สรุป Live: สายเขียวต้องมา กัญชาต้องมี

25 กุมภาพันธ์ 2564 ● Recap Live Thematic Cannabis
ไฮไลท์
  1. กระทรวงสาธารณสุขปลดล็อกกัญชาและกัญชงออกจากบัญชียาเสพติดของไทย ประกอบกับหลายๆ ธุรกิจนำอาหาร ขนม และเครื่องดื่มผสมกัญชาออกมาจำหน่าย นับว่าแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญ เพราะใครๆ ก็อยากลองชิมเมนูเหล่านี้
  2. ผลิตภัณฑ์ที่มาจากกัญชา มีความต้องการในตลาดอยู่แล้ว เหมือนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ดังนั้นตลาดกัญชามีแนวโน้มที่จะขยายตัวในอนาคต หลังจากนี้จะมีสินค้าที่มีกัญชาเป็นส่วนผสมออกมาอีกมาก
  3. อุตสาหกรรมกัญชาของไทยยังอยู่ในขั้น Early Stage ปลกล็อกแต่ไม่ทั้งหมด มีการควบคุมและออกใบอนุญาตจากภาครัฐ ดังนั้นต้องทำทุกขั้นตอนให้ถูกต้อง ส่วนธุรกิจกัญชาในต่างประเทศอยู่ในขั้น Certain Stage มีกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ การลงทุนในหุ้นบริษัทเหล่านี้ จึงมีโอกาสเติบโตในอนาคต
  4. การลงทุนใน ETF ‘หุ้นกัญชา’ เป็นอีกทางเลือกที่มีความเสี่ยงน้อยลง เพราะกระจายการลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจกัญชาทั้งหมด ถ้าอุตสาหกรรมเติบโต บริษัทจะมีผลประกอบการดีตามไปด้วย ซึ่งเม็ดเงินมักจะไหลเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าอยู่แล้ว
ดู Live ย้อนหลัง
สรุปเนื้อหา Live

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เรายังเกาะกระแส ‘ธุรกิจกัญชา’ ได้จัด Live ผ่าน Facebook Jitta Wealth ในหัวข้อ ‘สายเขียวต้องมา กัญชาต้องมี’ ที่จะมาพูดถึงอุตสาหกรรมกัญชาและกัญชงของไทย หลังจากที่ได้ปลดล็อกออกจากบัญชียาเสพติด มีผลตามกฎหมายไปแล้ว

Live นี้ เราได้รับเกียรติจาก คุณกอล์ฟ มารุต ชุ่มขุนทด CEO และ Co-founder ของ Class Cafe' สตาร์ตอัปด้าน Innovative Food ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาสำเร็จเป็นเจ้าแรกของไทย

และที่ขาดไม่ได้คือ คุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO และ Co-founder บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด สตาร์ตอัปด้าน Wealth Tech ที่บริหารกองทุนส่วนบุคคล ที่เดียวในไทย ที่พาคุณไปลงทุน ‘หุ้นกัญชา’ ทั่วโลก

กัญชาไทย...แรงกระเพื่อมลูกใหญ่

คุณกอล์ฟ บอกว่า Class Cafe' เริ่มมาจากการเป็นสตาร์ตอัป นำงานวิจัยนวัตกรรมด้านอาหารและ มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ขายหน้าร้าน โดยนำเทคโนโลยี Cloud Computing มาใช้การพัฒนาแอปพลิเคชันสั่งอาหารผ่าน ก่อนจะไปนั่งทานที่ร้านหรือรับกลับ รวมทั้งใช้ระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) มาช่วยการวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรโดยรวม เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ได้อย่างสูงสุด

ปัจจุบัน Class Cafe' กระจายไปแล้ว 21 สาขาทั่วประเทศ ติดไปกับที่ตั้งของมหาวิทยาลัยและแหล่งชุมชน เพราะเจาะไปกับกลุ่ม Digital Nomad (กลุ่มคนที่ชีวิตผูกติดอยู่กับโลกออนไลน์และอุปกรณ์ดิจิทัล)

“เราค้นพบว่า สถาบันการศึกษาไทย มีงานวิจัยด้านอาหารและเกษตรสนับสนุนเยอะมาก เพราะไทยเป็นกระเพาะของโลก ดังนั้นมีทุนวิจัยให้สาขาเหล่านี้มหาศาล จึงเป็นที่มาของการพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชาของ Class Cafe' ในเวลาต่อมา”

คุณกอล์ฟบอกว่า กัญชาและกัญชงไทยเป็นพืชที่มีมาตั้งแต่โบราณ ก่อนที่เราจะเอาเข้าบัญชียาเสพติด ทั้งๆ ที่พื้นที่เพาะปลูกในไทยสามารถพัฒนาสายพันธุ์กัญชาและกัญชงได้ มีสภาพอากาศเหมาะสม มีสายพันธุ์ที่ดีอย่างหางกระรอกและฝอยทองภูผายล

ยิ่งงานวิจัยของมหาวิทยาลัยไทย มีวิจัยด้านกัญชาและกัญชงเยอะมาก Class Cafe' จึงต่อยอดจากงานวิจัย นำมาใช้พัฒนาเมนูอาหารและเครื่องดื่มจากกัญชาและกัญชงได้เลย

“Class Cafe' ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเทรโนโลยีสุรนารี ภายใต้ชื่อ Khaoyai Calm เราสามารถพัฒนา แฮมเบอร์เกอร์ เจลลี่ กาแฟที่มีส่วนผสมจากใบกัญชา”

พอกระทรวงสาธารณสุขปลดล็อกให้พืชทั้ง 2 ประเภทออกจากบัญชียาเสพติดของไทย คุณกอล์ฟบอกว่า มันเป็นแรงกระเพื่อมลูกใหญ่ เพราะใครๆ ก็อยากลองชิมเมนูมีกัญชาเป็นส่วนผสม

“Khaoyai Calm เปิดที่โคราช เกิดกระแส Viral แรงว่า คนโคราชได้ลองกัญชาหรือยัง ดีมานด์มันอั้นมาอยู่แล้ว ดังนั้นตลาดเหล้าไทยใหญ่ เชื่อว่า ตลาดกัญชาก็น่าจะใหญ่ไม่แพ้กัน”

จะขายกัญชา ต้องมีใบอนุญาต

คุณกอล์ฟบอกว่า ถึงจะปลดล็อกให้ออกจากบัญชียาเสพติด สามารถนำมาใช้ได้ แต่ไม่สามารถนำทุกส่วนของต้นกัญชาและกัญชงมาใช้ได้หมด และทุกกระบวนการ หากใครที่จะเข้าสู่ธุรกิจผลิตและขายสินค้าที่มาจากกัญชาและกัญชง ก็ต้องได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

กัญชาเพิ่งเริ่มปลดล็อกให้ถูกกฎหมาย ดังนั้นการวิจัย ปลูก เก็บเกี่ยว ผลิต และผสมในอาหารและเครื่องดื่ม ล้วนต้องขอใบอนุญาตจากอย. ยังมีการควบคุมจนกว่าจะออกสู่ตลาดได้

“จะทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกัญชา ต้องมีความรู้ เพราะบริโภคเกินขนาดไม่ได้ ดังนั้นผู้ให้บริการต้องควบคุมปริมาณสารสกัดจากกัญชาด้วย”

สารสกัดที่มาจากกัญชามี Tetrahydrocanabinol (THC) และ Cannabidiol (CBD) ซึ่งที่ต้องโฟกัสคือปริมาณ THC ที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Psychoactive)

“ปริมาณที่ Class Cafe' ระบุไว้ให้ลูกค้าคือ THC 0.2% และผู้ซื้อต้องมีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไป”

คุณกอล์ฟบอกว่า การนำกัญชาและกัญชงมาใช้ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มยังมีความอ่อนไหวอยู่มาก ทั้งในด้านกระบวนการทุกขั้นตอนต้องได้รับการตรวจสอบจากอย. การผลิตเป็นสินค้า Scale ที่ใหญ่ขึ้น ยังต้องได้รับมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice)

หากจะทำธุรกิจกัญชา จุดประสงค์ต้องชัดเจน เพราะตอนนี้อุตสาหกรรมยังอยู่ในช่วง Early Stage เพิ่งเริ่มต้น ยังมีข้อกำหนดกำเกณฑ์ที่ต้องปรับเปลี่ยนอีกมาก

“คาดว่า ในอนาคตไม่เกิน 6 เดือน หรือช่วงครึ่งปีหลัง สินค้าที่มาจากกัญชาจะออกมากขึ้น ตอนนี้ยังเป็นการปลดล็อกอย่างระมัดระวังจากทางภาครัฐ”

คุณกอล์ฟบอกว่า สำหรับตลาดกัญชาต่างประเทศ มันเป็น Certain Period แล้ว มีการตัดต่อสายพันธุ์กัญชามากมาย เพื่อให้ได้สัดส่วน THC ตามที่กำหนด ข้อจำกัดจะเยอะขึ้น ระหว่างจำนวนกัญชาเพศผู้เพศเมีย หากการผสมพันธุ์ที่ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ ก็ส่งผลทำให้ต้นกัญชามีจำนวนช่อดอกที่ต่างกัน

“คนทำฟาร์มต้องมีความรู้ อย่างของไทย ตอนนี้ต้องก่อตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน ขอใบอนุญาต ปลูกในพื้นที่กำหนด ต้องมีคอนแท็กกับโรงพยาบาล ขายส่วนไหนของกัญชา เช่น ใบหรือช่อดอก ถ้าขายแค่ใบ ช่อดอกที่ปลูกมา ก็ต้องทำลายทิ้งอย่างเป็นระบบด้วย”

สำหรับ ‘อุตสาหกรรมกัญชากัญชงของไทย’ เป็นขั้นทดลองหรือริเริ่มทำธุรกิจ เหมือนเป็น Sandbox มีข้อจำกัดเรื่องกฎเกณฑ์ที่ต้องทำตาม

กัญชาถูกกฎหมาย...ดันตลาดโต 10 เท่า

คุณเผ่าบอกว่า ตลาดกัญชาทั่วโลกทั้งถูกกฎหมายและตลาดมืด ในช่วง 2562-2564 มีมูลค่าประมาณ 150,000-200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีแค่ 10% เท่านั้นที่ถูกกฎหมาย มูลค่านี้คำนวณเฉพาะแปรรูปกัญชาเป็นออยล์และจุดสูบเท่านั้น คาดว่ายังมีโอกาสโตได้อีก 10 เท่าในอนาคต ถ้าทำให้ถูกกฎหมาย และกัญชาสามารถใช้ได้ในผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้

“ตอนนี้ดีมานด์ของคนถูกอั้นไว้ อย่างสหรัฐอเมริกา ไม่ได้ถูกกฎหมายทุกรัฐ อย่างโคโรลาโดถูกกฎหมาย รัฐรอบข้างไม่ถูกกฎหมาย หากจะซื้อก็ต้องเดินทางข้ามไปโคโรลาโด”

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมกัญชามีความอ่อนไหวกับกระแสข่าว พอรัฐบาลสหรัฐฯ จะทำให้ถูกกฎหมายทั้งประเทศ หุ้นกัญชาในสหรัฐฯ วิ่งขึ้นแรงขานรับข่าวทันที

ถ้ามองระยะยาว มันน่าสนใจมาก เพราะหลายบริษัทที่ผลิตบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สนใจขยายธุรกิจเข้าสู่ ‘อุตสาหกรรมกัญชา’ เช่น Altria Group ผู้ผลิตบุหรี่ Marlboro ลงทุนธุรกิจกัญชาในแคนาดา Constellation Brands ลงทุนในบริษัทกัญชา Canopy Growth เพราะ Chain ของธุรกิจมีความเกี่ยวข้องกัน ในอนาคตมูลค่าตลาดรวมจะเยอะมาก

อย่าง CBD ที่ใช้ผสมในอาหาร ส่วนใหญ่มาจากต้นกัญชง (Hemp) สหรัฐฯ เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2561 ส่วนต้นกัญชา (Marijuana) ที่มีสาร THC ได้สูงถึง 30% การนำมาใช้สันทนาการในสหรัฐฯ ยังถูกควบคุม

แต่การทำให้กัญชาถูกกฎหมายทั่วประเทศในสหรัฐฯ คือ โอกาสในการสร้างการจ้างงานและจัดเก็บภาษีแต่ละรัฐ อย่างโคโรลาโดสามารถสร้างงานใน ‘อุตสาหกรรมกัญชา’ ได้เป็นหมื่นตำแหน่ง เก็บภาษีช่วงปี 2557-2563 รวมๆ ได้ถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างรัฐใหญ่อย่างแคลิฟอร์เนีย เก็บภาษีจากการขายและบริโภคกัญชาได้ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่าตลาดกัญชาในสหรัฐฯ คาดว่า ในปี 2568 จะอยู่ราวๆ 25,000-30,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตลาดที่โตเร็วจะเป็นกัญชาเพื่อสันทนาการ ส่วนกัญชาเพื่อการแพทย์จะมีสัดส่วน 1 ใน 3 ของตลาดรวม อย่างสาร CBD ที่ไม่ได้มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ช่วยให้คลายเครียดและลดความเจ็บปวดสามารถนำมาใช้รักษาโรคซึมเศร้าได้

“แคนาดา ปลดล็อกกัญชาแล้ว สหรัฐฯ กำลังตามมา ยุโรปก็ให้ใช้ในทางการแพทย์ ต่างประเทศนำหน้าไทยไปได้ 2 ปีแล้ว”

“อย่าง Tilray ก็มีแหล่งปลูกกัญชาในโปรตุเกส เพราะต้นทุนถูก สภาพอากาศเหมาะสม ถ้าผ่าน GMP ก็สามารถส่งออกผลผลิตไปในอียูได้ทั้งหมด โดยใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้เลย หรืออย่าง Canopy Growth ผลิตยาจากกัญชาก็กำลังอยู่ในขั้นตอนทดลองทางคลินิก หรือ Cronos Group ก็เอาสารสกัดมาผสมในน้ำดื่ม”

คุณเผ่าบอกว่า อนาคตอุตสาหกรรมค้าปลีกจะได้ประโยชน์จากการใช้กัญชาถูกกฎหมาย เพราะสามารถนำสารสกัดจากใบหรือดอก มาผสมในอาหาร ขนม เครื่องดื่ม สกินเคร์ และเครื่องสำอาง รวมไปถึงสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยง

โอกาสลงทุนใน ‘หุ้นกัญชา’

Jitta Wealth เป็นสตาร์ตอัปด้าน Wealth Tech ได้เล็งเห็นศักยภาพของ ‘หุ้นกัญชา’ จึงได้เลือก ETF ที่ลงทุนในหุ้นกัญชา ETFMG Alternative Harvest ETF (MJ) เข้ามาในบริการกองทุนส่วนบุคคล Thematic ซึ่งมีให้เลือก 13 ธีม มาจัดพอร์ตลงทุนในสัดส่วนเท่าๆ กัน 1-5 ธีมต่อ 1 พอร์ต

พอร์ตลงทุนของ Thematic เงินลงทุนเริ่มต้น 100,000 บาท เพิ่มทุนครั้งละ 10,000 บาท สามารถเปิดบัญชีได้ผ่านแอปพลิเคชัน Jitta Wealth

คุณเผ่าบอกว่า รายได้ของ ‘หุ้นกัญชา’ ย้อนหลัง 3 ปี ที่ MJ เข้าไปลงทุน โตทบต้นสูงถึง 134.61% ส่วนผลตอบแทนย้อนหลัง YTD ของ MJ โต 62.79%

jittawealthlive_cannabis-13.png

jittawealthlive_cannabis-12.png

“มีช่วงหนึ่งที่หุ้นกัญชาเกิดฟองสบู่ ประมาณ 2561 เพื่อนักลงทุนคาดหวังการปลดล็อกทางกฎหมายราคาหุ้นจึงพุ่งสูงมาก ขณะที่ธุรกิจเพิ่งเริ่มลงทุน ใช้เงินมหาศาล ผลประกอบการช่วงนั้นยังไม่มีกำไร ส่งผลให้ราคาหุ้นช่วงปี 2562-2563 ร่วงมา 60-70%”

“แต่ตอนนี้สถานการณ์ธุรกิจเริ่มกลับมา และคาดว่าจะทำกำไรได้ในอนาคต ตลาดเริ่มโต น่าจะเป็นช่วงเวลาทองของอุตสาหกรรมกัญชา เราจึงมีธีมกัญชา เพื่อที่จะเกาะโอกาสการเติบโตในอนาคต

คุณเผ่าบอกว่า MJ เป็น ETF แรกของโลกที่ลงทุนใน 30-40 บริษัทในอุตสาหกรรมกัญชา หากจะเข้าไปลงทุนหุ้นรายตัว ยังมีความเสี่ยงสูง การลงทุนทั้งอุตสาหกรรม มีความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะไม่ต้องคาดการณ์ว่า หุ้นไหนจะโต เพราะถ้าภาพรวมอุตสาหกรรมโต ก็ยังจะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุน

จัดพอร์ตลงทุนตามธีมธุรกิจ ลงทุนใน ETF สามารถกระจายความเสี่ยงได้ เพราะบางช่วงเวลาธุรกิจนี้โต แต่ธุรกิจนั้นไม่โต พอพอร์ตลงทุนเฉลี่ยๆ ไม่เทไปในธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง ความผันผวนก็น้อยลง ผลตอบแทนไม่เหวี่ยงมาก

นี่คือภาพของ ‘ธุรกิจกัญชา’ ที่เรานำเสนอโอกาสของธุรกิจในไทย หลังจากกัญชาและกัญชงถูกปลดออกจากบัญชียาเสพติด นับเป็นชาติแรกในอาเซียน

คุณจะได้เห็นภาพกระแสกัญชาในไทย ผ่านการผสมในอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม และโอกาสการลงทุนใน ‘หุ้นกัญชาทั่วโลก’ ผ่าน ETF อย่าง MJ

สำหรับกองทุนส่วนบุคคล Thematic สนใจจัดพอร์ตลงทุนธีมกัญชาและธีมอื่นๆ ได้ที่ https://jittawealth.com/thematic

Disclaimer: ผลตอบแทนในอดีต ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านบทความธีมกัญชาที่เกี่ยวข้อง

เจาะลึก ETF ‘หุ้นกัญชา’ ทั่วโลก
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด