Jitta Wealth Journal - ถ้าดัชนี S&P500 ดิ่งลง จะเกิดอะไรขึ้น?

25 มกราคม 2565Jitta WealthJitta Wealth Journal

เหตุผลที่ Microsoft ทุ่มเงินมหาศาลซื้อบริษัทเกม

Jitta Wealth Journal ปีที่ 2 ฉบับที่ 61 ประจำวันที่ 25 มกราคม 2565 ทีมงานได้รวบรวมและสรุปสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทั่วโลกมาให้คุณแล้ว ดังนี้

  • Microsoft ซื้อกิจการ Activision Blizzard แพงที่สุดในโลก
  • หุ้น Netflix ร่วงหนัก หลังยอดผู้ใช้งานลดลง
  • ดัชนี S&P500 ติดลบเกือบ -50% ทำนักลงทุนกังวลฟองสบู่แตก
  • คาด Fed ลดงบดุล (QT) เดือนละ 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • คนว่างงานในสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 3 เดือน
  • เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตได้ดีในปี 2565
  • ธนาคารกลางจีนปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ หนุนภาคธุรกิจ
  • รถยนต์ไฟฟ้าผลิตเพิ่มขึ้น +146% ในปี 2564
  • เวียดนามปรับลด VAT เหลือ 8% มีผลเดือนกุมภาพันธ์
  • ส่งออกไทยปี 2564 ทะลุเป้า โต +17%
  • ท่องเที่ยวโลกยังไม่แน่นอน จนถึงปี 2567

ไปติดตามกันได้เลย


Jitta Wealth

CEO ของ Jitta Wealth เผยวิธีรับมือตลาดหุ้นผันผวนปี 2565

หากคุณพลาดชม Webinar สดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา สามารถชมย้อนหลังหรืออ่านสรุปได้ที่นี่ แล้วคุณจะเข้าใจว่า ตลาดหุ้นผันผวน มูลค่าพอร์ตลดลง คุณจะรับมืออย่างไร

ดูวิดีโอ

อ่านต่อ


เทคโนโลยีสหรัฐฯ

Microsoft ซื้อกิจการ Activision Blizzard แพงที่สุดในโลก

ดีลระดับโลกสะท้อนวงการเกมและอีสปอร์ต เมื่อ Microsoft ได้ยื่นข้อเสนอเข้าซื้อกิจการ Activision Blizzard ผู้พัฒนาเกมชื่อดัง เช่น เกม Call of Duty เกม Overwatch เกม World of Warcraft และเกม Diablo เป็นมูลค่ากว่า 68,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดีลนี้จะทำให้ Microsoft มีรายได้จากธุรกิจเกม เป็นอันดับ 3 ของโลกรองจาก Tencent ของจีนและ Sony ของญี่ปุ่น

ก่อนหน้าที่ Microsoft จะเข้าซื้อ Activision Blizzard ได้เกิดปัญหาภายในบริษัทขึ้น เกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติในภาคส่วนพนักงาน รวมไปถึงการล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงาน ซึ่งผู้ก่อตั้ง Microsoft อย่าง Bill Gates ได้เน้นย้ำถึงความหลากหลายและการไม่แบ่งแยกในการทำงาน

Phil Spencer เป็น CEO ของ Microsoft Gaming มั่นใจในการสร้างสรรค์เกมของ Activision Blizzard และจะก้าวเดินไปอย่างมั่นคงในอุตสาหกรรมเกม หลังดีลซื้อกิจการสำเร็จในช่วง 1 ปีหลังจากนี้

หลังจากข่าวดีลซื้อกิจการถูกเผยแพร่ออกมาส่งผลให้ ราคาหุ้น Activision Blizzard พุ่งขึ้นถึง +27.13% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการปรับตัวเพิ่มที่สูงที่สุดในปี 2565 

นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่า การเข้าซื้อกิจการ Activision Blizzard จะผลักดันให้ Microsoft สามารถขยายตลาดเกมได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปได้ว่า Microsoft กำลังพัฒนาเกมเพื่อเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง Metaverse แน่นอน

นอกจากนี้ระบบปฏิบัติการ Windows ยังพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มขยายครอบคลุมไปในอุตสาหกรรมเกม และดึงเกม Exclusive Gaming ของฝั่งคู่แข่งอย่าง Sony ให้สามารถเล่นบนเครื่อง PC ได้ และผู้เล่นเริ่มไหลเข้ามาทางฝั่ง Microsoft มากขึ้นเรื่อยๆ 

สำหรับธีมเกมและอีสปอร์ต ลองสำรวจราคา HERO ในปี 2564 ผลตอบแทนติดลบ -8.37% ส่วนในปี 2563 ผลตอบแทนเติบโตสูงถึง +91.03% หากมองอีกมุม ราคา HERO ในตอนนี้ได้ปรับฐานลงมาแล้ว ปี 2565 โอกาสที่ผลตอบแทนจะกลับมาเป็นบวกยังมีอยู่

เกม คือ กิจกรรมผ่อนคลายของประชากรอีกครึ่งโลก โอกาสเติบโตของเทคโนโลยีนี้ยังมีอีกยาวไกล และในปัจจุบันนี้ตลาดเกมเข้าถึงผู้เล่นได้อย่างง่ายดาย หากคุณมั่นใจในโอกาสเติบโต จัดพอร์ตลงทุนเลือก HERO กับแผน Thematic DIY ได้

หากคุณสนใจ Microsoft และหุ้นบิ๊กเทคสัญชาติอเมริกันอื่นๆ คุณสามารถลงทุนในแผน Thematic DIY ได้เช่นกัน ผ่านธีมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ใน Schwab U.S. Large-Cap ETF (SCHX) ปี 2564 ผลตอบแทนเติบโตขึ้นถึง +26.81% เลย

หุ้น Netflix ร่วงหนัก หลังยอดผู้ใช้งานลดลง

Netflix ได้รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2564 โดยมียอดผู้ใช้งาน Netflix เติบโต +8.8% แต่เป็นอัตราการเติบโตที่น้อยกว่าปี 2563 ส่งผลให้หุ้น Netflix ถูกเทขายจนราคาปรับตัวลดลงกว่า -20%

อย่างไรก็ตามตัวเลขทางการเงินอื่นๆ ของ Netflix ยังคงเติบโตอยู่ ทั้งรายได้ที่เพิ่มขึ้น +16% และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น +12% สำหรับตัวเลขที่น่าเป็นห่วง คือ จำนวนผู้สมัครใช้บริการ Netflix ที่เริ่มชะลอตัวลง

สาเหตุที่ทำให้อัตราการเติบโตของผู้ใช้งานลดลง คาดว่ามาจากการที่ Netflix ประกาศขึ้นราคาสมาชิกในสหรัฐฯ และแคนาดา รวมไปถึงการแข่งขันในบริการสตรีมมิงที่สูงขึ้น โดยมีคู่แข่งอย่าง Disney+ และ HBO Max เข้ามาชิงเค้กส่วนแบ่งตลาดไป

Netflix เป็นบริษัทที่ ETF อย่าง SCHX และ VOO มีสัดส่วนลงทุนอยู่ อย่างไรก็ตามหากบริษัทมีมูลค่ามาร์เก็ตแคปลดลง สัดส่วนใน ETF จะลดลงไปด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพกิจการ ถ้ายังมีการเติบโตที่ดี หุ้นจะยังถูกคำนวณในดัชนีอ้างอิง

ฉะนั้นราคาหุ้น Netflix ที่ได้รับผลกระทบจากแรงเทขาย ประเมินได้ว่า เป็นผลทางอารมณ์ในช่วงงบการเงินออกมากกว่า สิ่งที่มีผลต่อการลงทุนระยะยาว คือ พื้นฐานของกิจการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้าแย่ลง ควรปรับพอร์ต เลือกสินทรัพย์ที่ดีกว่าเข้ามา


Game E-Sport

เกมและอีสปอร์ต มีดียังไง เกี่ยวข้องอะไรกับ Metaverse?!

วิดีโอเกมถือกำเนิดบนโลกใบนี้มานานกว่า 50 ปีแล้ว สร้างกลุ่มผู้เล่นเกมทั่วโลกนับพันล้านคน จากงานอดิเรกธรรมดาๆ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ สู่ธุรกิจแข่งขันเล่นเกมหรืออีสปอร์ต ที่เตรียมตัวเข้าสู่ Metaverse

อ่านต่อ


เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา

ดัชนี S&P500 คาดติดลบเกือบ -50% ทำนักลงทุนกังวลฟองสบู่แตก

Jeremy Grantham ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทจัดการสินทรัพย์ GMO บอกว่า ดัชนี S&P500 จะร่วงราวๆ -48% จาก 4,800 จุด เหลือ 2,500 จุด แต่ไม่ได้เปิดเผยช่วงเวลาที่แน่ชัดว่า ดัชนีจะแตะระดับต่ำสุดเมื่อไร  

เขาคาดการณ์เมื่อปี 2564 ว่า ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะดิ่งลงครั้งประวัติศาสตร์ แม้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะแทรกแซงด้วยนโยบายการเงินอย่างไร ก็ไม่สามารถบรรเทาภาวะฟองสบู่ที่รอวันแตกได้

เขาให้เหตุผลว่า นักลงทุนโฟกัสกับหุ้นมากเกินไป โดยเฉพาะหุ้นที่อยู่ในกระแส เช่น GameStop AMC Entertainment และ Hertz รวมไปถึง ARK Innovation ETF ซึ่งเป็นหุ้นเก็งกำไร 

พฤติกรรมเก็งกำไรที่เสี่ยงฟองสบู่ ยังรวมไปถึงตลาดคริปโทเคอร์เรนซี อย่าง Dogecoin และ NFT (Non-fungible Token) โดยเขาบอกว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังเผชิญความเสี่ยงกับฟองสบู่แตกครั้งที่ 4 หลังจากปี 2472 2543 (วิกฤต Dot-com) และ 2551 (วิกฤต Subprime) และทำให้ภาวะตลาดหุ้นกลับเข้าสู่มูลค่าแท้จริง

Jitta Wealth ไม่ปฏิเสธว่า ดัชนี S&P500 ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% นับตั้งแต่ปี 2559 ส่วนหนึ่งมาจากการเก็งกำไร แต่ปัจจัยหลักที่ดันดัชนี คือ ผลประกอบการที่โดดเด่นของบริษัท เป็นไปตามพื้นฐานของกิจการ

เรามองแตกต่างจาก Grantham ว่า ปี 2565 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจจะเผชิญกับความผันผวน แต่อยู่ในระดับการปรับฐานของดัชนีตลาดหุ้น ไม่ถึงขั้นเกิดวิกฤตดังเช่นที่ผ่านมา ที่เป็นฟองสบู่จริงๆ จากพื้นฐานกิจการที่ไม่แข็งแรง

หากตลาดหุ้นดิ่งหนักจริงๆ มูลค่าพอร์ตของคุณจะลดลงตามดัชนีอย่างแน่นอน เมื่อเกิดภาวะตลาดแบบนั้น นักลงทุนมักไม่สนใจพื้นฐานของบริษัท พยายามขายหุ้น เพื่อเอาตัวรอดคล้อยไปตามอารมณ์ของตลาด 

หากคุณต้องการลงทุนระยะยาว การปรับตัวลงหนักของดัชนี แสดงว่า ตลาดหุ้นกำลังมีราคาถูกลง ถ้าคุณลงทุนในหุ้นที่แข็งแกร่ง พื้นฐานดี งบการเงินเติบโต หุ้นเหล่านั้นจะพาพอร์ตคุณให้ผ่านพ้นช่วงฟองสบู่ได้ 

จากมูลค่าติดลบหนักๆ ในช่วงวิกฤต หุ้นดีๆ จะนำผลตอบแทนที่เติบโตมาชดเชยส่วนที่คุณเคยขาดทุนได้ เพราะไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอีกสักกี่ครั้ง หุ้นยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยทบต้นได้ดีที่สุด 

คาด Fed ลดงบดุล (QT) เดือนละ 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

นักเศรษฐศาสตร์ ประเมินว่า Fed เตรียมปรับลดงบดุล (Quantitative Tightening – QT) กลางปี 2565 โดยมีเป้าหมายลดให้เท่ากับช่วงก่อน Covid-19 จากปัจจุบัน 8.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ต้องลดลงไปถึงระดับ 3.84 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ 

Kathy Bostjancic นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Oxford คาดการณ์ว่า Fed จะทำ QT เดือนละ 90,000 ล้านดอลลลาร์สหรัฐ ซึ่งการทำ QT จะส่งผลต่อสภาพคล่องในระบบลดลง เพื่อลดความร้อนแรงของเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐฯ 

Reuters ได้ทำกรณีศึกษาไว้ 3 แบบคือ QT เดือนละ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ QT 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

หาก QT อยู่ที่เดือนละ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจค่อนข้างมาก จึงมีความเป็นไปได้มากที่สุดน่าจะอยู่ที่เดือนละ 75,000-90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อไม่ให้กระทบเศรษฐกิจมากเกินไป

จำนวนผู้ว่างงานในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 3 เดือน

ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เผชิญกับภาวะการว่างงาน เนื่องจากการระบาดของ Covid-19 สายพันธุ์โอไมครอน จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการการว่างงานเพิ่มขึ้น 286,000 ราย พุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน 

กิจการบางแห่งจำเป็นต้องหยุดดำเนินกิจการ ผู้ติดเชื้อในสหรัฐฯ ต้องกักตัวเป็นเวลากว่า 10 วัน อย่างไรก็ตามหลังจากสำรวจอาการของผู้ป่วย พบว่า สายพันธุ์โอไมครอนไม่ได้ส่งผลต่อร่างกายมากนัก และอัตราการเสียชีวิตลดลง ทำให้กรมควบคุมโรคลดเวลากักตัวเหลือ 5 วัน

นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจหลายด้าน เช่น ภาวะเงินเฟ้อสูง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ Fed ใช้พิจารณาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพราะถึงแม้ว่าตัวเลขผู้ว่างงานจะเพิ่มขึ้นสูง แต่ภาพรวมของตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งปัญหาที่ Fed ต้องการแก้ไขอย่างเร็วที่สุด คือ ภาวะเงินเฟ้อ

สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ช่วงนี้จะมีความผันผวนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย มาเป็นนโยบายการเงินเข้มงวด ถึงจะเดาท่าทีของ Fed ได้ แต่ไม่มีใครบอกได้ว่า มาตรการต่างๆ จะมีผลเมื่อไร

เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโตได้ดีในปี 2565

Conference Board หน่วยงานวิจัยเศรษฐกิจของสหรัฐฯ รายงานว่า ตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ปี 2565 จะขยายตัว +3.5% สูงกว่าช่วงก่อนเกิด Covid-19 สำหรับ GDP ไตรมาสแรกของปี คาดว่าจะเติบโต +2.2%

Ataman Ozyildirim ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจของ Conference Board บอกว่า เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ไตรมาสแรก ยังเผชิญกับสายพันธุ์โอไมครอน ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ภาวะด้านเงินเฟ้อ และการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ที่เป็นแรงกดดันให้ตัวเลขการเติบโตลดลง

ภาพใหญ่ๆ ของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีสัญญาณฟื้นตัว แม้ว่าจะยังไม่แน่นอน แต่ตามวัฏจักร เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังเป็นขาขึ้น อาจจะต้องจับตามองการเคลื่อนไหวของหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 ว่า จะมีมาตรการอะไรมาดูแลเศรษฐกิจและจะส่งผลอะไรต่อตลาดหุ้น


Jitta Wealth

ส่องพอร์ตปังๆ ของ Jitta Wealth ปี 2564 กำไรเกือบ 70%

สรุปผลตอบแทนกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ปี 2564 พร้อมรีวิวจากลูกค้าที่ลงทุนจริง มาอ่านมุมมองของพวกเขาต่อหลักการลงทุนระยะยาว และวิธีรับมือเมื่อมูลค่าพอร์ตลดลง

อ่านต่อ


เศรษฐกิจจีน

PBOC ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ หนุนภาคธุรกิจ

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี โดยปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 1 ปี จาก 3.8% เป็น 3.7% ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 5 ปี ลดจาก 4.65% เป็น 4.6%

PBOC ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงการระบาดใหญ่ของ Covid-19 ในประเทศ แสดงถึงความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน 

ไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ตัวเลข GDP ของจีนเติบโตเพียง +4% ดังนั้น PBOC จึงจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนภาคธุรกิจให้มีต้นทุนการเงินที่ถูกลง

ตามสถิติตลาดหุ้นทั่วโลก หากธนาคารกลางปรับใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ตลาดหุ้นมักจะตอบสนองเชิงบวก ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นจีนอย่างมีนัยสำคัญ

จีนมีสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดี และนักวิเคราะห์หลายๆ องค์กรแนะนำให้ลงทุนในตลาดหุ้นจีน ซึ่งมีแนวโน้มจะเป็นบวกในปี 2565 และกลับมาสู่ภาวะปกติอีกครั้ง หลังจากที่ปรับฐานลงตลอดปี 2564 เนื่องจากการตรวจสอบภาคธุรกิจของรัฐบาลจีน 

รถยนต์ไฟฟ้าผลิตเพิ่มขึ้น +146% ในปี 2564

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน รายงานว่า อัตราการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น +145.6% และยอดผลิตโซลาร์เซลล์เพิ่มขึ้น +42.1% ในปี 2564 จากหลายๆ ภาคส่วนให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อลดมลพิษในอากาศ

นอกจากนี้รายงานเพิ่มเติมว่า อัตราการใช้พลังงานต่อ GDP ลดลง -2.7% ในปี 2564 แต่การใช้พลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น +24.3% คิดเป็นสัดส่วน 25.3% ของสัดส่วนการใช้พลังงานทั้งหมด

อัตราการใช้พลังงานสะอาด นอกจากจีนจะนับรวมพลังงานน้ำ ลม และแสงอาทิตย์แล้ว ยังนับรวมเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างก๊าซธรรมชาติ รวมไปถึงพลังงานนิวเคลียร์ด้วย 

กรมพลังงานของจีน รายงานว่า ปี 2564 กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมจากพลังงานแสงอาทิตย์รวมอยู่ที่ 306 กิกะวัตต์ (GW) ทะลุเป้าหมาย 300 GW หรือมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมมากที่สุดในโลกเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน

การติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่และเชื่อมเข้าสู่ระบบการไฟฟ้า ปี 2564 สูงถึง 53 GW มากที่สุดในโลกเป็นปีที่ 9 ติดต่อกัน เป็นไปตามเป้าหมายของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ฉบับที่ 14 โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์รวม 1 ใน 3 มาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดเล็กมากกว่า 100 GW 

พลังงานสะอาดจีนอยู่ในเมกะเทรนด์ที่มีโอกาสเติบโต และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน ปัจจุบันนี้จีนเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และคาดว่าจะรักษาตำแหน่งนี้ได้อีกในอนาคต


Jitta

ไฮไลต์ 7 ตลาดหุ้นที่น่าสนใจใน Jitta Ranking ปี 2564

ไฮไลต์ 7 ตลาดหุ้นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น  อินเดีย ไทย เวียดนาม สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น และฮ่องกง จากผลตอบแทน Jitta Ranking ปี 2564 ผ่านแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta แต่ละตลาดหุ้นมีความน่าสนใจอย่างไร

 อ่านต่อ


เศรษฐกิจเวียดนาม

เวียดนามปรับลด VAT เหลือ 8% มีผลเดือนกุมภาพันธ์

สภานิติบัญญัติเวียดนามอนุมัติร่างกฎหมายปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในสินค้าหลายรายการจาก 10% เป็น 8% โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป 

การปรับลด VAT จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้กว่า 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี อย่างไรก็ตาม VAT ใหม่ จะไม่รวมสินค้าบางรายการ เช่น การเงิน ประกัน น้ำมัน และเคมีภัณฑ์ 

มาตรการลด VAT จะกระตุ้นการบริโภคในประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายการคลัง ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวลดลง ประชาชนมีทางเลือกในการใช้สินค้าและบริการเพิ่มมากขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจเวียดนามให้เติบโต ตามเป้า GDP ที่วางเอาไว้ 

รัฐบาลเวียดนามมีแผนการพัฒนาประเทศอย่างชัดเจน การปรับลด VAT จะยิ่งช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจมีแรงขับเคลื่อนจากในประเทศมากขึ้น บริษัทมีรายได้จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามยังคงเป็นทางเลือกที่น่าลงทุน  


Fintech

ส่องกระเเสลงทุน ‘ฟินเทค’ เมกะเทรนด์ใกล้ตัว เปลี่ยนการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่

เทคโนโลยีการเงิน หรือ ฟินเทค ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และได้กลายเป็นเมกะเทรนด์ที่น่าจับตาดู และกำลังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก มาทำความเข้าใจกับเมกะเทรนด์นี้ ว่า ฟินเทคพร้อมจะเปลี่ยนโลกได้อย่างไร 

อ่านต่อ

เศรษฐกิจไทย 

พาณิชย์เผยส่งออกไทยปี 2564 ทะลุเป้า โต +17% 

ภาพรวมการส่งออกของไทยปี 2564 ขยายตัว +17% มูลค่า 271,173 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกินจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ +3-4% ได้แรงส่งจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว โดยเฉพาะประเทศคู่ค้า ภาคการผลิตทั่วโลกขยายตัว และเงินบาทอ่อน 

แม้ราคาน้ำมันสูงขึ้นตลอดปี 2564 ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น แต่เป็นปัจจัยบวกทำให้การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวกับน้ำมันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นด้วย 

กระทรวงพาณิชย์คาดว่า ในปี 2565 การส่งออกของไทยจะขยายตัว +3-4% มูลค่า 279,000-282,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเศรษฐกิจโลกที่เติบโต ค่าเงินบาทเอื้อต่อการส่งออก ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้น และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) 


Jitta Wealth

New Year Resolution ลงทุนอย่างมีเป้าหมาย พอร์ตแกร่งพิชิตผลตอบแทนรับปีเสือนอนกิน

ปี 2565 ถือเป็นปีแห่งความหวัง คุณคงตั้งเป้าหมายการเงินการลงทุน มาเตรียมความพร้อมจัดพอร์ตลงทุนระยะยาวไปกับ Jitta Wealth มือใหม่ควรเริ่มต้นลงทุนอย่างไร ถ้าพอร์ตติดลบจะรับมืออย่างไร

อ่านต่อ


อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ท่องเที่ยวโลกยังไม่แน่นอน จนถึงปี 2567 

องค์การการท่องเที่ยวโลก (WTO) คาดว่า การท่องเที่ยวทั่วโลกจะไม่กลับสู่ภาวะปกติเท่าก่อนเกิดโรคระบาด Covid-19 จนกว่าจะถึงปี 2567 เนื่องจากการระบาดที่ยังไม่จบ มีสายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา

ปัจจุบัน Covid-19 สายพันธุ์โอไมครอนแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว เป็นตัวขัดขวางการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในช่วงต้นปี 2564 หลังจากปี 2564 อัตราการท่องเที่ยวทั่วโลกเติบโตเพียง +4% จากปี 2563 ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2563 ปีแรกของสถานการณ์ Covid-19 ลดลงไปถึง -72% จากปี 2562 

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มองเห็นโอกาสที่ดีขึ้นในปี 2565 นี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะเพิ่มขึ้นถึง +30-78% จากปี 2564 แต่ยังต่ำกว่าปี 2562 และทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติอย่างเร็วที่สุดในปี 2567 


นี่คือ สรุปข่าวสารและสถานการณ์การลงทุนทั่วโลก ที่ทีมงาน Jitta Wealth รวบรวมมาให้คุณได้ติดตามไปพร้อมๆ กัน

ผ่านไปอย่างรวดเร็วกับเดือนแรกของปี 2565 คุณอาจจะรู้สึกว่าเป็นเดือนที่ล้มลุกคลุกคลาน ตลาดหุ้นผันผวน ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นและ ETF ด้วย

ลองถอยอีกสักก้าว แล้วมองในภาพที่ใหญ่ขึ้นว่า มูลค่าพอร์ตที่ติดลบอยู่นั้น เป็นเพราะสินทรัพย์ที่ลงทุนอยู่ไม่ดี หรือเป็นเพราะความผันผวนระยะสั้นๆ ของนักลงทุนในตลาดหุ้น 

Stop trying to calm the storm. Calm yourself, storm will pass. ถ้าคุณเข้าใจธรรมชาติของตลาดหุ้น มีขึ้นมีลงเหมือนฝนตก แดดออก คุณบังคับให้ตลาดหุ้นขึ้นหรือลงไม่ได้ เหมือนคุณควบคุมอากาศไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่นอกเหนือความสามารถของทุกคนบนโลก 

สิ่งที่สำคัญคือ มีสติ ใจเย็นๆ และลงทุนอย่างถูกต้อง แล้วคุณจะเจออากาศที่ดีและแจ่มใสมากกว่าช่วงที่เจอฝนตก

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง 

Jitta Wealth Journal – 3 หุ้นสหรัฐฯแข็งแกร่งสวนกระแสเงินเฟ้อ 

Jitta Wealth Journal – ตลาดหุ้นติดลบหนัก จะรับมืออย่างไรดี 

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2022 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด