เช็กลิสต์ 5 คุณสมบัติที่นักลงทุน Thematic DIY ควรมี

3 พฤศจิกายน 2564DIYJitta WealthOptimizeThematic

หลังจาก Jitta Wealth ได้พัฒนา AI มาช่วยเลือกธีมในพอร์ต Thematic Optimize ไปแล้วนั้น นักลงทุนที่มีพอร์ต Thematic DIY เดิมที่เลือกธีมจัดพอร์ตเอง อาจจะเกิดคำถาม ว่า 

แล้วพอร์ต Thematic DIY ที่คุณมีอยู่นี่ ควรต้องเปลี่ยนหรือไม่…

คุณยังเชื่อมั่นในฝีมือการเลือกของคุณเองในพอร์ต Thematic DIY หรือเปล่า…

คุณสบายใจมากกว่าที่มี AI เลือกธีมที่น่าลงทุนที่สุดให้ในพอร์ต Thematic Optimize ใช่หรือไม่…

หากคุณยังไม่เคยลงทุน Thematic ยังไม่แน่ใจว่า คุณเหมาะกับกองทุนส่วนบุคคล Thematic แบบไหน สามารถอ่านบทความ Thematic DIY กับ Thematic Optimize แบบไหนที่ใช่คุณ เพื่อประกอบการตัดสินใจให้คุณเลือกพอร์ตที่เหมาะสมที่สุด

หากคุณมีพอร์ต Thematic DIY อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มลงทุนหรือลงทุนมานานแล้ว มีความลังเลว่า คุณอาจจะเหมาะกับพอร์ต Thematic Optimize มากกว่า ก่อนจะย้ายพอร์ต…อ่านบทความนี้ เพื่อเช็กความพร้อมก่อนตัดสินใจ…

ข้อที่ 1 คุณมั่นใจในหลักการลงทุนและธีมที่เลือกเองมากแค่ไหน

เป็นเช็กลิสต์ข้อแรก…สำคัญที่สุด ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็น Thematic Optimize 

ในเมื่อคุณมั่นใจในหลักการลงทุนส่วนตัว ได้มีการศึกษาข้อมูลในธีมที่คุณชื่นชอบและสนใจ รวมไปถึงมีความเข้าใจในธีมที่เลือกในพอร์ต Thematic DIY ก็ไม่มีความจำเป็นต้องย้ายมา Thematic Optimize เพื่อให้ AI เลือกธีมให้

นี่คือ คุณสมบัติและสไตล์การเลือกธีมของนักลงทุน Thematic DIY 

  • หมั่นศึกษาและเรียนรู้ในธีมที่ลงทุน มีความเข้าใจในธรรมชาติของธีมนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ 
  • ประเมินและคาดการณ์ศักยภาพของธีมนั้นๆ ได้ เห็นภาพทั้งเชิงบวกและลบ 
  • มีไอเดียและสร้างสไตล์การลงทุนในแบบของตัวเอง 
  • ต้องการใช้ความรู้ทางการเงินมาปรับเปลี่ยนพอร์ตด้วยตัวเอง
  • ไม่ตื่นตระหนกเมื่อเจอเหตุการณ์หรือวิกฤต สามารถตัดสินใจเองได้

การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินระยะยาว…เหตุผลมาก่อนผลลัพธ์เสมอ ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรก็ตาม ที่ส่งผลกระทบเชิงบวกเชิงลบ ถ้าคุณมั่นใจในหลักการที่ดี และเชื่อมั่นสินทรัพย์ที่เลือกลงทุน ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล

ข้อที่ 2 คุณพอใจกับผลตอบแทน Thematic DIY หรือไม่

เป็นเช็กลิสต์ที่มีความสำคัญรองลงมา เมื่อเงินของคุณทำงานได้ดี ผลตอบแทนจากพอร์ต Thematic DIY ก็เป็นที่น่าพอใจ ล้วนมาจากการเลือกธีมของคุณเอง

ระหว่างที่คุณรีวิวพอร์ต ติดตามข่าวสารของธีมที่คุณชื่นชอบ มีการปรับเปลี่ยนธีมตามหลักการของคุณ เมื่อพอร์ตมีผลตอบแทนดี หมายความว่าคุณเลือกธีมเองได้

ขณะเดียวกัน หากผลตอบแทนไม่เป็นไปตามที่คุณคาดไว้ แต่คุณมองว่า ธีมที่เลือกยังมีศักยภาพเติบโตในระยะยาว คุณจะไม่รู้สึกกังวล เมื่อเห็นผลตอบแทนติดลบ หรือราคา ETF (Exchange Traded Fund) ผันผวน 

ยิ่งเป็นการลงทุนในธีม (Thematic Investment) มีลักษณะเฉพาะมากกว่า ETF ตลาดหุ้น และ ETF รายอุตสาหกรรม ดังนั้นธรรมชาติของ Thematic ETF คือ ราคาในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งมีความผันผวนสูง ขณะเดียวกันก็ให้ผลตอบแทนสูงมากกว่าดัชนีตลาดหุ้นในบางเวลา แต่ความคาดหวังคือ ศักยภาพโอกาสเติบโตในระยะยาว

เพราะธีมเมกะเทรนด์ส่วนใหญ่ ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ สินค้าและบริการที่พัฒนาออกมา อยู่ในขั้นแรกๆ ของการนำไปใช้ใน Adoption Curve บางธีม กลุ่มผู้ใช้งานยังเป็นกลุ่มผู้บุกเบิก (Innovator) หรือกลุ่มผู้นำกระแส (Early Adopter) 

และกว่าที่ธีมเมกะเทรนด์จะเข้าไปมีบทบาทในกลุ่ม กลุ่มผู้ในกระแส (Early Majority) กลุ่มผู้ตามกระแส (Late Majority) และกลุ่มผู้จำนน (Laggard) ยังต้องใช้เวลาอีกนานมาก อาจจะเป็น 10-20 ปี

ข้อที่ 3 คุณมีการบริหารความเสี่ยงในพอร์ต Thematic DIY ดีแค่ไหน

เป็นเช็กลิสต์ที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ก่อนจะลงทุน…คุณต้องรู้แล้วว่า ตัวคุณเองรับความเสี่ยงได้แค่ไหน กองทุนส่วนบุคคล Thematic มีความผันผวนขาลงประมาณ 20% สำหรับพอร์ต 4 ธีม

สำหรับ Thematic DIY หากคุณจัดพอร์ตเองเพียง 1 ธีม คุณจะรู้แล้วว่า พอร์ตจะไม่ได้กระจายความเสี่ยงในธีมอื่นๆ แสดงว่า เมื่อราคา ETF ธีมนั้นลดลงมาก พอร์ตคุณติดลบ คุณรับความเสี่ยงขาลงได้

หากคุณกระจายความเสี่ยงตั้งแต่ 2-5 ธีม และ 1 ธีมมีราคา ETF ลดลงประมาณ 10-20% โอกาสที่พอร์ตโดยรวมจะขาดทุน มีดังนี้

  • พอร์ต 2 ธีม ประมาณ 5-10%
  • พอร์ต 3 ธีม ประมาณ 3.33-6.67%
  • พอร์ต 4 ธีม ประมาณ 2.5-5%
  • พอร์ต 5 ธีม ประมาณ 2-4%

ดังนั้นเมื่อคุณจัดพอร์ตเองแบบ Thematic DIY คุณจะรู้ว่า เลือกลงทุนในธีมไหน มีความเสี่ยงด้านไหน และกระจายความเสี่ยงกี่ธีม

นอกจากนี้ คุณจะหาความรู้เพิ่มเติม เช่น การเลือกธีมให้กระจายความเสี่ยงโดยใช้ค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) เพราะการเลือกธีมที่มีความสัมพันธ์กันน้อย หมายความว่า ราคา ETF มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวแตกต่างกัน เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือวิกฤตใดๆ เข้ามา

ข้อที่ 4 คุณมีเป้าหมายกับพอร์ต Thematic DIY อย่างไร

การลงทุนเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ละคนมีความต้องการและข้อจำกัดที่ต่างกัน ก่อนที่คุณจะลงทุนในสินทรัพย์ใดก็ตาม คุณจะมีเป้าหมายกับพอร์ตลงทุนอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น

  • ต้องการทดลองลงทุน เพื่อดูว่าผลตอบแทนเป็นอย่างไรในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ 
  • ต้องการลงทุนมีกำหนดระยะเวลาชัดเจนในการถอนเงินพร้อมผลตอบแทน
  • ต้องการลงทุนระยะยาว หวังให้เงินทำงานมีผลตอบแทน ไม่มีความต้องการใช้เงินก้อนนี้

ไม่ว่าเป้าหมายก่อนตัดสินใจลงทุน Thematic DIY เป็นอย่างไร หลักการของ Jitta Wealth คือ ลงทุนใน ETF ที่มีศักยภาพเติบโตในอีก 10-20 ปีข้างหน้า เป็นเมกะเทรนด์แห่งอนาคตที่มีผลต่อวิถีชีวิตของมนุษย์ทั่วโลก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นแผนไหนของกองทุนส่วนบุคคล Thematic แนะนำให้ลงทุนมากกว่า 3 ปีขึ้นไป ด้วยเหตุผลดังนี้ 

  • การลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ มีค่าธรรมเนียมต่างๆ จากการซื้อขาย โอนเงิน และดูแลทรัพย์สิน หากเข้ามาลงทุนระยะสั้นในระยะเวลาน้อยกว่า 1 ปี ผลตอบแทนในพอร์ตอาจจะไม่สูงมากพอที่จะชดเชยต้นทุนต่างๆ ที่คุณจ่ายไป
  • ETF ที่ลงทุนในหุ้น มีความเสี่ยงและความผันผวนสูง หากช่วงเวลาที่เข้าลงทุน เป็นจังหวะที่ราคาหุ้นและ ETF ปรับฐาน คุณอาจจะต้องรอเวลาให้ราคาสินทรัพย์กลับเข้าสู่พื้นฐานเดิม หรือเพิ่มทุนเพื่อเฉลี่ยราคา จึงควรให้ระยะเวลากับการลงทุน
  • ระยะเวลามากกว่า 3 ปี จะช่วยให้เงินลงทุนทำงานได้อย่างเต็มที่ ผ่านทุกช่วงเวลาขาขึ้นขาลงของตลาดหุ้นและความเคลื่อนไหวของธีมเมกะเทรนด์ นอกจากนี้ระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติจะช่วยรักษาสัดส่วนการลงทุนในพอร์ตให้สมดุลอยู่เสมอ

ข้อที่ 5 คุณมีเวลาและความอดทนต่อพอร์ต Thematic DIY อย่างไร 

เป็นเช็กลิสต์ข้อสุดท้าย…วัดระดับความเชื่อมั่นของคุณ 

คุณมีเวลาศึกษาและติดตามข่าวสารการลงทุนใน Thematic ETF ตลอดเวลาหรือไม่ มีเวลาอัปเดตและรีวิวพอร์ตอย่างน้อยทุกๆ ไตรมาสหรือไม่

ที่สำคัญกว่านั้น คือ เมื่อธีมที่คุณเลือกมีความผันผวนขาลง อาจจะเป็นระยะเวลา 1 เดือน 3 เดือน หรือ 6 เดือน คุณรู้สึกอย่างไร มีความมั่นใจหรือมีความกังวล 

คุณอดทนกับความผันผวนของตลาดหุ้นและธีมได้นานแค่ไหน ในขณะเดียวกัน…คุณอดทนรอให้ความผันผวนสิ้นสุดลงได้นานแค่ไหน

Jitta Wealth

หากคุณแน่ใจแล้วว่า ไม่มีเวลามาตัดสินใจเลือกธีมเอง หรืออ่านข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ เพื่อตัดสินใจว่า จะรีวิวพอร์ตของคุณอย่างไรให้น่าพอใจที่สุดทุกไตรมาส การย้ายพอร์ตจาก Thematic DIY เป็น Thematic Optimize จะช่วยผ่อนความรู้สึกกังวลใจให้คุณ

เปลี่ยนจาก…เชื่อตัวเอง มาเป็น…วางใจให้ AI เลือกธีมที่น่าลงทุนที่สุดให้

Thematic DIY คุณเลือกธีมและจัดพอร์ตเองโดยอิสระ รวมไปถึงรีวิวพอร์ตและเปลี่ยนธีมด้วยตัวเอง ดังนั้นคุณตัดสินใจเองทั้งหมด ระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติของ Jitta Wealth จะทำหน้าที่ปรับสมดุล เมื่อสัดส่วนของธีมใดธีมหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างน้อย 5% 

ในทางกลับกัน Thematic Optimize จะใช้ AI มาจัดการให้หมด โดยอัลกอริทึมจะเลือกธีมและรีวิวโอกาสเติบโตของธีมทุกไตรมาส รวมทั้งปรับพอร์ต เลือก 4 ธีมที่น่าลงทุนที่สุด โดยที่คุณไม่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจด้วยตัวเอง 

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงตัดสินใจได้แล้วว่า จะลงทุนใน Thematic DIY เหมือนเดิม หรือเปลี่ยนมา Thematic Optimize แต่ไม่ว่าจะเลือกแผนการลงทุนไหน…ไม่มีถูกไม่มีผิด Jitta Wealth หวังว่าเช็กลิสต์ทั้ง 5 ข้อนี้ จะช่วยคุณเช็กความพร้อมและสร้างความมั่นใจในคุณสมบัติที่มี ก่อนตัดสินใจย้ายพอร์ต

สำหรับกองทุนส่วนบุคคล Thematic ทาง Jitta Weath ก็ได้คัดสรรธีมเมกะเทรนด์โลก รวมไปถึงธีมตลาดหุ้นที่อนาคต เหมาะสมกับการลงทุนระยะยาว ดังนั้นคุณเลือกธีมเองหรือวางใจให้ AI ธีมให้ พอร์ตลงทุนมีศักยภาพเติบโตได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ตามการลงทุนใน ETF หุ้นต่างประเทศมีความเสี่ยงสูงจากปัจจัยข่าวสารต่างๆ และความผันผวนที่คาดไม่ถึง ข้อแนะนำสำหรับพอร์ตลงทุน Thematic DIY และ Thematic Optimize คือ การเพิ่มทุนอย่างสม่ำเสมอ หรือ DCA (Dollar Cost Averaging) เข้าไปในพอร์ต เพื่อเฉลี่ยต้นทุน กระจายสัดส่วนในแต่ละธีม และเร่งให้มูลค่าในพอร์ตของคุณเติบโต 

คุณสามารถมีทั้งพอร์ต Thematic DIY และ Thematic Optimize ควบคู่กันได้ หากต้องการวัดว่า ผลตอบแทนของแผนไหนดีกว่ากัน เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 100,000 บาท สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ หรือสอบถามกับเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนได้ที่ Line ID: @JittaWealth   


กองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด ผู้บุกเบิกสตาร์ตอัป WealthTech สัญชาติไทยรายแรก ที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01

ผลตอบแทนในอดีต ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจนโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน


บทความ Thematic Optimize ที่เกี่ยวข้อง 

AI ของ Thematic Optimize จัดพอร์ตอย่างไร ทำผลตอบแทนได้ 25% ต่อปี

Thematic DIY กับ Thematic Optimize แบบไหนที่ใช่คุณ

สรุป Live: เปิดตัว Thematic Optimize ลงทุนธีมเมกะเทรนด์ทั่วโลกด้วย AI ที่แรกในไทย

Exclusive Q&A with CEO อัปเดตการลงทุน Jitta Wealth เดือนกันยายน

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2021 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด