สรุปไฮไลต์ Investor Exclusive ประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2564 จาก Jitta Wealth

5 กรกฎาคม 2564EventsInvestor ExclusiveJitta Wealth

Investor Exclusive คือ Webinar ที่จัดขึ้นประจำทุกไตรมาส สำหรับนักลงทุนที่เป็นลูกค้าของ Jitta Wealth โดยเฉพาะ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนได้มีโอกาสพูดคุย และตั้งคำถามกับคุณตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO ในบรรยากาศเป็นกันเอง

สำหรับ Investor Exclusive ประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ได้จัดขึ้นผ่าน Zoom ในวันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทีมงาน Jitta Wealth ได้สรุปคำถามและคำตอบจากนักลงทุนมาให้แล้ว 

ดูวิดีโอย้อนหลัง

สรุปคำถามและคำตอบจาก Webinar

Q: หากมีการลงทุนหลายพอร์ตใน Jitta Wealth จำเป็นต้องปรับพอร์ตลงทุนให้มูลค่าเท่าๆ กันทุกพอร์ต หรือปล่อยให้เงินลงทุนยาวๆ ดี (นาทีที่ 00:51:08)

การปรับมูลค่าในแต่ละพอร์ตให้เท่าๆ กัน ทำได้ เป็นการลงทุนที่ดี แต่ในทางปฏิบัติยังทำไม่ได้ เพราะอาจจะเสียค่าธรรมเนียมขาย อัตราแลกเปลี่ยน แล้วมาลงทุนในพอร์ตอื่นๆ หากเราทำเอง อาจจะทำได้ไม่แม่นยำ ทางที่ดีตอนนี้ ปล่อยให้เงินทำงาน แล้วเพิ่มทุนอย่างสม่ำเสมอ ในอนาคต ถ้า Jitta Wealth มีระบบปรับพอร์ตลงทุนอัตโนมัติระหว่างพอร์ตได้ จะนำเสนอเพื่อตอบโจทย์นักลงทุน

Q: ช่วงเวลาเข้าลงทุน Jitta Ranking จีนอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เหมาะสมหรือไม่ (นาทีที่ 00:54:30)

หากเป็นการลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นจีน ช่วงเวลานี้ดูดีมากๆ หากยังไม่มั่นใจว่า ลงทุนแล้วตลาดหุ้นจะเป็นอย่างไร ให้แบ่งเงินลงทุนเป็นก้อน แล้วทยอยเพิ่มทุนเข้ามา ส่วนกรณีที่หุ้นจีนบางตัวมีราคาปรับฐาน คาดว่า ครึ่งปีหลังน่าจะฟื้นตัวได้ และปีหน้าอาจจะเป็นขาขึ้น 

Q: หากสนใจ Jitta Ranking จีน สามารถทยอยลงทุนแบ่งเงิน 3 ก้อนดีไหม (นาทีที่ 00:56:25)

เป็นกลยุทธ์ที่ดี ทำเพื่อคุมความเสี่ยงในอนาคตที่คาดการณ์ไม่ได้ และเป็นการเฉลี่ยต้นทุนในพอร์ต ในทางกลับกัน เมื่อไม่สามารถคาดเดาตลาดได้ หากลงทุนไปแล้ว ราคาหุ้นมีโอกาสขึ้นและลงได้ นักลงทุนต้องตัดสินใจให้ดี ก่อนวางแผนลงทุน 

Q: มีความเสี่ยงเฉพาะตัวของตลาดหุ้นจีนไหม (นาทีที่ 00:58:27)

ความเสี่ยงเฉพาะตัวอยู่ที่รัฐบาลจีนและการขับเคลื่อนโยบายประเทศ เป็นได้ทั้งผลกระทบเชิงบวกและลบ เช่น หากมีการชะลอการเติบโตอสังหา สั่งเบรกหรือคุมการปล่อยสินเชื่อ มีผลต่อราคาหุ้น แม้แต่นโยบายสนับสนุนการลงทุน ก็เป็นโอกาสการเติบโต ราคาหุ้นสูงขึ้น 

รัฐบาลจีนเป็นคอมมิวนิสต์ สิ่งที่ทำเพื่อปากท้องประชาชนและปกป้องประชาชนเป็นหลัก ถ้าประชาชนมีความสุข กินดีอยู่ดี ไม่ต่อต้านผู้นำประเทศ มองในจุดนี้ก็เป็นข้อดีของรัฐบาลจีน

Q: ตลาดหุ้นจีน มีรัฐบาลแทรกแซง นักลงทุนรายย่อยเข้าไม่ลงทุน มีโอกาสที่ตลาดจะไม่โตหรือไม่ (นาทีที่ 01:01:40)

อาจจะต้องแยกกันระหว่างระบอบการปกครองกับระบบเศรษฐกิจ ปัจจุบันรัฐบาลจีนเรียนรู้มาเยอะ ทุนนิยมก็ทำให้ประชาชนกินดีอยู่ดี ระบบเศรษฐกิจของเขาอาจจะไม่เท่าสหรัฐฯ รัฐบาลจีนยังเข้ามาแทรกแซงได้ เพราะยังต้องดูแลปากท้องประชาชน ต้องตรวจสอบอะไรที่ส่งผลเสียต่อประชาชน 

ในอนาคต จีนก็ไม่เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ให้ประชาชนกินดีอยู่ดี มีรายได้เพิ่มขึ้น สุดท้ายเงินต้องหมุนเวียนเข้าตลาดหุ้น ปัจจุบันเวียดนามเองก็ตามรอยแบบจีน

Q: การลงทุนตลาดหุ้นจีน มีความเสี่ยงลงทุนหากรัฐบาลจำกัดการนำเงินเข้า-ออกประเทศหรือไม่ (นาทีที่ 01:07:48)

เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่คาดว่าจะเป็นการแทรกแซงชั่วคราวมากกว่า ปัจจุบันรัฐบาลจีนก็อยากให้มีการลงทุนผ่านตลาดหุ้นฮ่องกง อยากให้บริษัทมาจดทะเบียนซื้อขายในฮ่องกงมากกว่าไปอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หากต้องการบริหารความเสี่ยง อย่าใช้เงินทั้งหมดลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ให้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง และเก็บลงทุนหุ้นไทย หรือเป็นเงินสดสำรองฉุกเฉิน

Q: ความเสี่ยงหากสูญเสียเงินต้น รัฐบาลจีนห้ามซื้อขายหุ้น ถ้ามีจริง Jitta Wealth มีแนวทางแก้ไขยังไง (นาทีที่ 01:10:58)

Jitta Ranking จีน จะลงทุนซื้อหุ้น 6-20 ตัว เป็นการกระจายความเสี่ยงอยู่แล้ว พอร์ตจะไม่เสียหาย หากมีคำสั่งห้ามซื้อขายในประเทศ ก็มีความเป็นไปได้ เกิดได้ทุกๆ รัฐบาล ขนาดสหรัฐฯ ยังแบนหุ้นจีน แต่โอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนควรยอมรับได้ ถ้าต้องลงทุนหุ้นต่างประเทศ ส่วนตัวมองว่า รัฐบาลจะไม่แทรกแซงอะไรโดนไม่จำเป็น เพราะตลาดหุ้นเป็นเครื่องสะท้อนความมั่งคั่งของประเทศ

Q: Jitta Wealth มีธีมเทคโนโลยีจีน ตลาดหุ้นจีน และพลังงานสะอาดจีน การลงทุนซ้ำกันหรือไม่ (นาทีที่ 01:16:55)

บางธีมอาจจะซ้ำกัน เช่น เทคโนโลยีจีนกับตลาดหุ้นจีน เพราะอาจจะลงทุนหุ้นตัวใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นเทคโนโลยีเหมือนกัน ส่วนพลังงานสะอาดจีนไม่ซ้ำซ้อนกัน 

สำหรับ Jitta Ranking จีนจะเป็นการอีกแบบหนึ่ง หากปรับพอร์ต มีโอกาสที่หุ้นใดหุ้นหนึ่งในธีมจะเข้ามาอยู่ใน Jitta Ranking ได้ แต่โอกาสน้อย เพราะกระจายการลงทุนใน 6-20 หุ้น

Q: หากลงทุนธีมตลาดหุ้นจีน จะเปลี่ยนไปลงทุน Jitta Ranking ด้วย ควรเปลี่ยนธีมไหม (นาทีที่ 01:19:11)

เปลี่ยนได้ เพราะในระยะยาว Jitta Ranking เป็นหลักการเลือก ‘หุ้นดีราคาถูก’ ให้ผลตอบแทนดีกว่าดัชนี แต่แน่นอนว่า มีความผันผวนสูงกว่า ถือหุ้นจำนวนน้อยกว่า Thematic

Q: เลือก Jitta Ranking จีนหรือเวียดนามดี (นาทีที่ 01:20:53)

หากเป็นการลงทุนระยะยาว ส่วนตัวเลือกจีน เพราะตลาดหุ้นจีนมีผสมผสานหลายอุตสาหกรรม มีธุรกิจใหม่ๆ มีหุ้นเทคโนโลยี และประชากรเยอะกว่ามาก มีโอกาสโตได้เร็วกว่า ตลาดหุ้นถึงจุดอิ่มตัวช้ากว่า

ส่วนเวียดนามมีจุดเด่นที่เศรษฐกิจกำลังโตสูง เงินกำลังไหลเข้าไปลงทุนในประเทศ รวมถึงตลาดหุ้น จำนวนคนลงหุ้นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเวียดนามยังมีการเติบโตเศรษฐกิจแบบเดิมๆ มีอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม โอกาสที่ตลาดหุ้นอิ่มตัวก็จะเร็วกว่า

Q: โอกาสลงทุนในธีมหุ้นยุโรปหรือ Jitta Ranking ประเทศในยุโรปมีหรือไม่ (นาทีที่ 01:23:48)

มีความเป็นไปได้ แต่ตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้วอย่างในยุโรปหรือญี่ปุ่น เคยรุ่งเรืองในอดีต การสร้างผลตอบแทนสูงๆ ในปัจจุบันอาจจะยาก 

แต่หลักการคัดเลือก ‘หุ้นดีราคาถูก’ ของ Jitta Ranking ในระยะยาว ก็ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีตลาดหุ้นอยู่แล้ว ซึ่งมีบทพิสูจน์หลายประเทศ ดังนั้นถ้าหลักการถูกต้อง ก็ยังผลตอบแทนทำได้ดี แม้จะเป็นตลาดหุ้นที่อิ่มตัวแล้ว ก็ยังลงทุนได้ 

ส่วนธีมอื่นๆ Jitta Wealth มีการศึกษาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด ยานยนต์ไฟฟ้า อวกาศ เซมิคอนดักเตอร์ หรือ Internet of Thing ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและเลือกธีมที่เริ่มมีทิศทางเติบโต 

Q: Jitta Wealth มีความมั่นคงหรือไม่ มีการตรวจสอบเงินลงทุนในช่องทางอื่นๆ นอกจากแอปพลิเคชันหรืออีเมล์หรือไม่ (นาทีที่ 01:28:42)

Jitta Wealth ได้ใบอนุญาตเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งการันตีแล้วว่า จะดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์กองทุนส่วนบุคคลตามกฎหมายไทย 

หากนักลงทุนมั่นใจว่า Jitta Wealth นำเงินไปลงทุนจริงหรือไม่ สามารถตรวจสอบจากผู้รับฝากสินทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ 

นอกจากนี้การโอนเงินมาลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ทำตามมาตรฐานสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อเงินลงทุนโอนเข้ามา เป็นบัญชีเพื่อลูกค้า ถูกควบคุมให้โอนเงินไปยังผู้รับฝากสินทรัพย์ทันที เมื่อถอนเงินลงทุน Jitta Wealth มีหน้าที่โอนเงินกลับให้เจ้าของบัญชีกองทุนส่วนบุคคล 

Q: ธีมกัญชาราคายังติดลบอยู่ แนวโน้มในอนาคตจะเป็นยังไง (นาทีที่ 01:33:46)

ถ้าเชื่อมั่นว่า เทรนด์การปลดล็อกให้ใช้กัญชาได้อย่างถูกกฎหมายจะเกิดขึ้นทั่วโลก ธุรกิจก็ต้องเติบโตตาม แม้ว่า ราคา ETF อาจจะยังสะท้อนช้ากว่ากระแสข่าวเชิงบวก ช่วงนี้ให้พยายามเพิ่มทุนในพอร์ตที่ลงทุนธีมกัญชร เพื่อรอโอกาสเติบโต

การเปลี่ยนธีม เพียงเพราะราคา ETF ไม่ไปไหนหรือยังติดลบ อาจจะไม่ตอบโจทย์การลงทุน การเปลี่ยนธีมควรมาจากมุมมองที่ว่า ธีมอื่นๆ มีความน่าสนใจ หรือมีโอกาสเติบโตมากกว่า

Q: ธีมตลาดหุ้นเวียดนาม เมื่อเทียบ ETF อื่นๆ ในเวียดนาม ทำไมผลตอบแทนไม่เท่ากัน (นาทีที่ 01:39:29)

ต้องดูที่นโยบาย ETF ด้วย สำหรับธีมตลาดหุ้นเวียดนาม VNM จะลงทุนหุ้นต่างประเทศที่ลงทุนหรือมีรายได้หลักมาจากเวียดนาม บางช่วงก็ทำผลตอบแทนได้ดีกว่า บางช่วงก็ทำผลตอบแทนได้น้อยกว่า ต้องพิจารณาหุ้นที่ ETF ลงทุนด้วย 

Q: ลงทุน Thematic มาแล้ว พอร์ตติดลบหนักๆ ควรรอโอกาสหรือเปลี่ยนธีมดี (นาทีที่ 01:42:02)

อยากให้โฟกัสที่เหตุผลของการเลือกธีมมาก่อน เพราะเราควรเชื่อมั่นว่า ธีมที่เลือกมาจะมีโอกาสเติบโตในระยะ 3-5 ปี การเปลี่ยนธีม เพียงเพราะพอร์ตติดลบ อาจจะทำให้เสียโอกาสลงทุนได้ หากไม่อยากให้พอร์ตลงทุนติดลบมาก ควรจัดพอร์ต 4 ธีมให้ระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติทำงานให้ดีกว่า 

Q: ธีมเทคโนโลยีท่องเที่ยว ติดลบมานานมาก ควรลงทุนช่วงนี้หรือไม่ (นาทีที่ 01:47:15)

ถ้าตัดประเด็นเรื่อง Covid-19 ราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีท่องเที่ยว อาจจะโตได้ 10-20% การท่องเที่ยวเติบโตได้ตลอดเวลา โตตามเงินเฟ้อ ส่วนเทคโนโลยีท่องเที่ยวเป็นกลุ่มย่อย ที่มีศักยภาพโตสูง เริ่มครองส่วนแบ่งจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกมากขึ้น ภาวะช่วงนี้คือ กำลังฟื้นตัว เพราะรายได้หายไปเยอะ ในปีที่เกิด Covid-19 ติดลบ 70-80% ปีนี้จึงมีแต่ข่าวดีๆ แต่ละแพลตฟอร์มยอดจองสูงมาก

Q: มีความคิดเห็นต่อตลาดหุ้นอินเดียอย่างไร (นาทีที่ 01:52:21)

ตลาดหุ้นอินเดียมีความน่าสนใจมาก ถ้ามองย้อนหลัง 10  ปี เป็นม้ามืด เพราะเป็นประเทศเกิดใหม่ มีศักยภาพเติบโต มีอุตสาหกรรมใหม่ๆ มีสตาร์ตอัป แต่ยังมีเรื่องการเมืองและนโยบายรัฐบาลที่ยังไม่นิ่ง ถ้าเปรียบเทียบกับจีน ซึ่งการเมืองมีเสถียรภาพมากกว่า 

นอกจากนี้เกณฑ์การลงทุนหุ้นอินเดียจากต่างชาติ ยังมีความยุ่งยาก ทาง Jitta Wealth กำลังหาวิธีการมาสนับสนุนให้ออกไปลงทุนได้ในอนาคต

Q: ถ้าเชื่อมั่นในธีมเดียว ลงแค่ธีมนั้น แนะนำไหม

สามารถทำได้ในเชิงทฤษฎี แต่การลงทุน 1 ธีมใน 1 พอร์ต จะทำให้เสียประโยชน์จากการปรับพอร์ตอัตโนมัติของนโยบาย Thematic  เนื่องจากว่าการกระจายความเสี่ยงและการปรับพอร์ตอัตโนมัติจะเกิดขึ้นเมื่อมูลค่าสินทรัพย์ระหว่างธีมเปลี่ยนแปลงเกิน 5% ขึ้นไป เพื่อให้กลับมาอยู่ในสัดส่วนที่ตั้งไว้ หรือปรับสัดส่วนการลงทุนทุกๆ 1 ปี กรณีสัดส่วนเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 5% เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต

หากต้องการจะลงทุน 1 ธีมใน 1 พอร์ตจริงๆ แนะนำว่าควรติดตามพอร์ตดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงมาก

Q: ถ้าจีนเป็นผู้นำโลกแทนสหรัฐฯ แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ จะส่งผลกระทบกับพอร์ตหรือไม่

ผลกระทบที่มีต่อพอร์ตลงทุนอาจจะมีบ้าง แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าจะไปในทิศทางใด เนื่องจากค่าเงินเป็นเรื่องที่คาดการณ์ยาก มีปัจจัยหลากหลายอย่างที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงิน 

อย่างไรก็ตาม หากจีนขึ้นมาเป็นผู้นำโลกจริง จะทำให้หยวนมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น เพราะสัดส่วนในการเป็น Reserve Currency นั้นเพิ่มมากขึ้น มีชาติอื่นๆ ยอมรับและเอามาใช้ในการทำธุรกรรมมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าถ้าหยวนแข็งค่าขึ้นแล้ว ดอลลาร์สหรัฐจะเป็นอย่างไร ส่วนนี้ต้องดูนโยบายของสหรัฐฯ ประกอบด้วย แถมยังต้องเพิ่มปัจจัยของประเทศไทยเข้าไปอีก เพราะถ้าแลกเงินกลับเพื่อนำเงินลงทุนกลับไทย อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทกับดอลลาร์สหรัฐก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา 

แต่เราเชื่อว่า ถ้าลงทุนในระยะยาวแล้ว ความผันผวนของค่าเงินเมื่อเทียบกับผลกำไรที่ได้จากการลงทุนในหุ้นต่างประเทศไม่น่าจะเยอะมาก เช่น หากลงทุน 10 ปี กับ S&P500 TRI ณ สิ้นปี 2020 จะได้ผลตอบแทนต่อปีประมาณ 13.89% แต่ 10 ปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกันเงินบาทไทยแข็งค่าขึ้นประมาณ 0.48% ต่อปีเท่านั้น

Q: หากตลาดเกิดเงินเฟ้อการลงทุนในหุ้นจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง ลงทุนอย่างไรในภาวะเงินเฟ้อ

หากเงินเฟ้อมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น จะมีผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เพราะเงินเฟ้อที่ขยับขึ้น ทำให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงปรับลดลง ในระยะสั้นอาจจะทำให้สินทรัพย์ที่มีความผันผวนที่สูงมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงจนทำให้ขาดทุนได้ แต่จากอดีตที่ผ่านมา หุ้นได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า เป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด และสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ในระยะยาว ถ้าเป็นนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงในระยะสั้นได้ และตั้งใจจะลงทุนระยะยาวอยู่แล้ว ก็สามารถลงทุนในหุ้นต่อไปได้


อ่านสรุป Webinar กับ CEO ย้อนหลัง

สรุปรายละเอียด 2 ธีมใหม่ นโยบาย Jitta Ranking จีน และ Q&A กับ Jitta Wealth เดือนมิถุนายน 2564

สรุปคำถาม-ตอบ Exclusive Q&A with CEO จาก Jitta Wealth เดือนพฤษภาคม 2564

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2021 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด