Jitta Wealth Journal - เมื่อตลาดหุ้นเป็นหมีเซื่องซึม จะเพิ่มทุนดีหรือไม่

24 พฤษภาคม 2565Jitta WealthJitta Wealth Journal

จีนอัดงบกระตุ้น GDP หุ้นจีนส้มหล่น ราคาถูกน่าลงทุน

Jitta Wealth Journal ปีที่ 2 ฉบับที่ 78 ประจำวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 ทีมงานรวบรวมข่าวสารและสถานการณ์การลงทุนจากทั่วโลกมาให้คุณแล้ว ดังนี้

  • กูรูเตือนรับมือ ‘ตลาดหมี’ แนะลงทุนระยะยาว
  • Sea บริษัทอีคอมเมิร์ซสิงคโปร์ โชว์รายได้พุ่ง +64%
  • ราคาหุ้น JD.com พุ่ง หลังงบไตรมาสแรกโตเกินคาด
  • Apple พัฒนาแว่นตา AR/VR รับกระแสเมตาเวิร์ส
  • Netflix ปลดพนักงานกว่า 150 คน หลังยอดสมาชิกลดฮวบ
  • จีนอัดเม็ดเงินกว่า 35.5 ล้านล้านหยวนกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • Blockchain.com แนะ DCA ในคริปโทเคอร์เรนซี

ไปติดตามกันได้เลย


Exclusive Q&A with CEO Jitta Wealth

Exclusive Q&A with CEO ประจำเดือนพฤษภาคม 2565

Live สดจาก Jitta Wealth คุณจะได้พูดคุยกับคุณตราวุทธิ์อย่างใกล้ชิด หากคุณสนใจสร้างความมั่งคั่งผ่านกองทุนส่วนบุคคล อยากจะเริ่มต้นลงทุน แต่ยังไม่มั่นใจในภาวะตลาดหุ้นตอนนี้ มาเช็กความพร้อมลงทุนและวิธีรับมือกับความไม่แน่นอน

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2565

เวลา 14:00 น.

รับการแจ้งเตือนผ่าน Facebook Live

รับการแจ้งเตือนผ่าน Youtube Live


ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา

กูรูเตือนรับมือ ‘ตลาดหมี’ แนะลงทุนระยะยาว

บรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์หลายๆ สำนัก เตือนนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขณะนี้ว่า อาจจะเป็นสัญญาณเข้าสู่ ‘ตลาดหมี’ โดยจะมีแรงเทขายครั้งใหญ่อีกระลอก ก่อนที่ตลาดจะซบยาว

สัญญาณที่บอกว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังจะเข้าสู่สภาวะตลาดหมี (Bear Market) ดูจากดัชนีต่างๆ ปรับตัวลดลงเข้าใกล้ -20% ในช่วงปี 2565 (ณ 20 พฤษภาคม) และยังไม่รู้ว่าจะถึงจุดต่ำสุดเมื่อไร 

  • DJIA -14.55%
  • S&P500 -18.66%
  • NASDAQ -28.28% 

บรรยากาศตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังค่อนข้างซบเซา โดยดัชนี CNN Business Fear & Greed Index แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนในตลาดหุ้นส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง Extreme Fear มีแนวโน้มว่า จะชะลอการลงทุนออกไปก่อน

แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำว่า ช่วงนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาว เพราะราคาหุ้นพื้นฐานดี ราคาถูกลงมาก หากเข้าลงทุนช่วงนี้ ผลตอบแทนเมื่อตลาดหุ้นรีบาวด์จะสูงขึ้น

ตามหลักการลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investing) ของ Benjamin Graham บอกว่านักลงทุนควรจะลงทุนช่วงตลาดหมี เพราะตลาดซบเซาจะทำให้คุณได้หุ้นดีในราคาที่ถูกอย่างไม่มีเหตุผล และเป็นผลดีต่อพอร์ตเมื่อตลาดหุ้นฟื้นตัวกลับมา

รวมไปถึง Warren Buffett เคยแนะนำกลยุทธ์ลงทุนในช่วงตลาดขาลงในปี 2559 ว่า อย่ากังวลจนมากเกินไป และอย่าติดตามตลาดบ่อยเกินไป ซึ่งเป็นช่วงที่ดัชนี DJIA ร่วงติดต่อกัน 7 สัปดาห์ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2544

ผู้ก่อตั้ง Vanguard อย่าง John C. Bogle ได้เสริมในเรื่องนี้ว่า อารมณ์ของนักลงทุนส่วนใหญ่จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนค่อนข้างมาก คุณไม่ควรให้วิกฤตหรือสถานการณ์ตลาดหุ้นมาเปลี่ยนแนวคิดการลงทุนของคุณเด็ดขาด

การลงทุนระยะยาว คุณจะต้องพบกับความผันผวนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจหรือวิกฤต ซึ่งเป็นธรรมชาติของตลาดหุ้นที่จะปรับตัวขึ้นลงอยู่เสมอ แต่อย่าลืมว่า คุณกำลังลงทุนในหุ้นบริษัทคุณภาพดี ที่มีความสามารถในการทำกำไรและเพิ่มรายได้ในอนาคต

กลยุทธ์ที่เรียบง่ายอย่าง DCA (Dollar Cost Averaging) เพื่อถัวเฉลี่ยต้นทุนสินทรัพย์ จะช่วยลดการขาดทุนในพอร์ต และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับคุณได้ในอนาคต ช่วงตลาดหมีที่หลายๆ คนกลัว อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่คุณจะตัดสินใจลงทุนก็ได้


Jitta Wealth Buffett & Munger

Buffett กับ Munger เผยเหตุผลลงทุนหุ้นจีน

ตลาดหุ้นจีนขาลงลากยาวมานานกว่า 1 ปี หวังว่าจะรีบาวด์ ก็ยังซึมๆ อยู่ หุ้นจีนในพอร์ต Berkshire Hathaway ก็เผชิญขาลงเหมือนกัน แต่ Warren Buffett และ Charlie Munger ยังมั่นใจในหุ้นจีน เพราะอะไร

อ่านต่อ


Passive Way Story

การเดิมพันครั้งใหญ่ของ Buffett ระหว่าง Passive vs Active – Episode 01

8 เรื่องเล่าจาก Wall Street ลงทุนไม่พัง ต้องฟังทางนี้ Episode 01 จะเล่าเรื่องการเดิมพันครั้งใหญ่ของ Warren Buffett ที่ไปท้าชกกับ Active Fund ว่าจะทำผลตอบแทนระยะยาวแพ้ Passive Fund ใครกันที่กล้ารับคำท้าของปู่ และฝ่ายไหนชนะ

กด Subscribe ช่องทางต่างๆ ของ Passive Way Story  

ฟัง Episode 01 จาก YouTube 


อีคอมเมิร์ซ

Sea บริษัทอีคอมเมิร์ซสิงคโปร์ โชว์รายได้พุ่ง +64%

บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังจากสิงคโปร์ Sea ประกาศรายได้ไตรมาสแรกปี 2565 อยู่ที่ 2,899.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น +64% จาก 1,763.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564

โดยรายได้จากอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee อยู่ที่ 1,516.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต +64% ส่วนธุรกิจเกม Garena มีรายได้ 1,135.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต +45% 

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เล่นเกมลดลง -5% และจำนวนผู้เล่นเกมที่จ่ายเงินซื้อขายไอเทมในเกมลดลง -23% ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการของรัฐบาลอินเดียในการแบนแอปพลิเคชันเกมจากจีน ซึ่ง Sea โดนไปด้วย เนื่องจาก Tencent เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซสร้างรายได้หลักให้กับบริษัท และมีอัตราการเติบโตที่น่าประทับใจ จำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถขยายไปตลาดต่างประเทศได้การเติบโตของ Sea จะช่วยให้ Thematic ETF มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเช่นเดียวกัน

หุ้น Sea อยู่ในธีมต่างๆ เช่น อีคอมเมิร์ซ เกม และฟินเทค การเติบโตของธุรกิจจะช่วยกระตุ้นและส่งผลดีอย่างชัดเจน หากดูจากงบการเงินจะพบว่า กำไรขั้นต้นเติบโตสูง +81% แต่ยังมีผลขาดทุนสุทธิ (Net Loss) อยู่ เราหวังว่า Sea จะสามารถพลิกมีกำไรสุทธิได้ในอนาคต

ราคาหุ้น JD.com พุ่ง หลังงบไตรมาสแรกโตเกินคาด 

JD.com รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2565 โดยรายได้เติบโต +18% อยู่ที่ 239,700 ล้านหยวน และกำไรก่อนหักภาษีราวๆ 2,000 ล้านหยวน ส่งผลให้ราคาหุ้นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และฮ่องกงพุ่งขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยรายได้จากการขายสินค้าในไตรมาสที่ 1 ของปี 2565 เพิ่มขึ้น +17% อยู่ที่ 204,000 ล้านหยวน ส่วนรายได้จากธุรกิจโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น +22% อยู่ที่ 27,300 ล้านหยวน ซึ่งมีผลขาดทุนลดลง

แม้ว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซยังคงมียอดคำสั่งซื้อมหาศาล แต่การเข้ามาตรวจสอบหุ้นเทคโนโลยีจากรัฐบาลจีน ไม่เว้นแม้แต่ JD.com ทำให้ราคาหุ้นบริษัทลดฮวบไปเกือบ -50% จากกลางปี 2564 

Jitta Wealth หวังว่า รัฐบาลจีนจะลดบทบาทการตรวจสอบบริษัทในตลาดหุ้น ภายหลังจากการออกกฎหมาย เพื่อป้องกันการผูกขาดตลาดและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และประกาศว่า จะสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของหุ้นเทคโนโลยีจีนอย่างเต็มที่

สำหรับ JD.com อยู่ในเมกะเทรนด์อีคอมเมิร์ซที่ยังเติบโตได้ เพราะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่สนับสนุนธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกให้เข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ สร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ ราคาหุ้นอาจจะเป็นขาลง แต่ผลประกอบการไม่ได้ลดลงเลย


เทคโนโลยีสหรัฐอเมริกา

Apple พัฒนาแว่นตา AR/VR รับกระแสเมตาเวิร์ส

แหล่งข่าวจากวงในเผยว่า ทีมฮาร์ดแวร์ของ Apple ได้นำเสนอแว่นตา AR/VR เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณา และรายงานความคืบหน้าแล้ว เป็นสัญญาณว่า Apple เตรียมเปิดตัวสินค้าเพื่อเทคโนโลยีเมตาเวิร์ส 

คาดว่า วางขายอย่างเร็วที่สุดภายในสิ้นปี 2565 หรือต้นปีหน้า โดยอาจจะเปิดตัวในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) ที่จัดขึ้นทุกปีในเดือนมิถุนายน

ข้อมูลของ International Data Corporation (IDC) รายงานว่า ตลาดแว่นตา AR/VR ขยายตัว +92% โดยมียอดขายกว่า 11 ล้านชิ้น และ Meta Platforms ยังคงเป็นผู้นำตลาดที่มีส่วนแบ่งมากถึง 78% 

Apple ซุ่มพัฒนาแว่นตา AR/VR มาตั้งแต่ปี 2558 เป็นโครงการที่รวบรวมพนักงานจากแผนกฮาร์ดแวร์กว่า 2,000 คน เพื่อพัฒนาสินค้าออกมาให้มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของ Apple ที่จะเข้าสู่ตลาดเมตาเวิร์สอย่างเต็มตัว

แต่ด้วยความเชื่อมั่นและความแข็งแกร่งของแบรนด์ Apple การเข้าสู่ตลาดเมตาเวิร์ส จะทำให้ Apple กลายเป็นคู่แข่งรายใหญ่ และมีโอกาสสูงที่จะช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาดแว่นตา AR/VR ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตของธีมเมตาเวิร์ส และธีมเทคโนโลยีอื่นๆ รวมไปถึงราคาหุ้น Apple อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ Apple เตรียมเพิ่มการผลิตนอกจีน โดยให้เหตุผลว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นจากมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อสกัดการระบาด Covid-19 ฐานการผลิตคาดว่าจะเป็นอินเดียและเวียดนาม  

ปัจจุบันกว่า 90% ของสินค้า Apple มีการผลิตมาจากจีน แต่ด้วยสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังมีการตั้งกำแพงภาษีระหว่างกันมาตลอด การพึ่งพาการผลิตจากจีนเพียงประเทศเดียวอาจเป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจและยอดขายได้ 

นอกจากนี้มาตรการเข้มงวดของรัฐบาลจีน อย่างเช่น การล็อกดาวน์ ทำให้เกิดปัญหาซัปพลายเชนขาดแคลน โรงงานและซัปพลายเออร์ในจีนไม่สามารถทำตามออเดอร์และส่งมอบสินค้าได้

Netflix ปลดพนักงานกว่า 150 คน หลังยอดสมาชิกลดฮวบ 

เมื่อยอดสมัครสมาชิกหดตัวในรอบทศวรรษ Netflix กำลังดำเนินการลดต้นทุน ด้วยการปลดพนักงานสัญญาจ้างกว่า 150 คน เตรียมเพิ่มรายได้ผ่านช่องทางโฆษณาแทน 

Netflix คาดว่า การสูญเสียสมาชิกอีก 2 ล้านคนในปี 2565 หลังจากยอดสมาชิกหายไปแล้วกว่า 200,000 คนในไตรมาสแรก และยอมรับว่า ต้องลดต้นทุนบริษัทด้วย ซึ่งการปลดพนักงานสัญญาจ้างที่ Tudum เว็บไซต์โพรโมตภาพยนตร์และรายการทีวีสตรีมมิง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกการตลาดของ Netflix

วิกฤตยอดสมาชิกหายไปของ Netflix มาจาก 2 ปัจจัยหลัก เช่น สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน การแบ่งแชร์บัญชีผู้ใช้งาน ซึ่ง Netflix ก็กำลังพยายามแก้ไขปัญหาอยู่ พร้อมหารายได้อื่นๆ จากโฆษณาด้วย


Jitta Wealth Healthcare

5 ธุรกิจเฮลท์แคร์ แรงดีไม่มีตก ถือติดพอร์ต 

ธุรกิจเฮลท์แคร์และจีโนมิกส์ ยังคงเติบโตจากเมกะเทรนด์สังคมคนสูงอายุที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก วิกฤต Covid-19 ทำให้ผู้คนทั่วโลกเฝ้าระวังการเจ็บป่วยและดูแลสุขภาพมากขึ้น นี่คือโอกาสลงทุนที่ไม่ควรมองข้าม

อ่านต่อ


เศรษฐกิจจีน

จีนอัดเม็ดเงินกว่า 35.5 ล้านล้านหยวนกระตุ้นเศรษฐกิจ

ท่ามกลางสถานการณ์ Covid-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด ส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเริ่มชะลอตัว ทำให้รัฐบาลเตรียมแผนรับมือโดยการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในปี 2565 อัดฉีดเม็ดเงินใกล้เคียงกับปี 2563

Bloomberg รวบรวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนหลายๆ นโยบาย รวมเป็นมูลค่ากว่า 35.5 ล้านล้านหยวน หรือ 5.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป้าหมาย GDP เติบโต +5.5% ที่ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg บอกว่า รัฐบาลจีนเน้นใช้นโยบายการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจและใช้นโยบายการเงินเท่าที่เหมาะสม รวมทั้งยังมีแผนอีกมากมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ JPMorgan เคยออกมาให้คำแนะนำว่า ให้งดลงทุนในหุ้นจีน ได้เปลี่ยนคำแนะนำเป็น ให้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นจีนมากขึ้น เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอนของหุ้นเทคโนโลยีของจีนเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นเทคจีนปรับลดลงอย่างหนัก จากการเข้าตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของรัฐบาลจีน ทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น รวมไปถึงปัจจัยเสี่ยงในการถูกเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ อีกด้วย

ตอนนี้สถานการณ์ราคาหุ้นเทคจีนเริ่มดีขึ้น หลังจากที่รัฐบาลออกมาให้การสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและออกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตาม ซึ่งบังคับใช้ไปแล้ว ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลได้มากขึ้น

อุปสรรคในการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีน คือ มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงเดือนเมษายน โดยรัฐบาลจีนจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น เทียบเท่ากับช่วงการระบาดครั้งใหญ่ในปี 2563

Jitta Wealth หวังว่า มาตรการล็อกดาวน์คุม Covid-19 ของจีนจะผ่อนคลายลงในเร็วๆ นี้ เพื่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเป็นปกติ ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ผ่านการอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาล จะช่วยให้เศรษฐกิจจีนยังคงขยายตัวให้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้มากที่สุด เราคาดว่า จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม


Jitta Wealth

จัดพอร์ตรับมือ Inverted Yield Curve เศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอยแค่ไหนก็ไม่หวั่น

Inverted Yield Curve คือ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุสั้นๆ สูงกว่าอายุยาวๆ ซึ่งไม่ใช่ภาวะที่ปกติสักเท่าไร ว่ากันว่าจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอยได้ในช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า ตลาดหุ้นจะเป็นจะขึ้นหรือลง และคุณควรรับมืออย่างไร 

อ่านต่อ


ฟินเทค

Blockchain.com แนะ DCA ในคริปโทเคอร์เรนซี 

Peter Smith CEO ของ Blockchain.com เชื่อว่า หายนะของวงการคริปโทเคอร์เรนซียังไม่จบ แต่เหรียญดิจิทัลยังเป็นสินทรัพย์ที่ดีในระบบเศรษฐกิจ พร้อมแนะนักลงทุนปรับตัวให้คุ้นเคยกับความผันผวนของราคาคริปโทเคอร์เรนซี 

เป็นมุมมองจากการถอดบทเรียนในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่ราคาที่ร่วงแรงๆ ของ Bitcoin ไปถึงความล้มเหลวของ Luna และ Terra รวมไปถึง Stablecoin อื่นๆ ที่มีราคาผันผวนเช่นเดียวกัน 

Smith แนะว่า นักลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลควรกลับไปใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบดั้งเดิมอย่าง DCA เพื่อเป็นการสะสมทรัพย์อย่างช้าๆ บรรเทาความผันผวนในพอร์ต 

เขาเชื่อว่า หลายคนคงเคยเจอกับวัฏจักรครั้งที่ 4 หรือ 5 ในอุตสาหกรรมฟินเทค ทุกๆ ครั้งที่ราคาคริปโทเคอร์เรนซีร่วงแรงๆ สร้างความเจ็บปวดให้กับนักลงทุนมากมาย แต่มันจะยิ่งทำให้อุตสาหกรรมนี้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เกิดประโยชน์และสร้างพื้นฐานที่ดีได้ในอนาคต ซึ่งก็คือ วงรอบวัฏจักรขาลงที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน 


Jitta x Artstory

Jitta ฉลอง 10 ปีด้วยของขวัญคอลเล็กชันพิเศษ Jitta x Artstory 

ความร่วมมือระหว่าง Jitta x Artstory สู่การสร้างสรรค์งานศิลปะลายเส้นของยุวจิตรกรจากมูลนิธิออทิสติกไทย บนของขวัญสุดพิเศษ ฉลอง 10 ปีของสตาร์ตอัปสัญชาติไทย Jitta ที่พร้อมส่งเสริมให้เยาวชนมีความรู้ด้านการเงินการลงทุน เพื่อความมั่นคงเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ 

เข้าร่วมกิจกรรมลงทุนครั้งแรก หรือสะสมเงินลงทุนกับ Jitta Wealth แผนใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน ถึง 30 มิถุนายน 2565 รับของขวัญพิเศษนี้ได้เลย

รายละเอียดเข้าร่วมกิจกรรม


Jitta x Artstory

ที่มาของลายเส้น Doodle Art จาก Jitta x Artstory 

ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Jitta x Artstory รังสรรค์งานศิลปะบนของขวัญสุดพิเศษ เพื่อตอกย้ำแนวคิดการลงทุนสร้างความมั่งคั่งระยะยาวตลอด 1 ทศวรรษที่ผ่านมาของสตาร์ตอัป Jitta มาทำความรู้จักลายเส้น Doodle Art จากน้องออกัส มูลนิธิออทิสติกไทย แรงบันดาลใจและแนวคิดคืออะไร

อ่านต่อ


นี่คือ 7 ข่าวสารจากทั่วโลก ที่ทีมงาน Jitta Wealth รวบรวมมาให้คุณได้ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุนไปพร้อมๆ กัน

หากคุณเริ่มต้นลงทุนกับ Jitta Wealth ในช่วงปี 2564 ที่ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นขาขึ้นมาโดยตลอด มูลค่าพอร์ตของคุณตอนนี้ จะติดลบอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ทีมงานเข้าใจดี แต่ถ้าดูในภาพใหญ่ ระยะเวลาลงทุนยังไม่มากพอที่จะสร้างขุมพลังเพื่อผลตอบแทนทบต้นเลย

หากคุณยังมั่นใจในการเติบโตของสินทรัพย์ที่ลงทุนในระยะยาว อดทนรออีกสักหน่อย ให้เงินที่คุณตั้งใจเก็บหอมรอมริบได้ทำงานอย่างเต็มที่ในระยะเวลาที่เหมาะสม แล้วคุณจะเห็นพลังของผลตอบแทนทบต้นว่า มันเกิดขึ้นได้จริงๆ

ภาวะตลาดหมีแบบนี้ นักลงทุนคนอื่นๆ อาจจะกลัว ไม่กล้าลงทุน แต่ Warren Buffett บอกว่า จงกลัว เวลาที่คนอื่นโลภ จงโลภ เวลาที่คนอื่นกลัว (Fearful when others are greedy, and greedy when others are fearful.) กลัวหรือโลภอยู่ที่คุณแล้ว

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – ตลาดหมีมาแล้ว! แผนรับมือให้ขาดทุนน้อยลง

Jitta Wealth Journal – สาเหตุที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนน้อยลง

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2022 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด