ชี้เป้า 10 หุ้นเมกะเทรนด์ ‘Cloud Computing’ ที่น่าสนใจ

8 พฤศจิกายน 2564DIYJitta WealthOptimizeThematic

จากบทความที่แล้ว คุณได้เห็นศักยภาพและโอกาสเติบโตของเมกะเทรนด์โลกอย่าง ‘Cloud Computing’ เทคโนโลยีที่มีความสำคัญกับพอๆ เมกะเทรนด์ดิจิทัลอื่นๆ 

หลายปีที่ผ่านมา ผู้ใช้งานเทคโนโลยีและองค์กรต่างๆ ทั่วโลกได้ใช้ระบบคลาวด์อย่างกว้างขวาง ทั้งการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลไว้ในศูนย์ข้อมูลที่ใดที่หนึ่ง สามารถเข้าถึงได้ทางอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดบนโลกใบนี้

การระบาดของ Covid-19 และมาตรการล็อกดาวน์ กำลังผลักดันให้ทุกคนเห็นภาพว่า เมื่อหมดจากวิกฤตครั้งนี้ ยังจำเป็นต้องเดินทางทำงานที่ออฟฟิศอยู่หรือไม่ จนเมื่อสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลาย การมาทำงานที่ออฟฟิศกลายเป็นเพียงทางเลือก เหมือนๆ กับการทำงานจากที่บ้าน กลายเป็นเทรนด์ Work from Anywhere

ไม่ว่าจะก่อน Covid-19 หรือระหว่างเกิดโรคระบาด หรือหลัง Covid-19 การใช้งาน Cloud Computing ก็ไม่ได้ลดลงเลย กลับกลายเป็นการใช้จ่ายเพื่อใช้ระบบคลาวด์เพิ่มขึ้น ทั้งการใช้งานส่วนบุคคลและองค์กร

นักวิจัยด้านเทคโนโลยีให้ความเห็นว่า การใช้จ่ายในระบบคลาวด์ทั่วโลก จะเพิ่มขึ้นจาก 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 กลายเป็น 360,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 และคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยต่อปี 17.5% จนถึงปี 2568 

มองข้ามช็อตไปแล้วว่า การใช้จ่ายในระบบคลาวด์จะไต่ไปถึงระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในอนาคต นั่นหมายความว่า อุตสาหกรรม Cloud Computing จะเป็นเมกะเทรนด์ที่น่าลงทุนในอีก 10 ปีข้างหน้า หรืออาจจะนานกว่านั้น

เพราะในโลกดิจิทัล…ไม่มีคำว่า ‘หยุด’ พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ นั่นเอง และในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีคลาวด์อาจจะถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพที่ดีกว่านี้ก็ได้

Jitta Wealth มองเห็นถึงศักยภาพเติบโตของเมกะเทรนด์ Cloud Computing จึงนำมาเป็น 1 ในธีมที่น่าลงทุนผ่านกองทุนส่วนบุคคล Thematic เลือกลงทุนใน WisdomTree Cloud Computing Fund (WCLD) เป็น Passive ETF ที่ลงทุนเกือบ 60 บริษัทที่ให้บริการระบบคลาวด์ทั่วโลก ครอบคลุมรูปแบบ SaaS (Software-as-a-Service) PaaS (Platform-as-a-Service) และ IaaS (Infrastructure-as-a-Service) โดยลงทุนให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี BVP Nasdaq Emerging Cloud Index 

WCLD เป็น ETF ขนาดใหญ่ มูลค่า AUM (Assets Under Management) ประมาณ 1,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่า 90%ใน WCLD ลงทุนในผู้ให้บริการคลาวด์สัญชาติอเมริกัน ที่เหลือเป็นบริษัทจากออสเตรเลีย แคนาดา อิสราเอล และจีนบทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความรู้จัก 10 บริษัท Cloud Computing ที่น่าสนใจใน WCLD เมกะเทรนด์ที่กำลังมาแรงในยุคนี้

  1. Asana

ปีงบประมาณ 2564 (กุมภาพันธ์-มกราคม)

  • มาร์เก็ตแคป 24,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้รวม 227.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+59.18%) 
  • กำไรขั้นต้น 198.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+61.55%)
  • กำไรสุทธิ -211.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-78.52%) 

แพลตฟอร์มการจัดการงาน (Management Software) สำหรับองค์กรและทีมงาน ก่อตั้งขึ้นโดยผู้นำทีมวิศวกรของ Facebook อย่าง Dustin Moskovitz และ Justin Rosenstein ที่ค้นพบว่า ทุกคนใช้เวลากว่าครึ่งวันในการทำงาน ทั้ง 2 คนจึงสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ไม่เพียงทำให้ทีมเข้าใจถึงสิ่งที่ควรจะทำ แต่ยังมีเวลาได้จดจ่อกับแนวคิดใหม่ๆ ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม อย่าง Asana ที่สร้างทางเลือกเพื่อช่วยให้ทีมจำนวนมากทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น 

ล่าสุดเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ แพลตฟอร์มเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การส่งข้อความวิดีโอ การจัดลำดับความสำคัญอัจฉริยะ และผู้ช่วยปฎิทินอัจฉริยะ ขยายเครือข่ายด้านภาษารวมเป็น 13 ภาษาทั่วโลก 

ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 (พฤษภาคม-กรกฎาคม) ของปีงบประมาณ 2565 รายได้สูงขึ้นถึง 72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จำนวนลูกค้าที่ใช้จ่ายมากกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 61% และจำนวนลูกค้าที่ใช้จ่าย 50,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป เพิ่มขึ้น 111% 

  1. Bill.com 

ปีงบประมาณ 2564 (กรกฎาคม-มิถุนายน)

  • มาร์เก็ตแคป 29,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้รวม 238.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+51.18%)
  • กำไรข้างต้น 176.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+49.23%)
  • กำไรสุทธิ -98.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-217.52%) 

แพลตฟอร์มคลาวด์ซอฟต์แวร์การจัดการด้านการเงิน ช่วยลดความยุ่งยาก เชื่อมต่อการทำงานระหว่างซัปพลายเออร์และลูกค้า ให้การทำธุรกิจเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เช่น การประมวลผลใบแจ้งหนี้ เชื่อมต่อกับระบบบัญชี เป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานด้านบัญชีสำหรับธุรกิจ มีลูกค้าตั้งแต่บริษัทเล็ก กลาง และใหญ่ ในอนาคตมีเป้าหมายขยายการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้ธุรกิจได้รับเงินเร็วขึ้น คู่แข่ง Tipalti และ YayPay 

ล่าสุดบรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Divvy ผู้นำด้านการจัดการการใช้จ่ายสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและกลาง รวมทั้งลงนามในข้อตกลงถึงขั้นตอนสุดท้ายในการซื้อกิจการ Invoice2go ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์บัญชีรายรับรายจ่ายชั้นนำ สำหรับสมาร์ตโฟน เพื่อธุรกิจขนาดเล็ก 

ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 (เมษายน-มิถุนายน) ของปีงบประมาณปี 2564 รายได้เพิ่มขึ้น 86% แม้ว่าจะยังมีผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงาน แต่มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

  1. Momentive Global 

ปี 2563 

  • มาร์เก็ตแคป 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้รวม 375.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+22.18%)
  • กำไรขั้นต้น 291.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+26.33%)
  • กำไรสุทธิ -91.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-23.99%) 

แพลตฟอร์มคลาวด์ ขับเคลื่อนด้วย AI ที่พัฒนาขึ้นอย่างสมดุลและรวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี สร้างบริการที่ส่งเสริมองค์กรธุรกิจ ประกอบไปด้วย 3 บริษัท ได้แก่ Momentive GetFeedback และ SurveyMonkey เพื่ออำนวยความสะดวกให้องค์กรกว่า 345,000 แห่งทั่วโลก มากกว่า 20 ล้านคนต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มของ Momentive เพื่อค้นหาข้อมูลของตลาด ข้อมูลเชิงลึกของแบรนด์ ประสบการณ์ลูกค้า เป็นต้น 

ล่าสุด Momentive ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นบริษัทที่มีผู้นำที่ดีที่สุดประจำปี 2564 เป็นครั้งแรกโดย นิตยสาร Inc. และเป็น 1 ในบริษัทที่มีงบการเงินแข็งแกร่งในสหรัฐฯ สำหรับบริษัทที่มีรายได้อยู่ระหว่าง 50-2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน) ปี 2564 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่กำลังจะถูกเข้าซื้อกิจการจาก Zendesk ที่ให้บริการคลาวด์ซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการสนับสนุนการขายและการสื่อสารกับลูกค้า

4. Tenable

ปี 2563 

  • มาร์เก็ตแคป 5,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้รวม 440.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+24.15%)
  • กำไรขั้นต้น 362.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+23.45%)
  • กำไรสุทธิ -42.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+56.84%) 

ธุรกิจด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ (Cyber Exposure) เพื่อทำความเข้าใจและลดความเสี่ยงบนโลกไซเบอร์ให้กับลูกค้า เป็นบริษัทผู้สร้าง Nessus ที่สามารถหาช่องโหว่การถูกจารกรรม เป็นแพลตฟอร์มที่มองเห็นและรักษาความปลอดภัยในสินทรัพย์ดิจิทัล ปัจจุบันมีองค์กรกว่า 30,000 แห่งทั่วโลกใช้บริการ ประกอบไปด้วยบริษัทใน Fortune 500 มากกว่า 50% และบริษัทใน Global 2000 กว่า 30% รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐขนาดใหญ่ 

Tenable ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มการโจมตีทางไซเบอร์และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย Frost & Sullivan มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 37% ของโลก 

ล่าสุดเปิดตัว Nessus เวอร์ชัน 10.0 และขยายแพลตฟอร์มรองรับร่วมกับองค์กร Raspberry Pi ซึ่งช่วยให้ทีมทดสอบการเจาะระบบ ทีมที่ปรึกษา ทีมความปลอดภัย และนักศึกษาเข้าถึงการใช้งานของ Nessus ได้ทุกที่ สนับสนุนแพลตฟอร์มเพื่อตอบโจทย์การทำงานทางไกล (Remote Work)

5. Cloudflare

ปี 2563 

  • มาร์เก็ตแคป 62,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้รวม 431.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+50.18%)
  • กำไรขั้นต้น 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+47.59%)
  • กำไรสุทธิ -119.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-12.8%)

ผู้ให้บริการระบบคลาวด์หลากหลายรูปแบบกับองค์กรและบริษัท เพื่อการสร้างเว็บไซต์ มีความปลอดภัยสูง ลดต้นทุน และความซับซ้อนในการจัดการฮาร์ดแวร์เครือข่าย เรียกได้ว่า Cloudflare อยู่ตรงกลางระหว่างผู้เข้าชมเว็บไซต์และผู้ให้บริการโฮสติงของลูกค้า มีบริษัทใน Fortune 1,000 ในสัดส่วน 19% เป็นลูกค้าของบริษัทด้วย

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Cloudflare ประกาศความร่วมมือกับ Microsoft และ Major Search Engines เพื่อช่วยในการพัฒนาการค้นหาในเว็บไซต์ และล่าสุดได้รับการเสนอชื่อจาก Forrester Research ใน The Forrester New Wave Edge Development Platforms ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ผู้ให้บริการคลาวด์คลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตา

ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน) ปี 2564 รายได้เติบโตกว่า 53% จากช่วงเดียวของปีที่แล้ว และยังรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 50%

6. nCino

ปีงบประมาณ 2564 (กุมภาพันธ์-มกราคม)

  • มาร์เก็ตแคป 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้รวม 204.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+47.85%)
  • กำไรขั้นต้น 116.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+56.74%)
  • กำไรสุทธิ -40.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-46.90%) 

ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระบบคลาวด์สำหรับสถาบันการเงิน ด้วยเทคโนโลยีคลาวด์แบบ Tailor-made ออกแบบและพัฒนาตามที่แต่ละบริษัทต้องการ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การดำเนินการด้วยระบบดิจิทัล ทำให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น โดยให้บริการสถาบันการเงินทุกขนาดและทุกความซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการเงินระดับโลก ธนาคารระดับภูมิภาค ธนาคารระดับประเทศ และสหภาพเครดิต 

nCino แปลงระบบปฏิบัตรการเป็นดิจิทัล เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพของการทำงาน และการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถต้อนรับลูกค้าใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ล่าสุดลงมีการลงนามข้อตกลงกับ Well Fargo เป็น 1 ใน 4 ธนาคารชั้นนำของสหรัฐฯ เพื่อขยายความสัมพันธ์กับธนาคาร เพื่อพลิกโฉมประสบการณ์การกู้ยืมเงินผ่านธนาคารในรูปแบบใหม่  

ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 (พฤษภาคม-กรกฎาคม) ของปีงบประมาณ 2565 รายได้รวมเติบโต 36% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 

7. Snowflake

ปีงบประมาณ 2564 (กุมภาพันธ์-มกราคม)

  • มาร์เก็ตแคป 107,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้รวม 592 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+163.63%)
  • กำไรขั้นต้น 349.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+135.82%)
  • กำไรสุทธิ -539.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-54.68%) 

ผู้ให้บริการ Data Warehouse บนระบบคลาวด์ เป็นบริษัทที่ Berkshire Hathaway ของ Warren Buffett เข้าลงทุนตอน IPO (Initial Public Offering) ไว้กว่า 4 ล้านหุ้น จุดแข็งของ Snowflake คือ Data Warehouse ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนงานของ Data Engineer และสร้าง Single Source of Truth ให้แก่บริษัท พร้อมรวมข้อมูลเป็นศูนย์กลาง ทำให้แต่ละหน่วยงานนำข้อมูลไปใช้ต่อได้อย่างง่ายดาย 

ล่าสุดเปิดตัว Media Data Cloud รวมการแบ่งปันข้อมูลอันทรงพลังของ Snowflake เอาไว้ที่เดียว มีลูกค้า เช่น บริษัท AWS บริษัท Disney Advertising Sales บริษัท Experian และบริษัท Horizon Media เป็นต้น 

Snowflake วางเป้าว่า Media Data Cloud ช่วยให้นักการตลาด ธุรกิจด้านข้อมูลและเทคโนโลยีการโฆษณา ปลดล็อกข้อมูลเชิงลึก เปิดใช้งาน และวัดผลทั้งระบบการโฆษณา (Advertising Ecosystem) 

ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 (พฤษภาคม-กรกฎาคม) ของปีงบประมาณ 2565 รายได้รวมเติบโตกว่า 103% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในไตรมาสเดียวกัน  

8. Atlassian 

ปีงบประมาณ 2564 (กรกฎาคม-มิถุนายน)

  • มาร์เก็ตแคป 113,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้รวม 2,089 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+29.42%)
  • กำไรขั้นต้น 1,755 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+30.43%)
  • กำไรสุทธิ -696.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-98.58%) 

บริษัทซอฟต์แวร์ระดับโลก ที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน พนักงานสามารถรวมทีมและแสดงศักยภาพการทำงานได้อย่างเต็มที่ แพลตฟอร์มคลาวด์ที่ใช้ในการสร้าง Workflow ช่วยให้ทุกคนในทีมมองเห็นภาพรวมของงาน ลดความซับซ้อน เพื่อทีมที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ก่อตั้งขึ้นโดย Mike Cannon-Brooles และ Scott Farquhar นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย New South Wales โดยพัฒนาซอฟต์แวร์แรกคือ Jira และตามมาด้วยซอฟต์แวร์ที่พัฒนามาใช้ร่วมกันอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Confluence เพื่อการเผยแพร่ความรู้ขององค์กร Jira Align การสื่อสารในองค์กรที่รวดเร็ว และ Jira Core เพื่อการเรียบเรียงและติดตามงานอย่างเป็นระบบ 

ล่าสุด Atlassian ติด 1 ใน 25 บริษัทชั้นนำของโลกที่น่าทำงานด้วยที่สุดในปี 2564 ผลประกอบการไตรมาสแรก (กรกฎาคม-กันยายน) ปี 2565 รายได้เพิ่มขึ้น 34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  

9. BlackLine

ปี 2563

  • มาร์เก็ตแคป 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้รวม 351.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+21.72%)
  • กำไรขั้นต้น 282.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+22.94%)
  • กำไรสุทธิ -46.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (-44.19%)

บริษัทผู้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์บนคลาวด์ด้านการเงิน เริ่มจากการเป็นสตาร์ตอัป ก่อตั้งโดย Therese Tucker วัย 55 ปี ถือเป็นผู้บุกเบิกในการนำระบบคลาวด์มาใช้ในระบบการเงิน BlackLine ช่วยให้บริษัทต่างๆ ทันโลกเทคโนโลยีมากขึ้น โดยการรวบรวมข้อมูลและกระบวนการต่างๆ เข้าด้วยกัน และดำเนินงานได้อย่างอัตโนมัติ ช่วยองค์กรทั้งขนาดใหญ่และขนาดกลางทำงานด้านบัญชีได้ดีขึ้น เร็วขึ้น และควบคุมได้มากขึ้น 

ได้รับการยอมรับให้เป็น บริษัทซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุด 100 อันดับแรกประจำปี 2564 โดย The Software Report 

รายได้ทั้งหมดของไตรมาสที่ 2 ปี 2564 อยู่ที่ 102.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโต 23% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว 

10. Paylocity  

ปีงบประมาณ 2564 (กรกฎาคม-มิถุนายน)

  • มาร์เก็ตแคป 15,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • รายได้รวม 635.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+13.24%)
  • กำไรขั้นต้น 416.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+9.76%)
  • กำไรสุทธิ 70.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+9.87%)

แพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับการจัดการเงินเดือน บริหารทรัพยากรบุคคล (Human Capital Management – HCM) โดยครอบคลุมบริการจ่ายเงินเดือน จัดการทรัพยากรบุคคล และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในองค์กร 

ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 (เมษายน-มิถุนายน) ของปีงบประมาณ 2564 รายได้รวมเติบโต 28% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 

Jitta Wealth

นี่คือ 10 บริษัทที่น่าสนใจในเมกะเทรนด์ Cloud Computing บางบริษัทยังเป็นสตาร์ตอัป ก่อนจะเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้น นั่นหมายความว่า บริการคลาวด์ที่ถูกพัฒนาจนใช้กันอย่างแพร่หลาย มาจากแนวคิดเล็กๆ จากกลุ่มคนในบริษัทเทคโนโลยีเพียงไม่กี่คน แล้วก่อตั้งมาเป็นบริษัท พัฒนาจนเข้าถึงผู้ใช้งานทั่วโลก

นั่นหมายความว่า ในอนาคตจะมีเทคโนโลยีคลาวด์ใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา มาพร้อมกับแบรนด์หรือสตาร์ตอัปรายใหม่ๆ ถือกำเนิดขึ้น ดาหน้าเข้าสู่สังเวียนเมกะเทรนด์ Cloud Computing คุณลองจินตนาการดูว่า มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมนี้ทั่วโลกจะเติบโตไปได้อีกไกลขนาดไหน การจะไปถึงมูลค่าตลาดผู้ใช้งาน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลก…ไม่ใช่เรื่องยาก

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คุณจะเห็นว่า Cloud Computing ไม่ได้แค่แพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์มาใช้ในการสร้างสรรค์แพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างง่ายขึ้น ประหยัดเวลามากขึ้น และก้าวเข้าสู่การทำงานแบบไร้ข้อจำกัด 

ในขณะที่…ชีวิตประจำวันของคุณ ยังมีเทคโนโลยีคลาวด์เข้ามามีอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นการทำงานรวมไปถึงการใช้งานจัดเก็บข้อมูลและเสพความบันเทิงแบบสตรีมมิง

หากคุณมั่นใจในศักยภาพเติบโตของธีม Cloud Computing กองทุนส่วนบุคคล Thematic เปิดให้คุณสามารถเลือกธีมจัดพอร์ตด้วยตัวเองผ่าน Thematic DIY โดยสามารถลงทุนได้สูงสุดถึง 5 ธีม เช่น อีคอมเมิร์ซ คลาวด์ หุ่นยนต์และ AI เกมและอีสปอร์ต ตลาดหุ้นอินเดีย และจีโนมิกส์

หากคุณไม่แน่ใจ อยากให้ AI เลือกธีมที่น่าลงทุนที่สุดให้คุณผ่าน Thematic Optimize ช่วงเวลาไหมที่ธีมคลาวด์ที่การเติบโตที่น่าสนใจ AI ของ Jitta Wealth จะเลือกมาจัดพอร์ต 4 ธีมให้คุณ ลองเข้าไปศึกษาหลักการลงทุนได้ที่เว็บไซต์ หรือสอบถามเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนได้ทาง Line ID: @JittaWealth


กองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด ผู้บุกเบิกสตาร์ตอัป WealthTech สัญชาติไทยรายแรก ที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01

ผลตอบแทนในอดีต ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจนโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน


อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

‘Cloud Computing’ เมกะเทรนด์ที่กำลังดิสรัปผู้คนทั่วโลก

เช็กลิสต์ 5 คุณสมบัติที่นักลงทุน Thematic DIY ควรมี


อ้างอิง 

  1. Investing in Cloud Computing Stocks https://www.fool.com/investing/stock-market/market-sectors/information-technology/cloud-stocks/
  2. WCLD : Cloud Computing ETF Outperforming The Market, I’m Bullish https://seekingalpha.com/article/4452382-wcld-cloud-computing-etf-outperforming-the-market-bullish
  3. Asana Announces Record Second Quarter Fiscal 2022 Revenues https://investors.asana.com/news/news-details/2021/Asana-Announces-Record-Second-Quarter-Fiscal-2022-Revenues/
  4. Bill Investor Relations https://investor.bill.com/overview/default.aspx
  5. Bill.com https://hmong.in.th/wiki/Bill.com
  6. Momentive Investor Relations https://investor.momentive.ai/home/default.aspx
  7. Tenable Investor Relations https://investors.tenable.com
  8. Cloudflare Investor Relations https://cloudflare.net/home/default.aspx
  9. Investor Relations – nCino https://investor.ncino.com
  10. รู้จัก Snowflake บริษัทที่ปู่ Buffett ต้องซื้อ IPO https://www.finnomena.com/u_____n/snowflake-buffett-ipo/
  11. Snowflake Reports Financial Results for Second Quarter of Fiscal 2022 https://investors.snowflake.com/news/news-details/2021/Snowflake-Reports-Financial-Results-for-the-Second-Quarter-of-Fiscal-2022/default.aspx
  12. Atlassian Investor Relations  https://investors.atlassian.com
  13. Atlassian ธุรกิจล้านล้านที่เกิดขึ้นมาจากหนี้บัตรเครดิต https://www.longtunman.com/26680
  14. Blackline Investor Relations https://investors.blackline.com
  15. ไม่มีคำว่าสายกับคำว่า Startup คุณป้า CEO วัย 55 ปี กับการนำเสนอพา Startup สู่ IPO ได้สำเร็จ https://www.u-review.in.th/it/news/1861
  16. Paylocity Investor Relations https://investors.paylocity.com
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2021 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด