Jitta Wealth Journal - จีนเร่งสปีดพิชิตเป้า GDP โต 5.5%

28 มิถุนายน 2565Jitta Wealth Journal

Exxon เผย อีก 18 ปี รถใหม่ทุกคันจะเป็น EV

Jitta Wealth Journal ปีที่ 2 ฉบับที่ 83 ประจำวันที่ 28 มิถุนายน 2565 ทีมงานย่อยข่าวเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกมาให้คุณแล้ว ดังนี้

  • Xi Jinping ตั้งเป้า GDP จีนปีนี้โต 5.5% สวนทางนักวิเคราะห์ 
  • เวียดนามอาจกลายเป็นโรงงานของโลกแทนที่จีน 
  • สรุปคำแถลงประธาน Fed กระทบตลาดหุ้นมากแค่ไหน 
  • จีนเปิดตัวแบตเตอรี่รถ EV ใหม่ ชาร์จครั้งเดียววิ่งไกลกว่าเดิม 
  • CEO Exxon Mobil เผยอีก 18 ปี รถใหม่ทุกคันจะเป็น EV
  • Vinfast ลุยเปิดศูนย์บริการรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป 50 แห่ง 
  • บริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่เข้าร่วมประชุม ‘Metaverse Standards Forum’

ไปติดตามกันได้เลย


ภาวะตลาดหุ้นทั่วโลก

สหรัฐอเมริกา

ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง 3 ดัชนีปรับตัวขึ้นในความเคลื่อนไหวแบบรายสัปดาห์ ขณะที่ผลตอบแทนแบบ MTD (Month-to-Date) แบบ 3 เดือนและแบบ YTD (Year-to-Date) ยังติดลบ แต่เริ่มมีทิศทางดีขึ้น

หุ้น Defensive และหุ้นบริษัทเทคโนโลยีมีส่วนช่วยดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่นักลงทุนยังกังวลกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่ จึงต้องติดตามสถานการณ์กันต่อไป

  • S&P500 1 สัปดาห์ (+6.45%) MTD (-5.33%) 3 เดือน (-13.90%) และ YTD (-17.93%)
  • DJIA 1 สัปดาห์ (+5.42%) MTD (-4.51%) 3 เดือน (-9.63%) และ YTD (-13.30%)
  • NASDAQ 1 สัปดาห์ (+7.49%) MTD (-3.92%) 3 เดือน (-18.08%) และ YTD (-25.81%)

ข้อมูลจาก S&P Capital IQ ณ 26 มิถุนายน 2565

เอเชีย

ตลาดหุ้นฝั่งเอเชียได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง โดยหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด หลังรัฐบาลจีนมีนโยบายส่งเสริมการซื้อรถยนต์และตั้งเป้าหมายว่าจะฟื้นฟูอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศ 

ขณะที่ตลาดหุ้นเวียดนามยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยได้รับผลกระทบจากแรงกดดันจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี 2565 ดัชนี VNI ปรับตัวลงไปแล้วกว่า 20%

  • CSI300 1 สัปดาห์ (+1.99%) MTD (+7.41%) 3 เดือน (+5.27%) และ YTD (-11.04%)
  • SET 1 สัปดาห์ (+0.60%) MTD (-5.69%) 3 เดือน (-6.44%) และ YTD (-5.36%)
  • VNI 1 สัปดาห์ (-2.61%) MTD (-8.29%) 3 เดือน (-20.89%) และ YTD (-20.88%)

ข้อมูลจาก S&P Capital IQ ณ 26 มิถุนายน 2565


ช็อปให้ไว หุ้นดีราคาถูกจีน-เวียดนาม! พร้อมเครดิตสูงสุด 100,000 บาท 

3 สัญญาณหุ้นดีราคาถูกในตลาดหุ้นจีนและเวียดนาม ให้ Jitta Wealth ดูแลพอร์ตของคุณ โอกาสพิเศษ! ลงทุน Jitta Ranking จีนหรือเวียดนามภายในวันที่ 23-30 มิถุนายน 2565 นี้ รับwxเลยส่วนลดค่าธรรมเนียมสูงสุด 100,000 บาท 

อ่านเงื่อนไขเพิ่มเติม


รถยนต์ไฟฟ้า 

CEO Esso เผยอีก 18 ปี รถใหม่ทุกคันจะเป็น EV

Darren Woods CEO บริษัท Exxon Mobil บริษัทน้ำมันรายใหญ่ของโลกมองว่าในปี 2583 รถยนต์ใหม่ทั่วโลกจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) ทุกคัน 

ในปี 2564 Canalys รายงานว่า EV มีสัดส่วนเพียง 9% ของรถยนต์ใหม่ แต่มีแนวโน้มการใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 109% จากปี 2563 และด้วยการสนับสนุนจากหลายประเทศ ทำให้ EV จะเริ่มมีสัดส่วนการใช้งานในตลาดรถยนต์มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม การใช้งาน EV ที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบไปถึงอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซด้วยเช่นกัน โดย Woods ประเมินว่าผลกระทบจากยอดขายน้ำมันเบนซินที่ลดลงจะส่งผลกระทบต่อ Exxon Mobil อย่างมีนัยสำคัญ

การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม EV เป็นหนึ่งในปัจจัยลบต่ออุตสาหกรรมปิโตรเลียมในอนาคต แต่ก็แสดงให้เห็นว่าธีมพลังงานสะอาดมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและกำลังกลายมาเป็นเมกะเทรนด์ของโลกอย่างแท้จริง

จีนเปิดตัวแบตเตอรี่รถ EV ใหม่ ชาร์จครั้งเดียววิ่งไกลกว่าเดิม 

CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมสำหรับยานยนต์ชั้นนำของจีนเปิดตัวแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ขับเคลื่อนได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว 

บริษัทระบุว่า แบตเตอรี่รุ่นฉีหลิน (Qilin) ใช้เทคโนโลยี CTP รุ่นที่ 3 มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าจากความจุสูงถึงร้อยละ 72 และความหนาแน่นพลังงานสำหรับระบบแบตเตอรี่เทอร์นารีสูงถึง 255 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นระดับการบูรณาการสูงที่สุดในโลก 

นอกจากนี้ แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้ยังได้รับการพัฒนาความน่าเชื่อถือในเรื่องอายุการใช้งาน ความทนทานต่อแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนผ่านการออกแบบโครงสร้างแบตเตอรี่แบบใหม่ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น 

CATL คาดการณ์ว่าแบตเตอรี่รุ่นนี้จะเข้าสู่กระบวนการผลิตและออกวางจำหน่ายในปี 2566 ถือเป็นข่าวดีของทั้งวงการแบตเตอรี่ลิเธียมและรถยนต์ EV ที่ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นหนึ่งอุตสาหกรรมที่ไม่มีทีท่าจะลดความเร็วในการพัฒนาลงเลย

Vinfast ลุยเปิดศูนย์บริการรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป 50 แห่ง 

Hanoi Times รายงานว่า Vinfast บริษัทรถยนต์สัญชาติเวียดนามเตรียมเปิดศูนย์จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 50 แห่งในเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส 

Vinfast ประสบความสำเร็จอย่างมากในการผลิตยานยนต์ EV เพื่อจำหน่ายในต่างประเทศ โดย Vinfast วางแผนเปิดศูนย์จำหน่ายรถยนต์ EV เพื่อรุกตลาดยุโรปและช่วยเสริมบริการหลังการขาย พร้อมตั้งเป้าว่าบริษัทจะต้องสร้างแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงให้คนมาใช้รถยนต์ EV ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย


เศรษฐกิจจีน 

Xi Jinping ตั้งเป้า GDP จีนเติบโต 5.5% สวนทางนักวิเคราะห์ 

ประธานาธิบดี Xi Jinping ให้คำมั่นว่าจีนจะบรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจในปี 2565 แม้ว่านักวิเคราะห์หลายสำนักจะมองว่าเป้าหมาย GDP เติบโตที่ 5.5% ของรัฐบาลจีนนั้นไกลเกินเอื้อม 

ในการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม BRICS Business Forum เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Xi ได้กล่าวว่า ‘จีนจะเสริมสร้างการปรับนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและใช้มาตรการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น’ เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2565

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่ารัฐบาลจีนจะไม่สามารถเอื้อมถึงเป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่ 5.5% ในปี 2565 นี้ได้ โดยผลการสำรวจความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ครั้งล่าสุดจาก Bloomberg ชี้ว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ปรับลดประมาณการการเติบโตของ GDP จีนทั้งปี 2565 ที่ 4.1% เท่านั้น

ส่วนนักเศรษฐศาสตร์ของ Goldman Sachs ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ‘การฟื้นตัวของจีนมีแนวโน้มเร่งขึ้นในเดือนมิถุนายน 2565 และมีการผ่อนคลายด้านนโยบายมากขึ้น แต่เป้าหมายการเติบโตของ GDP ที่ 5.5% ในปีนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก’ 

หากมองภาพรวมของสถานการณ์ประเทศจีนในช่วงเวลานี้จะพบกับข่าวดีหลายประการ ดัชนี CSI300 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดในเดือนเมษายน 2565 กว่า 13% พร้อมกับที่รัฐบาลจีนเริ่มคลายล็อกดาวน์ในเมืองสำคัญต่างๆ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวกลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง

ทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นจีนยังมีความน่าสนใจ และเริ่มดึงดูดการลงทุนมากยิ่งขึ้น มาลุ้นไปด้วยกันว่าเป้าหมายการเติบโต GDP ที่ 5.5% ของจีนในปีนี้จะประสบความสำเร็จได้หรือไม่ ถึงแม้ว่าจะเป็นไปได้ยากแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นไปไม่ได้


Black Swan

Black Swan วันมืดมิด ในชีวิตการลงทุน EP.8 

ซีรี่ส์ “Black Swan วันมืดมน ในชีวิตการลงทุน” โดยลงทุนแมนตอนล่าสุด ฟังเรื่องราวจากปาก ดร.นิเวศน์ เหมาวชิรวรากร นักลงทุน VI ระดับตำนานของเมืองไทยที่เปิดเผยความเสียดายมากที่สุดในชีวิต ‘ผมเสียดายที่ลงทุนในเวียดนามน้อยไป’ พร้อมข้อคิดดีๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการลงทุนของคุณ 

รับชมทาง Youtube 


เศรษฐกิจเวียดนาม 

เวียดนามอาจกลายเป็นโรงงานของโลกแทนที่จีน 

เวียดนามอาจเข้ามาแทนที่จีนในฐานะโรงงานของโลกในอนาคต จากข้อได้เปรียบด้านราคาที่ดิน ค่าจ้างแรงงาน และต้นทุนด้านการดำเนินงานของโรงงานและคลังสินค้า

Global Times รายงานว่าการระบาดของ Covid-19 ที่ปะทุขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2565 ในศูนย์กลางการผลิตของจีนอย่างมณฑลกวางตุ้งและเซี่ยงไฮ้ ทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงักลงจนกระทบกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน สวนทางกับตัวเลขทางเศรษฐกิจของเวียดนามที่มีแนวโน้มสดใสขึ้น

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติเวียดนาม เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวกว่า 5.0% ในไตรมาสแรกของปี 2565 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แซงหน้าจีนที่ขยายตัวอยู่ที่ 4.8% ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของเวียดนามก็เพิ่มขึ้นเป็น 176,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 14.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2564 จากการที่ธุรกิจต่างชาติแห่ย้ายฐานการผลิตเข้าสู่เวียดนาม 

ในขณะที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนเริ่มผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เกี่ยวกับ Covid-19 แล้ว แต่จีนยังคงต่อสู้กับการระบาดระลอกใหม่ซึ่งทำให้โรงงานต่างๆ ต้องหยุดการผลิตลงชั่วคราว สร้างปัญหาให้กับการผลิตสินค้า และทำให้บริษัทขนาดใหญ่เริ่มหาฐานการผลิตใหม่ เวียดนามจึงได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ 

เวียดนามกำลังกลายเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนต่างประเทศ เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานที่ดี 


‘ตลาดหุ้นเวียดนาม’ ปรับฐาน ถึงเวลาลงทุนแล้วหรือยัง?

เกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นเวียดนามในปีนี้ แบบนี้เรียกว่าปรับฐานได้หรือยัง แล้วปรับฐานเพราะอะไร จะเป็นผลดีกับนักลงทุนหรือไม่ จังหวะไหนที่ควรลงทุน? หาคำตอบได้แล้วในบทความนี้ 

อ่านบทความต่อ 


Jitta Wealth

3 ไฮไลท์ที่น่าสนใจจากกลุ่ม Jitta Wealth Official

📌 ลงทุนเวียดนามแบบไหนดีที่สุด? ที่นี่มีคำตอบ

📌 ดัชนี S&P 500 ในอดีตติดลบนานแค่ไหน? อยากรู้ไหมมาดูกัน

📌 มี 3 พอร์ตกับ Jitta Wealth จัดสรรเงินลงทุนยังไงให้ปัง

เข้าร่วมกลุ่ม Jitta Wealth Official


เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา 

สรุปคำแถลงประธาน Fed กระทบตลาดหุ้นมากแค่ไหน

Jerome Powell ให้คำแถลงก่อนเข้าพบคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐฯ ด้านการธนาคาร โดยสิ่งที่ Powell ได้กล่าวเอาไว้สามารถสรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้

  • Fed มีเป้าหมายจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างนิ่มนวล (Soft Landing) ซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก แต่หากไม่ควบคุมเสถียรภาพด้านราคาก็จะทำให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนกระทบกับเศรษฐกิจสหรัฐฯ
  • Fed จะติดตามตัวเลขทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดก่อนที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายแต่ละครั้ง และมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปัจจุบันแข็งแกร่งมากพอจะรองรับการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้
  • การปรับดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องที่เหมาะสมและสมควรทำ และยังมีความเป็นไปได้ว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงกว่าเดิม
  • Fed ยังไม่เห็นสัญญาณเศรษฐกิจถดถอย แต่ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้น

จากคำแถลงการณ์ของ Powell เห็นได้ชัดว่าในตอนนี้ Fed ตั้งเป้าไปที่การควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและจะทำทุกวิถีทางเพื่อดึงเงินเฟ้อให้ลดลง 

สาเหตุที่ Powell มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งเนื่องมาจากตัวเลขการจ้างงานในตลาดแรงงานและตัวเลขเศรษฐกิจยังอยู่ในจุดที่ดี ทำให้การใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ มากนัก 

อย่างไรก็ตาม สาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงเกิดจากปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ที่ดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้น แต่จะเห็นได้ชัดว่า Fed มีความกระตือรือร้นในการจัดการเงินเฟ้อและพร้อมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบสนองต่อการแถลงการณ์ของ Powell ในทิศทางที่ดี ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น หากสุดท้าย Fed สามารถควบคุมสถานการณ์เงินเฟ้อได้จริง จะทำให้สถานการณ์กลับมาปกติได้อย่างแน่นอน


เงิน 20 ดอลลาร์ก็ซื้อเกาะแมนฮัตตันได้โดย Mohnish Pabrai – Episode 06 

Passive Way Story 8 เรื่องเล่าจาก Wall Street ลงทุนไม่พัง ต้องฟังทางนี้ Episode 06 – เงิน 20 ดอลลาร์ก็ซื้อเกาะแมนฮัตตันได้ โดย Mohnish Pabrai เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจกับพลังของดอกเบี้ยทบต้น พลังมหัศจรรย์ที่สร้างความมั่งคั่งให้คุณได้ 

กด Subscribe พอดคาสช่องทางต่างๆ 

ฟังพอดคาสต์จาก Youtube 


Jitta Wealth

เศรษฐกิจพุ่งระเบิด หลังจบโรคระบาด!

เกิดอะไรขึ้นกับเศรษฐกิจโลก จบวิกฤตโรคระบาด แต่ต้องมาเจอกับภาวะเงินเฟ้อ ข้าวของแพง เหตุการณ์นี้เรียกว่าอะไร เกิดขึ้นเพราะอะไร ทางรอดของเราคืออะไร 

อ่านต่อ 


เมตาเวิร์ส

บริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่เข้าร่วมประชุม ‘Metaverse Standards Forum’

บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Meta และ Microsoft และบริษัทอื่นๆ ร่วมกันจัดตั้งกลุ่ม ‘Metaverse Standards Forum’ เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรฐานของอุตสาหกรรมที่จะช่วยให้บริษัทเทคโนโลยีทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น 

ผู้เข้าร่วมใน Metaverse Standards Forum มีบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ตั้งแต่ผู้ผลิตชิปไปจนถึงบริษัทผู้พัฒนาเกม รวมถึงหน่วยงานกลางอย่าง World Wide Web Consortium แต่ Apple ไม่ได้เข้าร่วมในการประชุมนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดว่า Apple จะกลายเป็นผู้เข้าแข่งขันที่โดดเด่นในตลาด Metaverse ทันทีเมื่อบริษัทเปิดตัวแว่นตา VR ที่กำลังพัฒนาอยู่ 

การเปิดตัวแว่นตา VR จะทำให้ Apple กลายเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Meta ทันที โดยคาดว่า Meta จะพร้อมเปิดตัวแว่นตา VR ภายในปีนี้ ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ว่า Cambria 

Neil Trevett ประธานบริษัท Khronos และรองประธานด้าน Ecosystems ของ Nvidia กล่าวว่าจุดมุ่งหมายของการประชุมนี้คือการสร้างความสะดวกในการสื่อสารระหว่างองค์กรหลายแห่งเพื่อสร้างการทำงานร่วมกันของโลกเสมือนจริงในเมตาเวิร์ส 


นี่คือ 7 ข่าวสารที่น่าสนใจจากทั่วโลก ที่เรารวบรวมมาให้ใน Jitta Wealth Journal

ในขณะที่ราคาหุ้นและกองทุน ETF ช่วงนี้ผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจที่กำลังต่อสู้กับเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นทั่วทุกมุมโลก

แต่หลายอุตสาหกรรมก็มีพัฒนาการให้เห็นอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ลิเธียม รถยนต์ไฟฟ้า เมตาเวิร์ส หรือแม้กระทั่งเศรษฐกิจในภาพใหญ่ของจีนและเวียดนามที่เริ่มฟื้นตัวแล้ว ถือเป็นโอกาสการลงทุนที่ดีในยามเศรษฐกิจผันผวนแบบนี้

ลองโฟกัสไปที่พื้นฐานของธุรกิจและอุตสาหกรรมให้มากขึ้น โฟกัสการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นให้น้อยลง แล้วคุณจะพบว่ายังมีโอกาสในการลงทุนอีกมากมายที่รอให้คุณไปค้นเจอ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า 


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – เมื่อเศรษฐกิจแดนมังกรฟื้นตัว ตลาดหุ้นจึงฟื้นตาม

Jitta Wealth Journal – เปิดโผหุ้น Defensive พร้อมชนเงินเฟ้อ

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2022 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด