้องป่วยแล้วจึงไปหาหมอ แต่ตอนนี้จีโนมิกส์ทำให้คุณสามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า ก่อนคุณป่วย คุณมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคอะไร และวินิจฉัยโรคได้เฉพาะบุคคลมากขึ้นด้วย 

ปัจจุบันยังมีโรคการแพทย์ปัจจุบันรักษาไม่ได้ แต่เทคโนโลยีจิโนมิกส์จะปลดล็อกเรื่องนี้ ปัจจุบันยังคงอยู่ในขั้นทดลองกับสัตว์ คาดว่า เตรียมออกสู่การใช้ในมนุษย์ในอนาคต พร้อมกับความต้องการของตลาดที่พร้อมอยู่แล้ว และคาดว่าจะเติบโตมากที่สุดในอุตสาหกรรมเฮลแคร์ 

ทำความเข้าใจกับธีมจีโนมิกส์ได้ที่นี่ สรุป Live: ถอดรหัสการลงทุนใน Genomics & Healthcare

Q: ถ้ามีเงินเย็น 3-5 ปี ลงทุน Jitta Ranking แผนไหนดี ระหว่างไทย เวียดนาม และหุ้นสุขภาพสหรัฐฯ 

คุณเผ่า: ถ้ามอง 5 ปี ภาพรวมของประเทศสามารถดูได้จาก GDP หรือการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งไทยน่าจะแพ้เวียดนาม เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตประมาณ +5 ถึง +6% ต่อปี ส่วนอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์สหรัฐฯ ก็มีโอกาสเติบโตได้เท่าๆ กัน 

ดังนั้นถ้าต้องการกระจายความเสี่ยงมากหน่อย ก็ต้องเลือก Jitta Ranking เวียดนาม เพราะมีการลงทุนในหลายๆ อุตสาหกรรม ถ้าเป็น Jitta Ranking – U.S. Healthcar จะโฟกัสแค่อุตสาหกรรมเดียว ขึ้นอยู่กับว่า คุณอยากจะกระจายความเสี่ยงแบบไหนด้วย 

Q: ตอนนี้ลงทุน Thematic แต่ไม่มีธีมด้านเฮลท์แคร์ ควรเปลี่ยนธีมในพอร์ตไหม 

คุณเผ่า: สำหรับ Thematic DIY เลือกได้สูงที่สุด 5 ธีม ถ้าคุณยังมีไม่ถึง 5 ธีม ก็เพิ่มเข้าไปได้ ถ้าลงธีมบริการสุขภาพ จะผันผวนน้อย วัดที่การเติบโตก็อาจจะไม่สูงมาก แต่ถ้าเป็นธีมบริการสุขภาพจีน เป็นธีมที่เติบโตสูงและผันผวนสูงด้วย 

สำหรับคนที่มี 5 ธีมในพอร์ตแล้ว ก็ต้องดูว่า การเติบโตของ 5 ธีมในพอร์ตของคุณเป็นอย่างไร แล้วจัดพอร์ตตามความเหมาะสม สามารถเป็นธีมได้ไตรมาสละ 1 ครั้ง

Q: แผน Thematic Optimize จัดอันดับ ETF อย่างไร ตอนนี้จะมี ETF กลุ่มเฮลท์แคร์หรือไม่ 

คุณเผ่า: Thematic Optimize จะเลือกธีมที่มีการเติบโตของงบการเงินของบริษัทไส้ใน ETF จะมีการจัดอันดับการเติบโต รวมไปถึงความผันผวนของราคา นักลงทุนยังให้การตอบรับที่ดี และ AI จะเลือก 4 ธีมที่น่าลงทุนที่สุด มาจัดพอร์ตให้และปรับพอร์ตทุก 3 เดือน ตอนนี้ Jitta Wealth มีทั้งหมด 23 ธีม ณ มีนาคม 2565 คุณจะได้ธีมอะไร ขึ้นอยู่กับวันที่คุณลงทุน 

Q: อยากเริ่มต้นลงทุน จะจัดพอร์ต Thematic DIY อย่างไร 

คุณเผ่า: ถ้ายังมีคำถามว่า จะจัดพอร์ตอย่างไร ให้ลง Thematic Optimize ดีกว่า เพราะว่าคำถามเหล่านี้จะวนมาเรื่อยๆ ทุกครั้งที่คุณลงทุนว่า ต้องเปลี่ยนธีมหรือไม่ ต้องจัดพอร์ตใหม่หรือไม่ ธีมนี้ดีหรือยัง ดังนั้นถ้าไม่มั่นใจจัดพอร์ต ​​Thematic DIY ให้ลงทุนในแผน Thematic Optimize

Q: ถ้าจะพอร์ตลงทุนเดือนละ 10,000 บาทให้ลูก ควรลงทุนในแผนไหน 

คุณเผ่า: การเปิดพอร์ตให้ลูก ควรเป็นนโยบายที่มีความเสี่ยงสูง เพราะว่า ลูกยังเติบโตและวัยยังรับความเสี่ยงได้ ควรเป็นแผนเติบโตของกองทุนส่วนบุคคล Global ETF เพราะออกแบบให้มีผลตอบแทนคาดหวังเฉลี่ย +8% ต่อปี 

คุณลงทุนในนโยบายที่มีการเติบโตสูงขึ้นมากกว่านั้นได้ เช่น แผน Thematic Optimize ที่เป็นเมกะเทรนด์ มองว่า ลงทุนระยะยาวนานๆ คาดหวังผลตอบแทยเฉลี่ย +10% ต่อปี แต่ถ้าคุณมองว่า เศรษฐกิจของจีนกำลังเติบโต ก็สามารถเลือกแผน Jitta Ranking จีนได้ 

คุณควรมีมุมมองระยะยาว ตั้งคำถามกับตัวคุณเองก่อนว่า การลงทุนแบบไหนที่คุณรู้สึกสบายใจและปลอดภัยมากที่สุด 


อ่านสรุป Live ตอนอื่นๆ

CEO ของ Jitta Wealth พร้อมตอบ ตลาดหุ้นยังน่าลงทุนอยู่ใช่ไหม

สรุป Live: ตำราพิชัยลงทุนให้ชนะ ‘สงคราม’

สรุป Live: ปรับ Mindset ฝ่าวิกฤต พิชิตการลงทุน

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2022 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด