คว้าโอกาสลงทุน…จีนปลดล็อก ‘หุ้นเทคโนโลยี’

11 พฤศจิกายน 2565Jitta RankingJitta Wealth

ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายน 2564 ข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการเทคโนโลยีคงหนีไม่พ้นการที่ Ant Group บริษัทฟินเทคชื่อดังโดนรัฐบาลจีนระงับแผนการนำหุ้นออกจำหน่าย (IPO) 

ทำไมเรื่องนี้ถึงเป็นข่าวใหญ่?

ก็เพราะ Ant Group เป็นบริษัทฟินเทคที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกในเครือ Alibaba ของมหาเศรษฐี Jack Ma ซึ่งในแวดวงสตาร์ตอัปเรียกว่าเป็นบริษัทระดับ ‘Centacorn’ หรือบริษัทสตาร์ตอัปที่มีมูลค่าธุรกิจสูงกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

และ Jack Ma ก็ตั้งเป้าหมายว่าต้องการระดมทุนได้ราว 37,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะทำให้แผนการ IPO ของ Ant Group เป็นการระดมทุนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินโลกทันที 

การโดนรัฐบาลจีนระงับแผนเสนอขายหุ้น IPO กลางคัน หมายความว่าความฝันการเป็นหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกต้องพังทลายลงไปด้วย

แต่ช่วงเวลาอึมครึมเพิ่งจะเริ่มต้น เพราะเหตุการณ์นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการ ‘ไล่เช็คบิล’ และควบคุมบริษัทเทคโนโลยีของรัฐบาลจีน

ช่วงเวลาหลังจากนั้นอีก 1 ปีเศษถือเป็นฝันร้ายของบริษัทเทคฯ จีน เพราะรัฐบาลจีนออกกฎควบคุมบริษัทเทคโนโลยีหลายสายอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจฟินเทค AI Big Data รวมถึง Cloud Computing

ความจริงเป็นเช่นไรคงไม่มีใครล่วงรู้ได้ แต่เหตุการณ์ในอดีตและปัจจุบันอาจทำให้คุณพอจะคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

ตอนนี้คุณอาจคิดว่าเทคโนโลยีจีนกำลังหมดอนาคต แต่หลายคนกลับมองว่านี่คือโอกาสการลงทุนหุ้นเทคโนโลยีจีนอนาคตไกลที่ดีที่สุดในรอบหลายปี 

บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจเหตุผลของรัฐบาลจีน เบื้องหลังการไล่เช็คบิลบริษัทต่างๆ และวิเคราะห์ทิศทางในอนาคตของหุ้นเทคโนโลยีจีนกัน 

จัดระเบียบหุ้นเทคโนโลยีจีน…ก่อนเดินหน้าเต็มกำลัง

‘MYBank’ คือประเด็นหลักที่ทางการจีนใช้เบรกแผน IPO ของ Ant Group 

โดย MYBank เป็นธุรกิจสินเชื่อออนไลน์ที่สามารถปล่อยสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว เคยทำสถิติปล่อยสินเชื่อได้เร็วที่สุดโดยใช้เวลาเพียง 3 นาที และมีจำนวนลูกค้าในจีนสูงกว่า 16 ล้านราย แต่ที่น่าตกใจที่สุดคือมูลค่าหนี้เสียที่เกิดขึ้นมีเพียง 1% ของสินเชื่อทั้งหมดเท่านั้น ทิ้งห่างมาตรฐานการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ทั่วโลกแบบไม่เห็นฝุ่น

แต่เรื่องดันกลับตาลปัตร เพราะเมื่อสืบสาวราวเรื่องลึกลงไป ธนาคารกลางจีนพบว่า MYBank ซึ่งทำธุรกิจเหมือนธนาคารพาณิชย์ได้ละเมิดกฎเกณฑ์ของธุรกิจการเงินหลายอย่าง เช่น ไม่ทำตามกฎคะแนนเครดิต (Credit Scoring) และละเลยการยืนยันตัวตนก่อนทำธุรกรรม (KYC) จนถูกตักเตือนและสั่งปรับเงินไปหลายสิบล้านหยวน และบอกเป็นนัยว่า ‘ไม่มีใครมีอิทธิพลสูงกว่ารัฐบาล’

แต่การสั่งเบรกของรัฐบาลจีนครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อหยุด Ant Group เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ในปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีจีนมีอิทธิพลสูงต่อสังคมและเศรษฐกิจ ไม่ต่างจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ฝั่งสหรัฐฯ ที่จีนเห็นตัวอย่างมาแล้ว หลายบริษัทก็มีอำนาจต่อรองกับผู้บริโภคสูงมาก จนเป็นที่มาของการออกกฎหมายต่อต้านการผูกขาด (Antitrust Law) เพื่อลดทอนอำนาจของบริษัทเทคโนโลยี จนทำให้ราคาหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของจีนร่วงลงอย่างรุนแรงในขวบปีที่ผ่านมา

แต่จีนไม่ได้มองแค่นี้…จีนมองไกลกว่านั้น

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 14 ของจีนที่เป็นรากฐานการพัฒนาประเทศของจีนสำหรับปี 2564 – 2568 มีความพิเศษกว่าฉบับอื่นๆ เพราะเป็นแผนที่ถูกร่างขึ้นในช่วง Covid-19 ที่จีนรับรู้ถึงศักยภาพทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ของตัวเองแล้ว เป็นแผนที่เกิดขึ้นหลังสงครามการค้าจากสหรัฐฯ และเป็นแผนที่เกิดขึ้นในปีเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปีของพรรคคอมมิวนิสต์จีนพอดี 

จีนจึงต้องเล่นใหญ่ ด้วยเป้าหมาย ‘ต้องเป็นมหาอำนาจของโลก’ ให้จงได้

และในรายละเอียดของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ก็มีการระบุชัดเจนว่า ‘ทางการต้องทำงานอย่างแข็งขันในการออกกฎหมายต่างๆ เพื่อปกป้องความมั่นคงของชาติ เทคโนโลยี และการผูกขาด เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี การแข่งขันทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมต้องเป็นไปอย่างมีธรรมาภิบาล’ จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมบริษัทเทคฯ จีนจึงถูกทางการจีนไล่ตรวจสอบอย่างละเอียด 

ซึ่งถ้าคุณสังเกตถ้อยคำที่ใช้ให้ดี คุณจะเห็นว่าจีนไม่ได้ต้องการทำลายเทคโนโลยีของตัวเอง จีนมีแผนการของตัวเองเพื่อก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลกอย่างที่ตั้งใจ เพียงแต่ขอเว้นวรรคเพื่อ ‘จัดระเบียบ’ สิ่งต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะเริ่มเดินหน้าอย่างเต็มกำลังเท่านั้น

ยุคมืดเทคโนโลยีจีน…ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

จริงๆ แล้วทางการจีนไม่ได้ไล่เช็คบิลแค่ธุรกิจเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เข้าจัดการธุรกิจในหลายอุตสาหกรรมกว่า 50 แห่งแบบไม่เกรงใจใคร ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่หรือสตาร์ตอัปหน้าใหม่ที่กำลังมาแรง

ทีมงาน Jitta Wealth นำตัวอย่างมาให้คุณดูการจัดการของรัฐบาลจีนเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี คุณจะได้เห็นว่าในยุคมืดของเทคโนโลยีจีน บริษัทเทคฯ จีนต้องเจอกับอะไรบ้าง 

มาเริ่มด้วยบริษัทเทคโนโลยีจีนที่กำลังจะเสนอขายหุ้น IPO ทางการจีนได้ออกกฎ ‘ห้ามบริษัทเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ’ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งแน่นอนว่าต้องสร้างความกังวลให้นักลงทุน เพราะการจดทะเบียนในดินแดนเสรีชนอย่างสหรัฐฯ ย่อมสามารถระดมทุนให้บริษัทได้มากกว่าและสะดวกกว่าประเทศที่กฎระเบียบเข้มงวดอย่างจีน

อุตสาหกรรมเกมเองก็โดนเล่นงานไม่ใช่น้อย เพราะหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจเกมได้จำกัดเวลาเล่นเกมออนไลน์ของเด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปีในแต่ละวัน

ส่วนอุตสาหกรรมคลาวด์ รัฐบาลจีนก็เตรียมสร้างระบบคลาวด์เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจจีนใช้งาน เรียกว่า ‘Guo Zi Yun’ ที่เป็นไปได้ว่าจะกระทบต่อธุรกิจของบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ของจีน ไม่ว่าจะเป็น Alibaba Huawei และ Tencent

อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่หนีไม่พ้นคือแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ ที่หน่วยงานกำกับดูแลของจีนออกข้อปฎิบัติให้บริษัทแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องปฎิบัติตามจริยธรรมทางธุรกิจ และไม่ตั้งค่าอัลกอริทึมที่โน้มน้าวให้ประชาชนใช้จ่ายเกินจำเป็น กรณีตัวอย่างคือ JD.com แพลตฟอร์ม E-commerce ยักษ์ใหญ่โดนสั่งปรับเป็นเงิน 300,000 หยวนเพราะส่งเสริมการให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหาร 

กฎต่างๆ ที่เกิดขึ้นล้วนทำให้ราคาหุ้นบริษัทเทคฯ จีนตกลงอย่างรวดเร็ว เพราะนักลงทุนกังวลว่าการควบคุมจากรัฐบาลจีนจะสร้างข้อจำกัดให้บริษัทต่างๆ เติบโตช้าลงกว่าที่ควรจะเป็น

ซึ่งแน่นอนว่านี่ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของจีน แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาประเทศในระยะยาว ที่จีนเองก็รอเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่ตัวเองได้หว่านเอาไว้มากกว่า

เทคโนโลยีจีน หัวเราะทีหลังดังกว่า

วันแรกที่จีนออกนโยบายสนับสนุนหุ้นเทคโนโลยีอีกครั้ง ดัชนีที่รวบรวมหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จของจีนอย่าง Hang Seng TECH Index ก็พุ่งกว่า 5.8% หลังทางการจีนให้คำมั่นว่าจะกระตุ้นการบริโภคและยุติการจัดระเบียบธุรกิจให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

การผ่อนคลายแรงกดดัน ทำให้หุ้นเทคโนโลยีจีนได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอีกครั้ง 

สภาพแวดล้อมของจีนเอื้อให้บริษัทเทคโนโลยีเติบโตได้ง่าย เริ่มด้วยจำนวนประชากรที่ได้เปรียบประเทศอื่น บางมณฑลของจีนมีประชากรมากกว่าบางประเทศเสียอีก ข้อได้เปรียบนี้ส่งผลดีกับบริษัทสตาร์ตอัปที่เน้นการขยายฐานจำนวนผู้ใช้ (User Base) อย่างมาก 

มีประชากรเยอะอย่างเดียวไม่พอ เพราะคนจีนกว่า 1,032 ล้านคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และจีนก็มีผู้ใช้สมาร์ตโฟนกว่า 953 ล้านคนและกำลังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ที่ล้ำหน้าไปกว่านั้นคือจีนมีโครงข่ายเสาสัญญาณ 5G มากที่สุดในโลก ทำให้จีนมีฐานการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่ได้เปรียบประเทศอื่น ยังไม่นับสินค้าหมวดเทคโนโลยีที่หลายแบรนด์ของจีนต่างพาเหรดกันขึ้นเป็นผู้นำตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็น Huawei ZTE Xiaomi DJI Lenovo และ Oppo 

นี่ยังไม่รวมถึงกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีจีนใหม่ๆ ที่เป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็น Alibaba Tencent และ Bytedance เจ้าของแพลตฟอร์ม TikTok พร้อมอัลกอริทึมแนะนำวิดีโอที่สุดแสนจะแม่นยำ

และจีนยังมีบริษัทสตาร์ตอัปที่นำเทคโนโลยีเชิงลึกมาพัฒนาสินค้าและบริการอีกหลายราย ทำให้ในปัจจุบันจีนมีบริษัทสตาร์ตอัประดับ Unicorn ที่มีมูลค่ากิจการสูงกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐอยู่มากถึง 312 บริษัท

ถือว่าเป้าหมายของ Xi Jinping ที่เคยกล่าวไว้ในปี 2560 ว่าจะให้ความสำคัญเรื่องนวัตกรรมและเทคโนโลยีมากขึ้นประสบความสำเร็จอย่างไม่มีข้อกังขา 

แต่จีนยังไม่พอใจแค่นี้ เพราะในงานประชุมผู้แทนระดับชาติแห่งพรรคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 คำว่า ‘เทคโนโลยี’ ถูกพูดถึงบ่อยและถี่มากขึ้นกว่าการประชุมทุกครั้งที่ผ่านมา สะท้อนความพยายามของจีนที่พร้อมดันเทคโนโลยีของตัวเองขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของโลกให้จงได้ 

และนอกจากแผนพัฒนาประเทศฉบับที่ 14 แล้ว จีนยังมีนโยบาย Made in China 2025 ที่พร้อมผลักดันให้จีนเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิตแทนที่การผลิตสินค้าคุณภาพต่ำเหมือนเมื่อก่อน มีการระบุว่าจะเพิ่มงบประมาณการวิจัยและพัฒนาอย่างน้อย 7% ต่อปี ซึ่งในปัจจุบันจีนมีงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ เท่านั้น

การทุ่มเทสรรพกำลังต่างๆ ทั้งกำลังเงิน กำลังคน และการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาเทคโนโลยีจีนอย่างจริงจัง ทำให้บริษัทเทคโนโลยีของจีนเติบโตโดดเด่นจนก้าวขึ้นมาเทียบชั้นยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ ได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี

แม้ว่าเส้นทางการเติบโตของเทคโนโลยีจีนอาจต้องเจอกับอุปสรรคขวากหนามบ้าง แต่กลยุทธ์และแผนการอันรัดกุมของจีนจะทำให้ช่วงเวลาแห่งการเติบโตทอดยาวและสดใสกว่าที่คุณคุ้นเคย

Jitta Wealth เห็นแนวโน้มที่หุ้นเทคโนโลยีจีนจะเติบโตไปได้อีกไกล จึงเปิดแผนลงทุนใหม่ ‘Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีจีน’ เพื่อเปิดโอกาสให้คุณได้คว้าโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคตของจีนโดยเฉพาะ

คว้าโอกาสลงทุนหุ้นเทคโนโลยีจีน 

หากคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเห็นโอกาสเติบโตของ ‘หุ้นเทคโนโลยีจีน’ แต่ไม่รู้จะลงทุนได้ที่ไหน ทีมงานขอแนะนำแผน ‘Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีจีน’ ที่จะช่วยรวบรวม ‘หุ้นเทคโนโลยีจีนน่าลงทุน มีโอกาสเติบโตสูง’ มาพาพอร์ตของคุณให้บินสูง ไปกับหุ้นเทคโนโลยีระดับจ่าฝูงของเศรษฐกิจจีน

โดย Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีจีนจะใช้ AI ในการคัดกรองหุ้นจีนประเภท A-share ของบริษัทเทคโนโลยีที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) และเซินเจิ้น (SZSE) เพื่อคัดเลือก’หุ้นดี ราคาถูก’ มาให้คุณลงทุน พร้อมปรับพอร์ตให้โดยอัตโนมัติทุก 3 เดือน ทำให้คุณได้มีโอกาสลงทุนหุ้นเทคโนโลยีจีนที่กำลังเติบโตที่ดีอยู่เสมอ เริ่มต้นลงทุนครั้งแรกเพียง 500,000 บาท และเพิ่มทุนขั้นต่ำครั้งละ 50,000 บาท

จากการทดสอบผลตอบแทนย้อนหลัง (Back Test) เป็นเวลา 10 ปี (2555 – 2564) แผนลงทุน Jitta Ranking หุ้นเทคโนโลยีจีนสามารถทำผลตอบแทนเฉลี่ยแบบทบต้นได้ถึง 19.02% ต่อปีหลังหักค่าใช้จ่ายและรวมปันผลแล้ว ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนของดัชนี CSI 300 Total Return ที่ทำได้เพียง 10.06% ต่อปีในช่วงเดียวกัน เป็นเครื่องยืนยันว่าการลงทุนหุ้นเทคโนโลยีจีนกับ Jitta Ranking ช่วยให้เงินลงทุนเติบโตได้ในระยะยาว 

หากสนใจลงทุนใน ‘หุ้นเทคโนโลยีจีน’ กับ Jitta Wealth อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่ หรือถ้าคุณรู้สึกถูกใจแล้ว ก็เริ่มต้นลงทุนได้เลยที่นี่ เปิดบัญชี


กองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด ผู้บุกเบิกสตาร์ตอัป WealthTech สัญชาติไทยรายแรก ที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01

ผลตอบแทนในอดีต ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจนโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน


อ้างอิง 

  1. วิเคราะห์ประเด็น รัฐบาลจีน ไล่เช็คบิล บริษัทเทค สีจิ้นผิง ต้องการอะไรจากเรื่องนี้? https://techsauce.co/saucy-thoughts/why-chinese-government-ban-tech-company
  2. “IPO ใหญ่ที่สุด” ในประวัติศาสตร์โลก กำลังเกิดขึ้นที่ ประเทศจีน ANT AGROUP https://www.longtunman.com/25978
  3. หวั่นหุ้น ‘เทคจีน’ ซึมยาว หลังพบสัญญาณ ‘สีจิ้นผิง’ เดินหน้าเข้มงวดกฎระเบียบเพื่อจัดการภาคเทคโนโลยีต่อในปีนี้ https://thestandard.co/china-tech-xi-calls-for-more-tech-laws-signals-more-regulation-ahead/
  4. ทำไม IPO ยักษ์ “Ant Group” ถึงโดนจีนเบรก https://www.moneybuffalo.in.th/business/ant-group
  5. หุ้นเทคนำตลาดจีนฟื้น หลังรัฐบาลเตรียมออกนฌยบายสนับสนุนใหม่อีกครั้งพร้อมยุติการจัดระเบียบให้เร็วที่สุด https://thestandard.co/hang-seng-tech-rised-after-government-launched-support-policy/
  6. หวั่นหุ้น ‘เทคจีน’ ซึมยาว หลังพบสัญญาณ ‘สีจิ้นผิง’ เดินหน้าเข้มงวดกฎระเบียบเพื่อจัดการภาคเทคโนโลยีต่อในปีนี้ https://thestandard.co/china-tech-xi-calls-for-more-tech-laws-signals-more-regulation-ahead/
  7. หุ้นเทคฯจีนปรับตัวขึ้นโดดเด่น หลังเผชิญแรงขายต่อเนื่องเป็นเวลานาน https://www.kasikornasset.com/th/market-update/Pages/06-Trigger-K-ATECH-JUN22.aspx
  8. จีนส่งสัญญาณผ่อนคลายการปราบปรามกลุ่มเทคฯ https://bualuang.fund/archives/20443/news-update-18-05-2022/
  9. “จิตตะ เวลธ์” แนะลงทุนหุ้นจีน เน้นกลุ่ม “เทคโนโลยี” ผลตอบแทนสูง 19% ต่อปี https://www.kaohoon.com/news/566090
  10. นโยบาย ‘สี จิ้นผิง’ สมัยที่สาม ย้ำ ‘จีน’ เป็นผู้นำเทคโนโลยี ‘เอไอ’https://www.bangkokbiznews.com/tech/gadget/1034859
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2022 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด