Jitta Wealth Journal - หุ้นเวียดนามดิ่ง ลงทุนต่อหรือพอแค่นี้?

18 ตุลาคม 2565Jitta Wealth JournalUncategorized

เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลง 3 เดือนติด แต่ Fed ยังเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ

Jitta Wealth Journal ปีที่ 2 ฉบับที่ 99 ประจำวันที่ 18 ตุลาคม 2565 

ตลาดหุ้นเวียดนามร่วงหนักจากปมคดีทุจริตและดอกเบี้ยเงินฝากที่สูง ส่วนนักวิเคราะห์ Wall Street มองว่าจีนจะผ่อนคลายนโยบายมากขึ้นหลังการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ IMF ชี้แบงค์ชาติญี่ปุ่นมาถูกทาง เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ส่วน Mark Zuckerberg แอบแซะ Apple ว่าเป็นคู่แข่งคนสำคัญของธุรกิจ Virtual Reality

ทีมงานย่อยข่าวเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกมาให้คุณแล้ว ไปติดตามกันได้เลย


ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นรายสัปดาห์

ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ

S&P 500 -1.55% DJIA +1.18% NASDAQ -3.11%

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวน หุ้นเทคโนโลยีตัวใหญ่อย่าง Nvidia และ AMD ปรับตัวลงจากมาตรการห้ามส่งออกชิปไปจีน ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อเริ่มลดลง ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปีสูงขึ้นต่อเนื่อง ดึงให้นักลงทุนสนใจสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

ดัชนีตลาดหุ้นเอเชีย

CSI 300 +0.99% TOPIX -0.45% VNI +2.50% SET -1.20%

ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนกันยายนเริ่มฟื้นตัว ขณะที่นักลงทุนเริ่มคลายกังวลต่อสถานการณ์ธนาคาร Saigon Commercial Bank หลังธนาคารกลางเวียดนามออกมาให้คำมั่น ในขณะที่ตลาดหุ้นอื่นผันผวนตามแรงกดดันจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ 

ข้อมูลจาก S&P Capital IQ ณ 16 ตุลาคม 2565


เศรษฐกิจเวียดนาม

ดร.นิเวศน์ชี้! เวียดนามคือโอกาสทอง

เริ่มเดือนตุลาคมเป็นต้นมา ดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามก็ปรับตัวลงกว่า -6.21% เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก ดึงให้คนนำเงินไปฝากเงินแทนที่จะลงทุนในตลาดหุ้น แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้พื้นฐานหุ้นในเวียดนามเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

นักลงทุน VI มือต้นๆ ของไทยอย่าง ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ได้ออกมาพูดถึงประเด็นตลาดหุ้นเวียดนามว่า ‘เป็นโอกาสลงทุนที่หาได้ยาก’ โดยบอกถึงเหตุผลสำคัญดังนี้

  • พื้นฐานเศรษฐกิจเวียดนามแข็งแกร่ง ตัวเลขทางเศรษฐกิจหลายตัวแสดงถึงแนวโน้มการเติบโตของเวียดนามอย่างชัดเจน
  • หุ้นเวียดนามมีราคาถูกมาก อัตราส่วน P/E Ratio (Price-to-earnings Ratio) ของตลาดหุ้นเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 10-12 เท่า เทียบกับค่า P/E Ratio ของตลาดหุ้นไทยที่ประมาณ 17 เท่า

ดร.นิเวศน์พูดถึงสิ่งที่กังวล คือ ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารเวียดนามปรับขึ้นสูง ซึ่งจะดึงนักลงทุนในตลาดหุ้นออกไปเรื่อยๆ ตามที่เราได้รายงานไปก่อนหน้านี้ แต่ถ้ามองถึงพื้นฐานของหุ้นเวียดนามถือว่ามีราคาที่เหมาะสมและคุณภาพดี ล่อตาล่อใจนักลงทุนสาย VI อย่างมาก

การลงทุนหุ้นเวียดนามตอนที่ราคาต่ำ ผลตอบแทนของคุณก็จะยิ่งทวีคูณเมื่อหุ้นเติบโตขึ้น เวียดนามยังน่าโอกาสลงทุน และการปรับตัวลงครั้งนี้นักวิเคราะห์หลายสำนักก็มองว่า ไม่ใช่วิกฤต แต่คือโอกาส หากคุณกล้าก็อาจคว้าโอกาสนี้มาครองไว้ได้

ธนาคารกลางเวียดนามให้คำมั่น คุ้มครองเงินฝากแน่นอน

ในเวียดนามได้เกิดคดีทุจริตการซื้อขายตราสารหนี้ของผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Van Thinh Phat Holdings Group และการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของกรรมการธนาคาร Saigon Commercial Bank สร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชนอย่างมาก 

และเรื่องนี้ได้ทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามปรับลงแรงด้วยเช่นกัน นอกเหนือไปจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในเวียดนาม แต่การแก้เกมของทางการเวียดนามในครั้งนี้ดูเหมือนจะมีการตอบรับที่ดี

ล่าสุด Nguyen Thi Hong ประธานธนาคารกลางเวียดนามได้ออกมาให้ความมั่นใจกับประชาชน ว่า “การฝากเงินในธนาคารต่างๆ รวมไปถึง Saigon Commercial Bank จะได้รับการคุ้มครองอย่างแน่นอน” เพื่อสร้างความมั่นใจและชะลอการแห่ถอนเงินของประชาชน

นอกจากนี้ CEO ของธนาคาร Saigon Commercial Bank ได้ออกมายืนยันกับประชาชนว่า “ธนาคารมีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ และเพียงพอต่อการจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยเมื่อเงินฝากครบกำหนดแน่นอน”

อย่างที่เราบอกไปว่าการปรับลงแรงของตลาดหุ้นเวียดนามครั้งนี้อาจเป็นโอกาสลงทุนที่ดีสำหรับคนที่สนใจจะลงทุนหุ้นเวียดนาม


Talk of the Town 

เรื่องเด่นประเด็นฮิตของชาว Jitta Wealth Official

🇻🇳 หุ้นเวียดนามดิ่ง ‘วิกฤติ’ หรือ ‘โอกาส’ มาฟังจากปาก ดร.นิเวศน์ กัน

🔎 รีวิวพอร์ต Thematic Optimize เงินลงทุนจริงของคุณ NamFinance

💪 วิธีเอาชนะวัฏจักรชีวิตแมงเม่า แนวคิดดีๆ จากคุณเชาว์ เฉลิมเดช ลีวงศ์เจริญ

มาร่วมพูดคุยกับเรา

(อย่าลืมตอบคำถามให้ครบ 3 ข้อเพื่อเข้าร่วมกลุ่ม)


เศรษฐกิจจีน

Wall Street คาดจีนผ่อนคลายมากขึ้นหลัง Xi ได้รับเลือกสมัยที่ 3

การประชุมพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เริ่มขึ้นในวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมาถูกจับตามองจากทั่วโลก และเป็นไปได้ว่านโยบายที่เข้มงวดของจีนจะเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นหลังจากนี้

นักวิเคราะห์ในสหรัฐฯ มองว่าหาก Xi Jinping ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 นี้ Xi อาจจะผ่อนคลายมาตรการ Zero Covid พร้อมทั้งเร่งแก้ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ และเน้นการเติบโตมากขึ้นดังนี้

  • Julia Raiskin จาก Citigroup มองว่าเศรษฐกิจจีนมีปัจจัยลบค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม  หากมีสัญญาณบวกหลังการประชุมใหญ่ ตลาดจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ทีมลงทุน Goldman Sachs มองบวกต่อเศรษฐกิจจีน และมองว่าหาก Xi สามารถรักษาตำแหน่งประธานาธิบดีในเทอมต่อไปได้ก็จะช่วยชะลอและแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาได้

การใช้มาตรการที่เข้มงวดของจีนเป็นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองก่อนการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ หาก Xi ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 3 จริง สถานการณ์ต่างๆ มีโอกาสดีขึ้น

กลับกันหากรัฐบาลยังดำเนินนโยบายเข้มงวดต่อไป เศรษฐกิจจีนจะก้าวเดินแบบทรงตัวเหมือนในปัจจุบัน และเป็นไปได้ว่านักลงทุนต่างชาติอาจจะมองหาฐานการผลิตใหม่ในต่างประเทศแทน

ธนาคารกลางจีนอัดฉีด 21,000 ล้านหยวนหลังหยุดยาว

เมื่อสัปดาห์ก่อนตลาดหุ้นจีนปิดทำการเนื่องในวันชาติจีน แต่หลังจากเปิดทำการ 3 วันแรก (8 – 10 ตุลาคม) ธนาคารกลางจีนก็เร่งอัดฉีดเพิ่มสภาพคล่องอีก 21,000 ล้านหยวน เพื่อสร้างเสถียรภาพทางให้ระบบการเงินจีน

และในสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนมีวงเงินซื้อคืนพันธบัตร (Reverse Repo) ที่ครบกำหนดอยู่อีก 357,000 ล้านหยวนที่สามารถอัดฉีดสภาพคล่องเพิ่มเติมได้ ซึ่งทาง Choice Data มองว่าธนาคารกลางจีนมีเครื่องมือที่ช่วยสร้างเสถียรภาพทางการเงินมากมาย และคาดว่าจะคงสภาพคล่องระดับสูง ส่งผลดีต่อราคาสินทรัพย์บางประเภท

การอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารจีนจะช่วยรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้ และจีนก็มีนโยบายควบคุมที่มีประสิทธิภาพเมื่ออัดฉีดมากเกินไปก็มีการดึงกลับอย่างเป็นระบบเพื่อไม่ให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูง ในตอนนี้จีนยังไม่ยอมแพ้พิชิตเป้า GDP +5.5% ในปีนี้ มาดูไปด้วยกันว่าจีนจะทำได้หรือไม่


ทำไมลงทุน Jitta Ranking 500,000 บาท ลงหุ้น 5 ตัว? 

ตอบคำถาม ไขข้อสงสัย ลงทุน 500,000 บาท ได้หุ้นกี่ตัว แล้วทำไมถึงต้องเริ่มต้นด้วย 5 ตัว Jitta Wealth มีเหตุผลอย่างไร 

คำตอบ


เศรษฐกิจญี่ปุ่น 

IMF ชี้แบงค์ชาติญี่ปุ่นมา ‘ถูกทาง’ แม้เงินเยนอ่อนยวบ 

Sanjaya Panth รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ให้สัมภาษณ์กับ Nikkei ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ควรดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป เพื่อบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ได้อย่างยั่งยืน แต่ก็เตือนว่าการแทรกแซงค่าเงินไม่น่าจะช่วยพยุงค่าเงินเยนได้อย่างยั่งยืน

เงินเฟ้อในญี่ปุ่นกำลังเพิ่มขึ้น แต่เป็นการเพิ่มขึ้นจากปัจจัยชั่วคราว เช่น ราคาพลังงาน แต่สิ่งที่จะช่วยให้เงินเฟ้อญี่ปุ่นสูงขึ้นอย่างยั่งยืน คือ ค่าแรงเพิ่มขึ้นมากแค่ไหนและส่งต่อไปยังเงินเฟ้อเท่าไร ดังนั้น เพื่อให้เงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและมั่นคง BOJ ควรผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป ซึ่ง IMF ก็สนับสนุนจุดยืนในปัจจุบัน 

เจ้าหน้าที่ IMF ยังกล่าวอีกว่า ญี่ปุ่นมีโอกาสเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐในระยะสั้น รวมทั้งสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ เช่น ราคาพลังงาน

Panth กล่าวเสริมว่า เงินเยนเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก การอ่อนค่าของเงินเยนเป็นเรื่องธรรมชาติ การแทรกแซงค่าเงินที่ผ่านมาถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างเล็ก และจะไม่ส่งผลกระทบระยะยาวต่อเยนมากนัก 


เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา 

เงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ประกาศอัตราเงินเฟ้อเดือนกันยายนอยู่ที่ 8.2% yoy สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ 8.1% และ 0.4% mom สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ 0.2% โดยความน่าจะเป็นในการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในเดือนพฤศจิกายนนี้ของ Fed มีสูงถึง 99.4% และอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอาจขึ้นไปแตะ 5.00 – 5.25% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566

จากตัวเลขเงินเฟ้อจะเห็นได้ว่าดัชนีราคาที่อยู่อาศัย อาหารและค่าบริการสุขภาพปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาอาหารประเภทซีเรียลและเบเกอรีเพิ่มขึ้นกว่า 16.2% ราคาที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยบ้าน 30 ปีที่แตะ 7% ทำให้ค่าเช่าบ้านปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อัตราการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาที่อยู่อาศัยคิดเป็นสัดส่วน 26% ของการปรับขึ้นของดัชนีราคารวม ขณะที่ค่าบริการสุขภาพเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ 6.5% yoy

ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในสัปดาห์ล่าสุดอยู่ที่ 228,000 คน ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และสูงกว่าคาดเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน ส่งสัญญาณว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว อย่างไรก็ตาม ดัชนีชี้วัดอื่นๆ ในภาคแรงงานสหรัฐฯ ยังแข็งแกร่ง เช่น อัตราว่างงานและการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ทำให้ตลาดยังคาดว่า Fed จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราสูงต่อไป


รีวิวพอร์ต Thematic Optimize โดยคุณ NamFinance  

1 ปีผ่านไป กับตลาดหุ้นที่ตกแรงแซงทุกโค้ง เจอทั้งปัญหาเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขาขึ้น สงครามรัสเซีย-ยูเครน ค่าเงินดอลล่าร์ที่แข็งเป็นหินอย่างรวดเร็ว พอร์ต Thematic Optimize จะเป็นอย่างไร มาดูพอร์ตจริง ลงทุนจริง แบบไม่ใช่ตัวแสดงแทนของคุณน้ำ NamFinance กัน 


อ่านต่อ 


เมตาเวิร์ส

Meta ยอมรับ Apple คือคู่แข่งคนสำคัญในโลก Metaverse 

Mark Zuckerberg CEO ของ Meta เจ้าของแพลตฟอร์ม Facebook และ Instagram กล่าวเป็นนัยว่า Apple คือคู่แข่งรายสำคัญในตลาดความจริงเสมือน (AR, VR) และโลกเสมือนจริงที่ Meta เรียกว่า Metaverse

โดย Mark Zuckerberg พูดไว้หลังจากที่บริษัทเปิดตัวชุดหูฟัง VR เวอร์ชันล่าสุดของบริษัทอย่าง Quest Pro ที่วางจำหน่ายในราคา 1,499 ดอลลาร์หรือประมาณ 57,000 บาท เขากล่าวเป็นนัยว่าคู่แข่งของบริษัทโฟกัสไปที่การสร้างการควบคุมอย่างเข้มงวดบนแพลตฟอร์ม VR ที่จะบังคับให้ผู้บริโภคต้องใช้ระบบปฏิบัติการอันใดอันนึงเป็นการเฉพาะ 

คำพูดของเขาสะท้อนการเรียกร้องต่อวิธีที่ Apple บริหาร App Store ซึ่งเป็นการบังคับให้บริษัทต่างๆ อย่าง Meta ต้องส่งแอปพลิเคชันของตนไปให้ Apple อนุมัติและต้องเสียค่าธรรมเนียมระหว่าง 15-30% ของยอดขายทั้งหมด

ส่วน Apple เองยังไม่เปิดตัวชุดหูฟัง VR หรือยืนยันว่ามีอุปกรณ์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาแต่อย่างใด แต่นักวิเคราะห์และสื่อต่างก็ยืนยันว่า Apple กำลังซุ่มพัฒนาอุปกรณ์ VR ของตัวเองอยู่


เข้าสู่ช่วงปลายปี หลายๆ ท่านน่าจะได้สัมผัสอากาศหนาวกันไประลอกหนึ่งแล้วในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะ

ช่วงวันหยุดยาวแบบนี้ ผมอยากชักชวนให้คุณลองหยิบหนังสือการลงทุนมาอ่านดู เพื่อทบทวนหลักการลงทุนที่ดีให้กับตัวเองและเป็นการพักผ่อนให้จิตใจสงบได้อีกรูปแบบนึง

สภาพเศรษฐกิจโลกปีนี้ยังเป็นเรื่องของการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อซะเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งดอกเบี้ยที่สูงขึ้นถือเป็นยาขมของตลาดหุ้นอยู่แล้ว ขณะที่ตลาดหุ้นเวียดนามก็เจอเรื่องไม่คาดฝันหลายเรื่องที่ช่วยยืนยันความเป็น ‘ตลาดหุ้นชายขอบ’ และความสำคัญของการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้เป็นอย่างดี

แล้วพบกันใหม่วันอังคารหน้า


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – ญี่ปุ่นเนื้อหอม! Google ลุยโปรเจกต์ใหญ่
Jitta Wealth Journal – เวียดนามโตกระฉูด สวนทางตลาดหุ้น

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2022 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด