Jitta Wealth Journal - BYD โชว์เหนือ! ยอดขายแซง Tesla

12 กรกฎาคม 2565Jitta Wealth Journal

สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกภาษีสินค้าจีน หวังบรรเทาเงินเฟ้อ

Jitta Wealth Journal ปีที่ 2 ฉบับที่ 85 ประจำวันที่ 12 กรกฎาคม 2565 ทีมงานย่อยข่าวเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกมาให้คุณแล้ว ดังนี้

  • สรุปรายงานการประชุม Fed เดือนมิถุนายนแบบละเอียดยิบ
  • โพล Deutsche Bank ชี้ S&P500 มีโอกาสแตะ 3,300 จุด
  • จับตา! สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกภาษีสินค้าจีน
  • หุ้นเทคจีนร่วง หลังโดนค่าปรับจากธุรกรรมในอดีต
  • BYD โชว์เหนือ! ทำยอดขายแซงหน้า Tesla 
  • เงินเฟ้อไต้หวันพุ่งสูงสุดใน 14 ปี กระทบธีมเซมิคอนดักเตอร์ 
  • สหรัฐฯ ห้ามขายเครื่องผลิตชิปให้จีน แต่กลับทำให้จีนแกร่งขึ้น

ไปติดตามกันได้เลย


ภาวะตลาดหุ้นทั่วโลก

สหรัฐอเมริกา

ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทั้ง 3 ดัชนีเปิดหัวเดือนกรกฎาคมมาอย่างสดใส โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 4 วันติดกัน ขณะที่รายงานการประชุม FOMC ในเดือนมิถุนายนก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่า Fed จริงจังกับการแก้ปัญหาเงินเฟ้อในสหรัฐฯ

แม้ว่านโยบายของ Fed จะกระทบกับเศรษฐกิจบ้าง แต่ความกังวลด้านเงินเฟ้อลดลง หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงมาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ

  • S&P500 1 สัปดาห์ (1.94%) MTD (3.01%) 3 เดือน (-13.12%) และ YTD (-18.19%)
  • DJIA 1 สัปดาห์ (0.78%) MTD (1.82%) 3 เดือน (-9.74%) และ YTD (-13.76%)
  • NASDAQ 1 สัปดาห์ (4.56%) MTD (5.50%) 3 เดือน (-15.14%) และ YTD (-25.63%)

ข้อมูลจาก S&P Capital IQ ณ 10 กรกฎาคม 2565

เอเชีย

ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงปิดบวก แม้ยังมีความกังวลด้านมาตรการล็อกดาวน์ในเซี่ยงไฮ้ ขณะที่หุ้นผู้ผลิตรถยนต์พุ่งแรงหลังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน 

ส่วนตลาดหุ้นเวียดนามยังปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยแตะระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน เนื่องจากหุ้นพลังงานร่วงตามราคาน้ำมันดิบ นักลงทุนต่างชาติพากันเทขายหุ้นในตลาดหุ้นเวียดนามกว่า 749,000 ล้านดง 

  • CSI300 1 สัปดาห์ (-0.85%) MTD (-1.25%) 3 เดือน (4.68%) และ YTD (-10.36%)
  • SET 1 สัปดาห์ (-0.94%) MTD (-0.67%) 3 เดือน (-7.60%) และ YTD (-6.02%)
  • VNI 1 สัปดาห์ (-2.30%) MTD (-2.20%) 3 เดือน (-20.96%) และ YTD (-21.82%)

ข้อมูลจาก S&P Capital IQ ณ 10 กรกฎาคม 2565


Jitta Wealth

Talk of The Town

เรื่องเด่นประเด็นฮิตของชาว Jitta Wealth Official

📌 ลงทุนแผน Jitta Ranking หุ้นเวียดนาม ได้หุ้นอะไรบ้าง มาแชร์กัน

📌 ลงทุนแผน Jitta Ranking หุ้นสหรัฐฯ จะรู้ได้ยังไงว่ามีหุ้นอะไรบ้าง

มาร่วมพูดคุยกับเรา


Shinzo Abe

การเริ่มต้นครั้งยิ่งใหญ่ที่ Shinzo Abe มอบให้ญี่ปุ่น

ย้อนดูนโยบายของอดีตนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ผู้ล่วงลับ
ที่ช่วยพลิกฟื้นชะตากรรมเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง
คุณ Abe ได้มอบความหวัง โอกาส และการเริ่มต้นใหม่ไว้ให้คนญี่ปุ่น

อ่านต่อ


เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา  

สรุปรายงานการประชุม Fed เดือนมิถุนายนแบบละเอียดยิบ

การประชุม Fed เดือนมิถุนายน 2565 เป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดย Fed ส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.50-0.75% ในการประชุมรอบเดือนกรกฎาคมนี้ 

สำหรับรายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการประชุมในครั้งนี้ เราได้สรุปมาให้กับคุณแล้ว โดยเนื้อหาสำคัญมีดังนี้ 

  • คณะกรรมการ FOMC ระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ย 0.75% เป็นสิ่งจำเป็น
  • การขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ครั้งก่อน มีแนวโน้มว่าเกิดจากการเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย
  • Fed ยืนยันว่า “การปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องจะทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3.4% ภายในสิ้นปี 2565”
  • สมาชิกเห็นตรงกันว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งพอสำหรับนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น และยังมีมุมมองที่ดีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระยะยาว
  • คณะกรรมการ FOMC ยอมรับว่านโยบายการเงินที่เข้มงวดอาจชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตอบรับรายงานการประชุมเดือนมิถุนายนของ Fed ส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นว่า Fed จะควบคุมเงินเฟ้อได้ และมีความเข้าใจถึงการปรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพื่อรับมือเงินเฟ้อด้วย

แต่เมื่อเกิดการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยแล้ว ย่อมเกิดข้อสงสัยขึ้นได้ว่าเมื่อไรที่ Fed จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกครั้ง โดยสัญญาณในตลาดตราสารอนุพันธ์บ่งชี้ว่า Fed จะลดอัตราดอกเบี้ยเร็วที่สุดช่วงกลางปี 2566 แต่ยังต้องติดตามดูกันต่อไป

โพล Deutsche Bank ชี้ S&P500 มีโอกาสแตะ 3,300 จุด

ถึงแม้ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวขึ้น แต่ในภาพรวมยังเป็นการขยับขึ้นเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับการปรับตัวลงในช่วงก่อนหน้านี้ และในระยะยาว ความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอยังมีอยู่และเป็นไปได้ว่าจะสูงขึ้นกว่าเดิมในอนาคต

ล่าสุด โพลสำรวจนักลงทุนของ Deutsche Bank มองว่า S&P500 มีโอกาสลงมาแตะ 3,300 จุด (ในตอนนี้ดัชนี S&P500 อยู่ที่ระดับประมาณ 3,900 จุด) 

Jason Trennert นักกลยุทธ์ของ Strategas Securities กล่าวว่า “เมื่อดูข้อมูลทางสถิติแล้ว คงเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าในตอนนี้คือจุดต่ำสุดของตลาดหุ้น”

นอกจากผลสำรวจจะบอกว่าดัชนี S&P500 มีโอกาสปรับตัวลงต่อแล้ว ยังบอกอีกด้วยว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะมาเยือนสหรัฐฯ ในปี 2565 – 2566 นี้แน่นอน

เมื่อตลาดปรับตัวลดลง ไม่มีใครคาดการณ์ได้อย่างแน่ชัดว่าในช่วงเวลาไหนคือจุดต่ำสุด หากคุณต้องการให้พอร์ตลงทุนแข็งแกร่ง การใช้กลยุทธ์ DCA จะช่วยให้คุณสบายใจมากขึ้น และเป็นการถัวเฉลี่ยต้นทุนให้คุณไปในตัวอีกด้วย


ลงทุนอะไร ให้กำไร 60 เด้ง 

เมื่อเปรียบเทียบสินทรัพย์ที่คนลงทุนเยอะที่สุด ได้แก่ หุ้น พันธบัตร เงินฝาก และทองคำ สินทรัพย์ที่ได้ผลตอบแทนมากที่สุดคือ หุ้น แต่การลงทุนไม่ได้ง่ายอย่างนั้น คุณต้องเริ่มต้นอย่างไร ต้องเจออะไรบ้าง และต้องทำอย่างไร ถึงได้กำไร 60 เด้ง 

รับชมเพิ่มเติม 


เศรษฐกิจจีน

จับตา! สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกภาษีสินค้าจีน 

จีนและสหรัฐฯ เตรียมถกประเด็นทางเศรษฐกิจร่วมกัน โดยเฉพาะปัญหาห่วงโซ่อุปทาน และมีความเป็นไปได้สูงว่าประธานาธิบดี Joe Biden จะสั่งให้เตรียมการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อในสหรัฐฯ

รองนายกฯ จีน Liu He ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ Janet Yellen โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่ มาตรการคว่ำบาตรและการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อจีน ซึ่งเป็นประเด็นที่ทางการจีนกังวลและให้ความสำคัญมาก

ในการหารือระหว่าง Liu และ Yallen ได้มีการพูดคุยกันหลายเรื่อง โดยสามารถสรุปเนื้อหาการประชุมออกมาได้ดังนี้

  • ฝั่งจีน รายงานว่าการหารือครั้งนี้เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจและการรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยทั้งจีนและสหรัฐฯ มีความเห็นตรงกันว่าเป็นเรื่องสำคัญ และควรทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ รวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลกด้วย 
  • ฝั่งสหรัฐฯ รายงานว่าการหารือครั้งนี้เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่ได้มีการรายงานเกี่ยวกับประเด็นยกเลิกภาษีหรือการคว่ำบาตร และได้พูดถึงแนวปฏิบัติทางเศรษฐกิจของจีนที่ไม่ตรงกับแนวทางของสหรัฐฯ ด้วย

สำหรับประเด็นการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจีน มีรายงานว่าประธานาธิบดี Biden ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย แต่หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นก้าวสำคัญสำหรับการร่วมมือกันของสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลก

เศรษฐกิจจีนแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา และแน่นอนว่าสหรัฐฯ ทราบในจุดนี้ดี การร่วมมือกันของมหาอำนาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไป แต่แนวโน้มของจีนในตอนนี้เริ่มกลับมาอยู่บนเส้นทางการเติบโตอีกครั้ง


หุ้นเทคโนโลยีจีน

หุ้นเทคจีนร่วง หลังโดนค่าปรับจากธุรกรรมในอดีต

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจีนร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยได้รับผลกระทบจากการเทขายของหุ้น Alibaba Group และ Tencent หลังจากที่ทั้งสองบริษัทได้รับโทษให้จ่ายค่าปรับตามกฎระเบียบสำหรับการทำธุรกรรมในอดีต

การร่วงหล่นของหุ้นบิ๊กเทคจีนส่งผลกระทบให้ดัชนี Hang Seng Tech ตกลงมา -3.7% และหุ้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดได้ปรับตัวลดลงคือ Alibaba Group ที่ปรับตัวลดลงถึง -6.36% ขณะที่ Tencent ก็ปรับตัวลดลง -3.29%

การปรับตัวลดลงของทั้งสองบริษัทบิ๊กเทคยักษ์ใหญ่เกิดขึ้นหลังจากที่หน่วยงานกำกับดูแลตลาดหุ้นจีน ได้แจ้งโทษปรับทั้งสองบริษัทเนื่องจากไม่ได้รายงานการซื้อขายธุรกิจในอดีตอย่างเหมาะสม 

นอกจากนี้ การปรับตัวลงดังกล่าวเกิดขึ้นจากความกังวลเรื่องการระบาดของ Covid-19 ในเซี่ยงไฮ้ ทำให้ประชาชนเกิดความกังวลเกี่ยวกับการล็อกดาวน์อีกครั้งตามมาตรการ Zero Covid ของรัฐบาลจีนนั่นเอง

แต่หากมองในมุมการลงทุนระยะยาว จะเห็นว่าการชำระค่าปรับของทั้งสองบริษัทยักษ์ใหญ่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต และในตอนนี้ราคาหุ้นของบริษัทก็อยู่ในช่วงที่น่าลงทุน จากการที่ตลาดหุ้นจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายแล้วเมื่อความกังวลคลายลงไป หุ้นจะปรับตัวกลับสู่มูลค่าที่เหมาะสมเอง


Than Money Trick

เงินเฟ้อสูง ทำอย่างไรให้อยู่รอด? โดย Than Money Trick 

ปัญหาหนักใจของทุกคนในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นปัญหาเงินเฟ้อสูงที่เป็นกันทั่วโลก 

ส่งผลกระทบต่อเงินในกระเป๋าของคุณอย่างแน่นอน 

คุณจะอยู่รอดได้อย่างไร Than Money Trick มีคำตอบมาให้แล้ว

อ่านต่อ 


รถยนต์ไฟฟ้า 

BYD โชว์เหนือ! ทำยอดขายแซงหน้า Tesla 

ยอดขายรถยนต์ EV ครึ่งปี 2565 ของ BYD ยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตรถ EV จากจีนแซงหน้า Tesla ขึ้นเป็นผู้ผลิต EV อันดับ 1 ของโลกเรียบร้อยแล้ว แต่เป็นการรวมยอดขาย EV ประเภท PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) และ BEV (Battery Electric Vehicle) เข้าด้วยกัน

สำหรับยอดขายรถยนต์ประเภท PHEV และ BEV ทั้งหมดของ BYD ในครึ่งปีแรกของปี 2565 อยู่ที่ 641,350 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 314% จากครึ่งปีแรกของปี 2564 ขณะที่ยอดขายรถ EV ของ Tesla ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประเภท BEV ทั้งหมดจะอยู่ที่ 564,000 คันในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565

แม้ยอดขายประเภท BEV ของ BYD จะยังตามหลัง Tesla อยู่มาก แต่นี่เป็นสัญญาณที่น่าประทับใจ และตอกย้ำความแข็งแกร่งของจีนในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของโลก รวมถึงนโยบายสนับสนุนการใช้รถยนต์ EV ของรัฐบาลจีน

จีนมีความได้เปรียบในเรื่องต้นทุนการผลิตจากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) สำหรับทั้ง EV แบตเตอรี พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำกว่าประเทศอื่น และมีโอกาสสูงที่จีนจะมีส่วนแบ่งในอุตสาหกรรม EV เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นผู้นำตลาดโลกในอนาคต

ธีมพลังงานสะอาดจีน (KGRN) ปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 16% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา และเป็นหุ้นกลุ่มที่ช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นจีนฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง เป็นไปได้สูงว่าเป้าหมาย GDP เติบโต 5.5% ในปีนี้ของจีนอาจจะมีอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ


Ray Dalio

การล่มสลายครั้งสำคัญในชีวิตของ Ray Dalio  – Episode 08 

Passive Way Story 8 เรื่องเล่าจาก Wall Street ลงทุนไม่พัง ต้องฟังทางนี้ Episode 08 – การล่มสลายครั้งสำคัญในชีวิตของ Ray Dalio หนทางที่ยิ่งใหญ่ย่อมไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เส้นทางของเขาจะเป็นอย่างไร ติดตามได้แล้วที่นี่ 

กด Subscribe พอดคาสช่องทางต่างๆ 

ฟังพอดคาสต์จาก Youtube 


เซมิคอนดักเตอร์ 

เงินเฟ้อไต้หวันพุ่งสูงสุดใน 14 ปี กระทบธีมเซมิคอนดักเตอร์ 

Bloomberg รายงานว่าเงินเฟ้อของไต้หวันพุ่งสูงสุดในรอบ 14 ปี สร้างแรงกดดันให้ทางการไต้หวันต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยระมัดระวังไม่ให้กระทบกับเศรษฐกิจในท้องถิ่น

ดัชนีราคาผู้บริโภค (Consumer Price Index) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิน 3% เป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดย Meng Chye Phoo นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคาร Standard Chartered Plc ในไต้หวันกล่าวว่า “ธนาคารกลางไต้หวันจะต้องสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับเงินเฟ้อ”

ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมก็ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นเช่นกัน โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index) ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาสูงขึ้นถึง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) ก็ได้รับผลกระทบด้วยเนื่องจากค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตชิปสูงขึ้นตามไปด้วย ขณะที่ภาวะขาดแคลนชิปทั่วโลกยังมีอยู่และ TSMC ยังต้องเพิ่มกำลังการผลิตชิปอย่างต่อเนื่อง

สหรัฐฯ ห้ามขายเครื่องผลิตขายชิปให้จีน แต่กลับทำให้จีนแกร่งขึ้น

ทางการสหรัฐฯ ร้องขอให้บริษัทผู้พัฒนาเครื่องผลิตชิปรายใหญ่อย่าง ASML งดส่งเครื่องผลิตชิปให้จีน โดยคาดว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของจีนจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก

แต่กลับกัน หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ในจีนกลับมีราคาพุ่งสวนกระแส เนื่องจากมาตรการของสหรัฐฯ เป็นตัวกระตุ้นให้จีนเร่งพัฒนาทั้งเครื่องผลิตชิปและตัวชิปที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นด้วย 

นอกจากนี้ การแทรกแซงของสหรัฐฯ ทำให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จีนจัดซื้อสินค้าในประเทศมากขึ้น ส่งผลดีต่อราคาหุ้นของบริษัทในห่วงโซ่อุปทานการผลิตชิป โดยราคาหุ้นของ Advanced Micro-Fabrication Equipment และ NAURA Technology Group ปรับตัวขึ้นมากกว่า 10% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับราคาหุ้นของ Piotech และ Kingsemi

Shi Junbo ผู้จัดการกองทุนจาก Hangzhou XiYan Asset Management กล่าวว่า ‘ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จีน คือการพยายามใช้เครื่องผลิตชิปและเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศมากขึ้น’

จีนมีความสามารถในการ Re-Engineering สูง หรือที่ทั้งโลกค่อนขอดกันว่า ‘Copy and Development’ ยิ่งสหรัฐฯ กดดันและแทรกแซงมากเท่าไหร่ บริษัทจีนยิ่งต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ก้าวล้ำมากยิ่งขึ้นเท่านั้น


นี่คือ 7 ข่าวสารที่น่าสนใจจากทั่วโลก ที่เรารวบรวมมาให้ใน Jitta Wealth Journal

ตลาดหุ้นจีนฟื้นตัวมาแบบเงียบๆ พร้อมกับอีกหลายอุตสาหกรรมในจีนที่มีพัฒนาการโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ EV หรือพลังงานสะอาดจีน

เราเชื่อว่าในช่วงที่ผ่านมา หลายคนถือเงินสดและพยายาม ‘จับจังหวะ’ ช้อนหุ้นจีน แต่รู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้ว เพราะตลาดหุ้นจีนฟื้นตัวขึ้นมามากกว่า 15% แล้ว

เป็นอีกสถานการณ์ที่นักลงทุนต้องเคยประสบกันมาบ้าง นั่นคือการ ‘ตกรถ’ ไม่ทันได้ซื้อหุ้นตอนที่เริ่มฟื้นตัว ถือเป็นบทเรียนอีกครั้งว่าถ้าคุณเจอสินทรัพย์ที่มี ‘พื้นฐานดี ราคาเหมาะสม’ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรือกองทุนอะไรก็ตาม ก็ควรจะลงทุนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ แล้วผลตอบแทนจะมาหาคุณเอง

เพราะการไม่ได้ลงทุนตอนที่ตลาดหุ้นเริ่มฟื้นตัวหลายๆ ครั้งเข้า ในระยะยาวจะทำให้คุณเสียผลตอบแทนไปมหาศาลอย่างน่าเสียดาย

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ขอให้คุณรักษาสุขภาพกายและใจให้แข็งแรง

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – เวียดนามโชว์ของ GDP ครึ่งปีแรกโต 6.4%

Jitta Wealth Journal – จีนเร่งสปีดพิชิตเป้า GDP โต 5.5%

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2022 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด