Jitta Wealth Journal - จีนเวอร์ชัน Zero Covid ดันหุ้นจีนได้อย่างไร

31 พฤษภาคม 2565Jitta WealthJitta Wealth Journal

หุ้นไทยผันผวนจริงหรือ ทำไมลดลงน้อยกว่าใคร

Jitta Wealth Journal ปีที่ 2 ฉบับที่ 79 ประจำวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 ทีมงานรวบรวมข่าวสารและสถานการณ์การลงทุนจากทั่วโลกมาให้คุณแล้ว ดังนี้ 

  • จีนตั้งเป้าหนุนเศรษฐกิจ เตรียมแผนฟื้นตัวหลังล็อกดาวน์
  • Alibaba ผลประกอบการดีกว่าคาด จีนผ่อนคุมเข้ม
  • Microsoft จ้างผู้บริหารคุมบังเหียนลุยไซเบอร์ซีเคียวริตี
  • ชาวอเมริกันออมเงินลดลง ใช้จ่ายมากขึ้น แม้เผชิญวิกฤตเงินเฟ้อ
  • เที่ยวไทยฟื้นตัวแรง ดันเศรษฐกิจโตดี
  • 2 ค่ายรถใหญ่หวั่น บุก EV ในจีนไม่ใช่เรื่องง่าย
  • IDC คาดคลาวด์อินเดียโตเฉลี่ย +24% จนถึงปี 2569

ไปติดตามกันได้เลย 


กำลังใจถัวรับตลาดหมี เครดิตสูงสุด 100,000 บาท

Jitta Wealth Journal

กำลังใจแรงๆ แด่นักลงทุนที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ถัวสะสม ถัวถล่ม ถัวชนตลาดหมี รับเลย! เครดิตค่าธรรมเนียมสูงสุด 100,000 บาท เมื่อเพิ่มทุนภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2665 

อ่านรายละเอียด


ตลาดหุ้นจีน

จีนตั้งเป้าหนุนเศรษฐกิจ เตรียมแผนฟื้นตัวหลังล็อกดาวน์ 

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย Loan Prime Rate (LPR) 5 ปี ลงอีก 0.15% เหลือ 4.45% ขณะที่อัตราดอกเบี้ย LPR อายุ 1 ปียังอยู่ที่ 3.70% ไม่เปลี่ยนแปลง

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ เป็นการปรับลดที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า PBOC จะปรับลดเพียง 0.05-0.10% เท่านั้น แต่ตัวเลขปรับลดสูงถึง 0.15%

การปรับลดอัตราดอกเบี้ย LPR ครั้งนี้ เป็นมาตรการช่วยลดต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ตามมาตรการ Zero Covid เพื่อช่วยกระตุ้นความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อุปสงค์ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปลาย 2563 เป็นต้นมา

Bloomberg รวบรวมตัวเลขเม็ดเงินสำหรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน พบว่า รวมกันสูงถึง 35.5 ล้านล้านหยวน โดยรัฐบาลจีนตั้งเป้าใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินไว้เป็นกระสุนสำรอง เพื่อเร่งการเติบโต

แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของจีน จะเห็นได้ว่า สวนทางกับสหรัฐฯ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งรัฐบาลจีนต้องการให้เศรษฐกิจเติบโตตามเป้าหมาย +5.5% ที่วางไว้ ทำให้มีนโยบายทางการเงินออกมาสนับสนุนมากมาย 

ในขณะเดียวกันทางการท้องถิ่นของเซี่ยงไฮ้ ออกมาส่งสัญญาณชัดเจนถึงการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมด 50 รายการ มีเป้าหมายหนุนเศรษฐกิจใน 8 ด้าน เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในท้องถิ่น เน้นการฟื้นตัวของธุรกิจและการจ้างงาน

อย่างไรก็ตามนักเศรษฐศาสตร์ต่างให้ความเห็นว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจควรเร่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเมือง อาจใช้เวลา 2-3 เดือนกว่าจะฟื้นถึงระดับก่อน Covid-19 ระบาด  

ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงมามากในปี 2564 มาจนถึง 2565 การเข้าลงทุนในช่วงนี้เป็นโอกาสลงทุนในหุ้นคุณภาพดี (รายได้โต) และมีราคาถูก หากคุณสนใจลงทุนใน ‘หุ้นดีราคาถูก’ กับ Jitta Ranking จีน สามารถเริ่มได้เลย

หากต้องการลงทุนผ่าน ETF สามารถลงทุนผ่านแผน Thematic DIY เลือกจัดพอร์ตในกลุ่มธีมตลาดหุ้น กระจายความเสี่ยงพร้อมสรรพ เช่น จีน สหรัฐฯ อินเดีย และเวียดนามได้เหมือนกัน 


CEO ของ Jitta Wealth เผยเคล็ดลับปรับพอร์ตรับมือภาวะตลาดหมี

CEO ของ Jitta Wealth

จบไปแล้วกับ Exclusive Q&A with CEO ของ Jitta Wealth ประจำเดือนพฤษภาคม 2565 ที่คุณตราวุทธิ์มาตอบข้อสงสัยต่างๆ ไม่ว่าคุณจะมีพอร์ตอยู่แล้ว หรือสนใจเริ่มลงทุน พร้อมเผยวิธีการรับมือตลาดหุ้นเป็นหมีเซื่องซึม พอร์ตติดลบทำอย่างไร

ดู Live ย้อนหลัง

อ่านสรุป


อีคอมเมิร์ซ

Alibaba ผลประกอบการดีกว่าคาด จีนผ่อนคุมเข้ม

อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่แดนมังกร Alibaba ประกาศงบการเงินประจำปีงบประมาณ 2565 (เริ่มเมษายน จบมีนาคม) ออกมาดีเกินคาด รายได้รวม 853,062 ล้านหยวนเพิ่มขึ้น +19% โดยเติบโตจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซในจีน +18% ธุรกิจคลาวด์ +23% และธุรกิจอีคอมเมิร์ซต่างประเทศ +25%

แต่ปีงบ 2565 Alibaba มีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 69,638 ล้านหยวน ลดลง -22% จากปีงบ 2564 และมีการขาดทุนจากการปรับลดลงของราคาสินทรัพย์ที่ลงทุน โดยปีงบ 2564 Alibaba มีกำไรจากสินทรัพย์ลงทุน 72,794 ล้านหยวน ส่วนปีงบ 2565 ขาดทุนจากสินทรัพย์ลงทุน -15,702 ล้านหยวน แต่ไม่กระทบกับกระแสเงินสดของบริษัท เนื่องจากเป็นรายการทางบัญชีที่บันทึกตามการขึ้นลงของราคาสินทรัพย์

Alibaba มีการขยายธุรกิจแบบขายตรงมากขึ้นผ่านบริษัทลูก Sun Art ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูง รวมไปถึงธุรกิจ Taocaicai ซึ่งเป็นธุรกิจตลาดสดออนไลน์ส่งผักผลไม้ถึงมือลูกค้าภายใน 1 วัน ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างมากในจีน

ปัจจุบัน Alibaba มีผู้ใช้งานรายปีอยู่ที่ 1,310 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ใช้งานในประเทศ 1,000 ล้านรายและผู้ใช้งานต่างประเทศ 310 ล้านราย ยอดซื้อขายทั้งหมดภายในประเทศผ่าน Alibaba อยู่ที่ 7.97 ล้านล้านหยวน ในขณะที่ยอดซื้อขายต่างประเทศอยู่ที่ 54,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายได้จากกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สำหรับรายย่อยในประเทศยังมีการเติบโตอยู่ แต่โตในอัตราที่ลดลง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน Alibaba พยายามหาโอกาสทางธุรกิจต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Lazada AliExpress Trendyol และ Daraz โดยมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

คลาวด์ก็เป็นอีกธุรกิจที่สร้างการเติบโตให้กับ Alibaba ปัจจุบัน Alibaba Cloud มีสัดส่วนการใช้งานเป็นอันดับ 1 ในจีน มาร์เก็ตแชร์ 37.8% โดย IDC คาดว่า ตลาดคลาวด์จีนแตะระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2569

ในระยะยาว Alibaba จะได้ประโยชน์จากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั่วโลก ธุรกิจคลาวด์และโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ในประเทศ รวมไปถึงการสนับสนุนธุรกิจแพลตฟอร์มของภาครัฐหลังจากสร้างกฎเกณฑ์ใหม่แล้ว


ทำไม Buffett ส่ายหน้าให้ Bitcoin?

Warren Buffett Bitcoin

เซียนหุ้นมือเก๋า Warren Buffett รวมไปถึงเพื่อนซี้อย่าง Charlie Munger เซย์โนให้ Bitcoin เพราะอะไร ถึงขั้นบอกว่า ลงทุนในฟาร์มหรืออะพาร์ตเมนต์ยังดีเสียกว่า มาทำความเข้าใจมุมมองของ 2 ปู่กัน

อ่านต่อ


ไซเบอร์ซีเคียวริตี

Microsoft จ้างผู้บริหารคุมบังเหียนลุยไซเบอร์ซีเคียวริตี

บิ๊กเทค Microsoft ได้จ้าง Chief Product Officer (CPO) คนใหม่ เพื่อเข้ามาดูแลบริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่ง CPO มีชื่อว่า Jason Roszak ซึ่งดูแลสินค้าและบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับไซเบอร์ซีเคียวริตีโดยตรง

Roszak มีประสบการณ์เป็นถึง Vice President ของ Product Management ในบริษัท VMware มากกว่า 8 ปี คาดว่า จะมาเริ่มงานกับ Microsoft ในช่วงเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ 

การเข้ามาของ CPO เป็นไปได้ว่า Microsoft จะมอบหน้าที่ให้ Roszak ช่วยตรวจสอบและพัฒนาเทคโนโลยีไซเบอร์ซีเคียวริตี เพราะธุรกิจนี้สร้างรายได้ให้กับบริษัทมากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2564 และมีอัตราการเติบโตสูงถึง +45%

ในยุคดิจิทัล บริษัทต่างๆ จำเป็นต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการจารกรรมทางไซเบอร์ ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และชื่อเสียงของบริษัทโดยตรง รวมไปถึงข้อมูลสำคัญของบริษัทที่ไม่ต้องการเปิดเผยต่อสาธารณชนด้วย

ธีมไซเบอร์ซีเคียวริตีมีแนวโน้มเติบโตไปกับข้อมูลมหาศาลที่ถูกเก็บไว้ในระบบคลาวด์ ยิ่งผู้คนเข้าถึงระบบดิจิทัลมากเท่าไร ความปลอดภัยยิ่งจำเป็นมากเท่านั้น และความน่าสนใจของธีมไซเบอร์ซีเคียวริตี คือ ยังมีการเติบโตสวนกระแสตลาด และมีรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง


สูตรเลือกหุ้นมหัศจรรย์ Magic Formula โดย Joel Greenblatt – Episode 02

Passive Way Story

Passive Way Story 8 เรื่องเล่าจาก Wall Street ลงทุนไม่พัง ต้องฟังทางนี้ Episode 02 นำเสนอวิธีเลือกหุ้นด้วยหลักการ Magic Formula ที่ใช้ตัวเลขทางการเงินเพียง 2 ตัวเท่านั้น อยากรู้ว่าทำอย่างไร

ฟังทาง YouTube

กด Subscribe ช่องทางพอดคาสต์


เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา 

ชาวอเมริกันออมเงินลดลง ใช้จ่ายมากขึ้น แม้เผชิญวิกฤตเงินเฟ้อ

สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (BEA) เปิดเผยว่า ชาวอเมริกันมีเงินออมน้อยลงสู่ระดับต่ำสุด นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลก ชี้ผู้บริโภคยังใช้เงินเพิ่มขึ้น แม้เผชิญภาวะเงินเฟ้อที่สุดในรอบหลายทศวรรษ 

อัตราการออมเงินส่วนบุคคลของชาวอเมริกันลดลงที่ระดับ 4.4% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2551 หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาด Covid-19 

ชาวอเมริกันก็เริ่มออกมาใช้จ่ายมากขึ้น แม้จะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อสูงที่สุดในรอบ 40 ปี นอกจากนี้ยังมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต และการกู้ยืมเงินสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากราคาของใช้ในชีวิตประจำวันพุ่งสูงขึ้น 

อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มว่า การใช้จ่ายเหล่านี้อาจจะชะลอตัวลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า จากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นตามๆ กัน


7 ตลาดหุ้นใหม่บน Jitta พร้อมให้บริการแล้ววันนี้

Jitta Stock Analysis

แพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta เพิ่ม 7 ประเทศใหม่ มาทำความรู้จักตลาดหุ้นเหล่านี้ และส่องผลตอบแทนย้อนหลัง 13 ปีที่ไม่ธรรมดา ปัจจุบัน Jitta ครอบคลุม 26 ตลาดหุ้นทั่วโลก วิเคราะห์มากกว่า 34,000 บริษัท พร้อมเพิ่มตลาดหุ้นใหม่ๆ ในอนาคต

อ่านต่อ


เศรษฐกิจไทย

เที่ยวไทยฟื้นตัวแรง ดันเศรษฐกิจโตดี

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 497,700 คน เพิ่มขึ้น +2,367% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยกิจกรรมจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น +30.7% และธุรกิจพักแรมและบริการด้านอาหารขยายตัว +34.1% ในไตรมาสที่ผ่านมา 

สะท้อนว่า ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส 1 โดยสภาพัฒน์คาดว่า จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยปี 2565 อย่างมีนัยสำคัญ

ไทยเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ โดยไม่ต้องกักตัวมาตั้งแต่ 11 ตุลาคม 2564 แต่ยังพบอุปสรรคจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 สายพันธุ์โอไมครอน ทำให้กลับมาใช้มาตรการที่เข้มงวดเช่นเดิม

อย่างไรก็ตามหลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายเปิดประเทศอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนใหญ่มาจากยุโรป

1 มิถุนายนนี้ ไทยเตรียมประกาศปลดล็อกสถานบันเทิง รวมไปถึงผ่อนกฎระเบียบการเข้าประเทศแม้ไม่ฉีดวัคซีน คาดว่า กิจกรรมเศรษฐกิจไทยกลับมาคึกคัก และยังช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมากขึ้นอีกด้วย

ภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย มีผลต่อตัวเลข GDP ของประเทศ ปี 2565 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่า นักท่องเที่ยวจะเข้าไทย 5 ล้านคน แม้ดูเป็นตัวเลขน้อยนิด หากเทียบกับปี 2562 แต่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยหลัง Covid-19 มากทีเดียว


เมืองนอกไม่ไหว กลับมาลงทุนหุ้นไทยตอนนี้ได้ปะ

Jitta x Stock Vitamins

หากวัดกันที่ดัชนีตลาดหุ้น ปี 2565 กลายเป็นว่า SET ลดลงไม่เยอะเท่ากับตลาดหุ้นสหรัฐฯ หรือจีน เพราะอะไร ตลาดหุ้นไทยมี ‘หุ้นดี ราคาเหมาะสม’ อยู่หรือไม่ เพจ Stock Vitamins วิเคราะห์จากแพลตฟอร์ม Jitta ส่งตรงมาเลย

อ่านต่อ


รถยนต์ไฟฟ้า 

2 ค่ายรถใหญ่หวั่น บุก EV ในจีนไม่ใช่เรื่องง่าย 

ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อย่าง GM และ Volkswagen ต้องเผชิญอุปสรรคในการขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในจีน เพราะเทคโนโลยีไม่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน ตลาดจีนต้องการ EV ที่ใช้ง่ายเหมือนสมาร์ตโฟน

ค่าย EV จีน ไม่ว่าจะเป็น BYD Nio และ Xpeng เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Alipay และ Taobao สามารถทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เปิดหน้าต่างไปจนถึงเปิดเพลง รวมไปถึงซอฟต์แวร์ต่างๆ ใน EV ที่อัปเดตได้เลย โดยไม่ต้องผ่านอุปกรณ์ใดๆ 

ยอดขาย EV ในจีนโตกระฉูด โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2565 จำนวน EV ประเภท PHEV และ BEV เพิ่มขึ้นกว่า 1.49 ล้านคัน โตเท่าตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน 

ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในจีน ระบุว่า นอกเหนือจาก Tesla ไม่มีค่ายต่างชาติอื่นๆ ติด 10 อันดับกลุ่มยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของจีนเลย สะท้อนว่า แบรนด์ EV จีนยังแข็งแกร่งมาก คุณภาพรถดีขึ้นด้วย 

ถ้ารถยนต์ค่ายไหนอยากจะตีตลาดคงต้องทำการบ้านให้หนักขึ้น เพราะการพัฒนา EV ไม่ได้ทำแค่ตัวรถและชิ้นส่วนอย่างเดียว แต่ครอบคลุมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลภายในรถด้วย เพราะ Connected Car และ Autonomous Driving จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน และ EV ก็จะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี Internet of Things มากขึ้น 

การใช้ EV ที่แพร่หลาย จะส่งผลดีต่อหลายๆ ธีมธุรกิจ เช่น พลังงานสะอาด ลิเธียมและแบตเตอรี เซมิคอนดักเตอร์ และ Internet of Things สะท้อนว่า การแข่งขันพัฒนา EV และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจะรุนแรงขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะมองมุมไหน เมกะเทรนด์นี้จะไปได้อีกไกลเลย 


คลาวด์

IDC คาดคลาวด์อินเดียโตเฉลี่ย +24% จนถึงปี 2569

ตลาด Public Cloud ในอินเดีย คาดว่า จะมีมูลค่าสูงถึง 13,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 เติบโตเฉลี่ยปีละ +24% โดยในปี 2564 มีมูลค่าสูงถึง 4,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

International Data Corporation (IDC) ประเมินว่า องค์กรชั้นนำของอินเดียได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น โดยในปี 2565 ได้มีการลงทุนในคลาวด์มากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการทำงานและคล่องตัวมากขึ้นด้วย

ระบบคลาวด์จะครอบคลุมทั้ง Infrastructure-as-a-Service (IaaS) Platform-as-a-Service (PaaS) และ Software-as-a-Service (SaaS) ซึ่งเทคโนโลยีคลาวด์ที่ถูกใช้งานมากที่สุดในอินเดีย คือ SaaS ตามมาด้วย IaaS 

อย่างไรก็ตามตลาดคลาวด์ในอินเดียมีส่วนแบ่งที่ค่อนข้างกระจุกตัว ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ 2 ราย มีส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากกว่า 45% 

การเติบโตด้านปริมาณการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ในอินเดีย จะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจอื่นๆ รวมไปถึงความต้องการเทคโนโลยีดิจิทัลที่มากขึ้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจอินเดียอย่างมีนัยสำคัญ และแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีคลาวด์มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ

อินเดียเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง แต่ตลาดคลาวด์ยังค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับจีนที่มีมูลค่าตลาดคลาวด์สูงถึง 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อินเดียเป็นประเทศที่มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีมาก ไม่ช้าก็เร็วการใช้งานคลาวด์จะต้องขยายตัวแน่นอน ส่งผลดีต่อทั้งธุรกิจเทคโนโลยีอื่นๆ และตลาดหุ้นอินเดียด้วย


Exponential Technology คืออะไร? ทำไมเป็นเมกะเทรนด์ที่กำลังเติบโต

Exponential Technology Jitta Wealth

โลกต้องการเทคโนโลยี แต่ Exponential Technology จะทำให้โลกไปได้ไกลมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถได้แบบทวีคูณ มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด แล้วโอกาสลงทุนอยู่ไหน มารู้จัก 8 บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนานวัตกรรมพลิกโลก 

อ่านต่อ


นี่คือ 7 ข่าวสารความเคลื่อนไหวจากทั่วโลก ที่ทีมงานรวบรวมมาให้ใน Jitta Wealth Journal ให้คุณได้ติดตามไปพร้อมๆ กัน

ภาวะตลาดหมีแบบนี้ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ตามวัฏจักรเศรษฐกิจและตลาดหุ้น หากคุณเพิ่งลงทุนช่วงนี้หรือลงทุนก่อนหน้านั้นไม่ถึง 1 ปี มูลค่าพอร์ตลงทุนจะติดลบอยู่แล้ว

แต่ถ้าคุณลงทุนได้นานขึ้น 3-5 ปี หรือนานกว่านั้น คุณจะเผชิญกับอีกหลายๆ วัฏจักรทั้งขาขึ้นและขาลง ทั้งวิกฤตและโอกาส มูลค่าพอร์ตตอนนั้นอาจจะเติบโตสูงไปแล้วก็ได้ และตัวคุณเองอาจจะเข้าใจธรรมชาติของตลาดหุ้นมากกว่านี้ก็ได้

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – เมื่อตลาดหุ้นเป็นหมีเซื่องซึม จะเพิ่มทุนดีหรือไม่

Jitta Wealth Journal – ตลาดหมีมาแล้ว! แผนรับมือให้ขาดทุนน้อยลง

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2022 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด