Jitta Wealth Journal - ถ้าสงครามยืด เงินเฟ้อพุ่ง เข้าลงทุนดีไหม

1 มีนาคม 2565Jitta Wealth Journal

จัดพอร์ตหุ้นไทย รับเศรษฐกิจโตสูงปี 2565

Jitta Wealth Journal ปีที่ 2 ฉบับที่ 66 ประจำวันที่ 1 มีนาคม 2565 ทีมงานได้รวบรวมและสรุปสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทั่วโลกมาให้คุณแล้ว ดังนี้ 

  • สงครามไม่จบ เตรียมรับมือเงินเฟ้อพุ่งทั่วโลก
  • พื้นฐานหุ้นสหรัฐฯ ยังแกร่ง เตือนอย่ารีบเทขาย
  • 5 บริษัทชิปเฮโล ลงทุนใหญ่ในอินเดีย
  • คาด GDP ไทย โต +3.5-4.5% ปี 2565
  • กูรูคาดแบงก์ชาติจีนจะลดดอกเบี้ย
  • Alibaba รายได้โตต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
  • ราคานิกเกิลจีนพุ่ง ขานรับยอดขาย EV โต
  • เวียดนามเตรียมเปิดประเทศ 15 มีนาคมนี้

ไปติดตามกันได้เลย


สงครามรัสเซียและยูเครน

สงครามไม่จบ เตรียมรับมือเงินเฟ้อพุ่งทั่วโลก 

ปมความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน กำลังส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปทั่วโลก คือ ภาวะตลาดหุ้นผันผวนขาลงกว่าเดิม ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ลามไปถึงราคาทองคำที่เป็น Safe Heaven เร่งตัวแรง ส่วนตลาดคริปโทเคอร์เรนซีดิ่งหนักไปอีก

เหมือนจะเป็นการปะทะกันของ 2 ประเทศ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า สะเทือนเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะประเด็นละเอียดอ่อนอย่างภาวะเงินเฟ้อ มีแนวโน้มจะเร่งตัวแรงขึ้น เพราะมีราคาน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญดันราคาต้นทุนสินค้าและบริการ

นั่นหมายความว่า เงินเฟ้อพุ่งขึ้นมากๆ จะเป็นแรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารทั่วโลก แผนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อชะลอความร้อนแรงของเงินเฟ้อ อาจจะมีแนวโน้มปรับให้เร็วขึ้นกว่าเดิมหรือชะลอออกไป ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ

ที่สำคัญ ภาวะ Stagflation หรือเงินเฟ้อพุ่ง แต่เศรษฐกิจไม่เติบโต อาจจะเกิดขึ้นในช่วงที่สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนยืดเยื้อ หรือยังมองไม่เห็นทางออกที่ดีขึ้น

Bloomberg Economic วิเคราะห์ผลกระทบจากสงครามต่อราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ต่อการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยแบ่งเป็น 3 มุมมอง คือ

มุมมองแรก ราคาพลังงานเร่งตัวแบบปกติ ทั้ง Fed และ ECB จะคงไทม์ไลน์การขึ้นดอกเบี้ย เพื่อดูแลภาวะเงินเฟ้อ 

มุมมองที่สอง อุปทานพลังงานลดลง ดันราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ กดดันความไม่แน่นอนในตลาดการเงิน รวมไปถึงเศรษฐกิจโลก Fed และ ECB อาจจะชะลอไทม์ไลน์การขึ้นดอกเบี้ยออกไปเป็นครึ่งปีหลังของปี 2565 หรือปี 2566 

มุมมองที่สาม อุปทานพลังงานชะงักงัน ราคาพลังงานขึ้นแรง แต่เกิดวิกฤตลามไปทั่วโลก เศรษฐกิจโลกชะลอตัว ภาวะเงินเฟ้อเริ่มมีความไม่แน่นอน Fed และ ECB อาจจะเปลี่ยนมุมมอง และใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายแทน

Jitta Wealth คาดว่า สงครามอาจจะยืดเยื้อตามมุมมองที่สอง แต่ไม่นาน เงินเฟ้อจะพุ่งชั่วคราวในช่วงครึ่งปีแรก แต่ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว ประกอบการ Covid-19 ยังระบาดอยู่  Fed และ ECB อาจจะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยได้

พื้นฐานหุ้นสหรัฐฯ ยังแกร่ง เตือนอย่ารีบเทขาย

Thomas Lee อดีตนักเศรษฐศาสตร์ของ JPMorgan ออกโรงเตือนสตินักลงทุน อย่าเทขายหุ้นในช่วงนี้ เพราะสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น เชื่อว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 

ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์ความตึงเครียดของรัสเซียและยูเครน อย่างไรก็ตาม Lee มองว่า บริษัทในสหรัฐฯ มีความเกี่ยวเนื่องกับรัสเซียค่อนข้างน้อย ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงเกิดจากอารมณ์ของตลาดที่มีความกังวลต่อสถานการณ์ มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของพื้นฐานบริษัท

เขามีมุมมองบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในครึ่งปีหลัง เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งไม่ได้กระทบต่อพื้นฐานบริษัทสหรัฐฯ โดยตรง รวมไปถึงตลาดหุ้นที่ปรับฐานอย่างหนักในช่วงต้นปี 2565 ตอบรับนโยบายของ Fed ดังนั้นหากปมความขัดแย้งจบได้เร็ว ตลาดหุ้นมีโอกาสรีบาวด์กลับมาเป็นขาขึ้นได้


Jitta Wealth

ลูกค้า Jitta Wealth กับ Mindset ดีๆ เมื่อตลาดหุ้นผันผวน

ใครๆ ก็คาดหวังให้พอร์ตลงทุนกำไรดี แต่ความเป็นจริงแล้ว ตลาดหุ้นมีขึ้นมีลง คุณจะรับมือเมื่อพอร์ตติดลบแดงๆ ได้อย่างไร คุณกิตติพันธ์ เตชะจิรวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง Active Healthcare ลูกค้าที่ลงทุนจริง เขาผ่านมาแล้ว

อ่านต่อ 


เศรษฐกิจอินเดีย

5 บริษัทชิปเฮโล ลงทุนใหญ่ในอินเดีย

ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ในเอเชียใต้คึกคัก คาดแตะระดับ 63,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2569 บริษัทผู้ผลิตชิป 5 ราย ขออนุมัติลงทุนตั้งโรงงานในอินเดีย รวม 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

บริษัทชิปขอลงทุน 4 โครงการ ได้แก่ Vedanta (อินเดีย) ลงทุนรวมกับ Foxconn (ไต้หวัน) IGSS Ventures (สิงคโปร์) ISMC ลงทุนรวมกับ Tower Semiconductor (อิสราเอล) และ Elest ส่วน Vedanta ขอลงทุนเองอีก 1 โครงการ 

ภาพใหญ่ๆ จะเป็นโครงการผลิตชิปสำหรับโครงข่าย 5G และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอินเดียมูลค่ากว่า 5,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อินเดียกลายเป็นฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์อีกแห่งหนึ่งของโลก จะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนชิปในปัจจุบัน ซึ่งความต้องการยังคงมีมากขึ้นตามการพัฒนาเทคโนโลยี

อินเดียเป็นประเทศใหญ่ ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายๆ ด้าน เช่น ตลาดในประเทศที่มีจำนวนประชากรมหาศาล ประชากรวัยแรงงานจำนวนมาก ต้นทุนการผลิตต่ำ รวมไปถึงได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล จึงเป็นเหตุผลที่ดึงดูดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในอินเดีย 

ในภาพใหญ่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจอินเดียในอนาคต รวมไปถึงตลาดหุ้นอินเดีย เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจอินเดียค่อนข้างสดใสและกำลังเติบโต หากสนใจลงทุน ETF ธีมตลาดหุ้นอินเดีย สามารถจัดพอร์ต Thematic DIY ได้


เศรษฐกิจไทย

คาด GDP ไทย โต +3.5-4.5% ปี 2565

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คาดเศรษฐกิจไทยปี 2565 ขยายตัว +3.5-4.5% หวังสถานการณ์ Covid-19 คลี่คลาย ดันท่องเที่ยวฟื้นตัว ส่งออกโตต่อเนื่อง การเบิกจ่ายงบประมาณรัฐ และโตฐานที่ต่ำในปี 2565

สำหรับปี 2564 เศรษฐกิจไทยขยายตัว +1.6% มากกว่าที่คาดไว้ ภาคส่งออกยังเป็นตัวช่วยหนุนเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวในประเทศ เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากแผนการเปิดประเทศ

โครงสร้างเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวและการส่งออกเป็นหลัก สภาพัฒน์มองว่า หากการท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ในระดับที่ดี เศรษฐกิจไทยยังมีโอกาสเติบโตสูงอยู่ในปี 2565 

เศรษฐกิจไทยมีทิศทางเชิงบวกหลายๆ ด้าน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ภาคส่งออก และภาคการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามการลงทุนโดยจากต่างประเทศยังคงชะลอตัว เนื่องจากนักลงทุนรายใหญ่อย่างจีนยังปิดประเทศ ทำให้แผนการขยายธุรกิจอาจต้องเลื่อนออกไป


เศรษฐกิจจีน

กูรูคาดแบงก์ชาติจีนจะลดดอกเบี้ย

Huang Yiping และ Yu Yongding อดีตคณะกรรมการธนาคารกลางจีน (PBOC) มองว่า PBOC จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อ ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายลากยาว 3-6 เดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและรักษาระดับงบดุล

นอกจากนี้ ส่วนต่างผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐฯ และจีนที่ลดลง ไม่มีผลกระทบต่อการกำหนดนโยบายของจีนหากจำเป็น เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ และเป้าหมาย GDP จีนเติบโต +5% ซึ่งสวนทางกับความเห็นของนักเศรษฐศาสตร์ 

นักเศรษฐศาสตร์ คาดว่า PBOC จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยภายในไตรมาสแรกนี้ เนื่องจากค่าเงินหยวนมีโอกาสอ่อนค่า ทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศลดลง 

Bloomberg Economic มองว่า การดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายรอบนี้ คล้ายกับในช่วงปี 2558-2559 ช่วงวิกฤตอสังหาริมทรัพย์และปัญหาอุปสงค์ในประเทศลดลง PBOC ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 30 จุดเปอร์เซ็นต์ (Basis-point) รอบนี้ PBOC จะดำเนินนโยบายเดียวกันไปจนถึงไตรมาส 3 ปี 2565

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ค่า Correlation ระหว่างเงินหยวนและความผันผวนของโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หมายความว่า เงินหยวนมีความแข็งแกร่งท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก จากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างรัสเซียและยูเครนตอนนี้ เงินหยวนกลายเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

การปรับอัตราดอกเบี้ยของ PBOC จะทำให้เงินหยวนหรือสินทรัพย์ปลอดภัยสกุลเงินหยวนได้รับความสนใจน้อยลง อย่างไรก็ตาม ประโยชน์อีกด้านหนึ่ง คือ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจีนให้ขยายตัวตามเป้าหมาย 

เมื่อเศรษฐกิจยังเติบโตต่อ แรงหนุนย่อมส่งผลต่อตลาดหุ้นจีนเช่นเดียวกัน คุณสามารถลงทุนได้ผ่านแผน Thematic DIY และ Jitta Ranking จีน


Jitta Wealth

รวมกลยุทธ์รับมือความผันผวนสูงในตลาดหุ้น

หากใครติดตามภาวะตลาดหุ้นทั่วโลกตั้งแต่ปลายปี 2564 จนถึงต้นปี 2565 นี้ จะพบว่า ดัชนีตลาดหุ้นหลายๆ ประเทศปรับตัวลดลง จากการดำเนินนโยบายการเงิน ของสหรัฐฯ คุณจะรับมืออย่างไร และโอกาสการลงทุนอยู่ที่ไหน 

อ่านต่อ 


อีคอมเมิร์ซ

Alibaba รายได้โตต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 

ปีงบประมาณ 2565 Alibaba รายได้ไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ 242,580 ล้านหยวน (+10%) ส่วนกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 16.87 หยวน (-23%) ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 

ผลประกอบการของ Alibaba เป็นการเติบโตช้าที่สุด นับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) มาตั้งแต่ปี 2557 คาดว่า มาจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซและคลาวด์ที่เติบโตลดลง

ราคาหุ้น Alibaba ร่วงลงกว่า -50% ในปี 2564 จากการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจบริษัทเทคโนโลยีของทางการจีน ต่อต้านการผูกขาดและปกป้องข้อมูลผู้บริโภค ก่อนหน้านี้ถูกทางการจีนปรับเงินไปกว่า 18,230 ล้านหยวน กรณีอำนาจเหนือตลาด 

ทิศทางราคาหุ้น Alibaba ปัจจุบันไม่ได้สะท้อนมูลค่ากิจการ บริษัทมีแผนที่จะซื้อหุ้นคืน พร้อมรักษาความแข็งแกร่งของสภาพคล่อง เพื่อให้มีความคล่องตัวสำหรับการลงทุนในอนาคต

จริงๆ ผลประกอบการของ Alibaba ไม่ได้แย่ แค่โตลดลง หากเข้าไปดูในแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta บอกว่า ราคาหุ้นถูกมาก เมื่อเทียบกับมูลค่ากิจการในปัจจุบัน 

Alibaba อยู่ในธีมตลาดหุ้นจีนและอีคอมเมิร์ซของกองทุนส่วนบุคคล Thematic และเป็นหุ้นอันดับต้นๆ ของ Jitta Ranking เทคโนโลยีสหรัฐฯ หากคุณมองเห็นโอกาสของบริษัท สามารถลงทุนต่อหรือเพิ่มทุนเข้ามาได้


รถยนต์ไฟฟ้า 

ราคานิกเกิลจีนพุ่ง ขานรับยอดขาย EV โต

นิกเกิลเป็น 1 ในวัตถุดิบหลักของแบตเตอรีของ EV ราคานิกเกิลปี 2565 เพิ่มขึ้นไปแล้ว +15% ต่อเนื่องจากปี 2564 โดยสถานการณ์ราคานิกเกิลปี 2564 ต่างจากในปี 2563 อย่างมาก เนื่องจากความต้องการมีมากกว่ากำลังการผลิตถึง 144,000 ตัน

CSC Financial บอกว่า ในปี 2564 EV มียอดขายเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ความต้องการแบตเตอรี EV เพิ่มขึ้นกว่า +102% ส่งผลให้ราคาแร่ที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

บรรดาบริษัทผู้ผลิตวัตถุดิบเพื่อทำแบตเตอรี พบว่า ไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นกว่า +360% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด โดยเฉพาะยอดขาย EV และคำสั่งซื้อแบตเตอรีของจีน

อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดเป็นเมกะเทรนด์ และทั่วโลกต่างสนับสนุนนโยบายลดการปล่อยมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศ เทรนด์การเติบโตยังมีให้เห็นในระยะยาว และจะเป็นพลังงานที่ผู้คนใช้กันมากขึ้นในอนาคต


HERO ETF

ลงทุน HERO ETF อย่างไร ให้ได้ราคาตลาด

HERO กำลังเป็นกระแส เพราะเป็นตัวแทนของธีมเกมและอีสปอร์ต และราคา ETF มีแนวโน้มรีบาวด์ หากคุณจะลงทุน HERO ให้ได้ราคาตลาด พร้อมกระจายความเสี่ยงหลายๆ ธีม ด้วย Thematic ETF อื่นๆ ทำได้ง่าย

อ่านต่อ 


เศรษฐกิจเวียดนาม

เวียดนามเตรียมเปิดประเทศ 15 มีนาคมนี้

หลังจากเผชิญกับการระบาดของ Covid-19 และปิดประเทศมานานกว่า 2 ปี เวียดนามพร้อมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ กำหนดการเลื่อนขึ้นให้เร็วขึ้นกว่าเดิม โดยนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางเข้าเวียดนาม ต้องมีผลตรวจ Covid-19 เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง

ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่า เป็นช่วงเวลาที่ดีในการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว และมุ่งเป้าไปที่จากตลาดใหม่ๆ หากเปิดประเทศช้ากว่านี้ อาจจะเสียโอกาสทางเศรษฐกิจในหลายๆ ด้าน

ธุรกิจท่องเที่ยวต่างๆ โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ขานรับนโยบายเปิดเมืองของเวียดนาม เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยด้านสาธารณสุขสอดคล้องกับการท่องเที่ยวแนวใหม่

เวียดนามมีรายได้จากการท่องเที่ยวคิดเป็น 9.2% ของ GDP เป็นสัดส่วนที่มีผลต่อเศรษฐกิจเวียดนามไม่น้อย ดังนั้นการนโยบายการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวจะช่วยให้รายได้ภาคการบริการของเวียดนามฟื้นกลับมา และช่วยดันการเติบโตของเศรษฐกิจของเวียดนาม


Thematic ETF

16 ธีมจาก Thematic ปี 2564 ใครกำไร ใครขาดทุน

ปี 2564 ที่ผ่านมาตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มฟื้นตัว Jitta Wealth จัดอันดับผลตอบแทน 16 ธีมจากกองทุนส่วนบุคคล Thematic ปีที่ผ่านมา ธีมไหนเด่น ธีมไหนซึม และคุณจะจัดพอร์ตและรับมืออย่างไรในปี 2565

อ่านต่อ 


เข้าสู่เดือนมีนาคม ปี 2565 ยังไม่ทันได้ปรับตัวปรับใจกับตลาดหุ้นเกือบทั่วโลกขาลง ยังต้องมาเผชิญกับสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่สร้างความผันผวนให้ตลาดหุ้นทั่วโลกอีกระลอก

นานาประเทศเริ่มออกมาเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้ง มีการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับรัสเซีย เพื่อแสดงจุดยืนไม่สนับสนุนการทำสงคราม และด้วยภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกที่ยังไม่คลี่คลาย ทั้งหมดนี้สร้างความกังวลให้นักลงทุนแน่นอน ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกยังมีความผันผวนจากอารมณ์และไม่ความแน่นอนต่างๆ  

Jitta Wealth มองว่า ไม่ว่าจะสภาวะไหน ไม่มีใครสามารถคาดเดาความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นได้ สิ่งที่คุณทำได้ คือ การจัดพอร์ตลงทุนกระจายความเสี่ยงให้เหมาะสม เลือกสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโตในระยะยาว และใช้วิกฤตเป็นโอกาสเพิ่มทุน นี่คือสิ่งที่คุณควบคุมได้

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า 


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง 

Jitta Wealth Journal – Facebook รายได้โฆษณาลดลง โอกาสโตมีหรือไม่ 

Jitta Wealth Journal – Fed ขึ้นดอกเบี้ยทั้งปี ตลาดหุ้นส่อแววผันผวน 

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2022 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด