ผ่าไส้ใน ETF AWAY หุ้น Travel Tech รับเทรนด์ท่องเที่ยวฟื้น

23 มีนาคม 2564 ● Thematic Travel Tech

รู้หรือไม่ว่า นักท่องเที่ยวหลายคนเริ่มวางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศไว้แล้ว บางคนถึงขั้นจองตั๋วเครื่องบินไปแล้วด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่หลายประเทศทั่วโลกยังไม่ประกาศเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเลย

แค่วัคซีนป้องกัน Covid-19 กำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก ผู้คนก็มีความเชื่อมั่นและมั่นใจว่า พวกเขาจะได้ออกเดินทางท่องโลกกว้างอีกครั้ง

ยิ่งไปกว่านั้น หลายๆ รัฐบาลกำลังอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาล เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ใกล้ๆ ตัวอย่างโครงการ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ของไทย ที่ใช้งบประมาณ 22,400 ล้านบาท อุดหนุนค่าโรงแรม ค่าอาหาร และค่าเดินทางให้คนไทยออกไปเที่ยว และต่ออายุโครงการมาเรื่อยๆ จนจะหมดอายุ 30 ก.ย. 2564

ตัวอย่างที่เกิดขึ้นล่าสุดคือ รัฐบาลออสเตรเลียทุ่มเงิน 928 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,200 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย) ออกแพ็คเกจให้ประชาชนท่องเที่ยวในประเทศผ่านตั๋วเครื่องบิน 800,000 ที่นั่ง ให้เงินกู้แก่ผู้ประกอบการ และให้เงินชดเชยว่างงานให้พนักงานสายการบินต่างประเทศ

นี่แค่โครงการสนับสนุนสำหรับท่องเที่ยวในประเทศ แต่เชื่อหรือไม่ว่า นอกจากร้านอาหาร โรงแรม หรือรีสอร์ตที่ได้รับอานิสงส์จากการกระตุ้นธุรกิจท่องเที่ยวแล้ว บริษัทกลุ่ม Travel Tech ที่ออกแบบแพลตฟอร์มออนไลน์รองรับการจองที่พัก ตํ่วเครื่องบิน เปรียบเทียบราคา รีวิวสถานที่ หรือเรียกรถผ่านแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันก็ได้ประโยชน์จากมาตรการรัฐบาลด้วย

อย่างโครงการเราเที่ยวด้วยกัน แพลตฟอร์มจองที่พักของ Agoda Traveloka และอีกหลายๆ เว็บไซต์ก็เข้าร่วมด้วย

แล้วเมื่อ Covid-19 คลี่คลาย วัคซีนฉีดไปทั่วโลก มีการใช้วัคซีนพาสปอร์ต ไม่ต้องกักตัว และประเทศเปิดพรมแดนได้ ลองจินตนาการดูว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกจะกลับมาบูมอีกขนาดไหน

เมื่อผู้คนทั่วโลกกำลังอัดอั้น ไม่ได้ขึ้นเครื่องบิน เดินทางข้ามประเทศนานมากกว่า 1 ปีแล้ว ทันทีที่รั้วกั้นเปิด แทบจะกรูเข้า-ออกนอกประเทศกันเป็นว่าเล่น

นี่คือโอกาสการลงทุนในหุ้น Travel Tech รับอานิสงส์ท่องเที่ยวบูม นักท่องเที่ยวยุคใหม่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยให้ทริปของพวกเขาสะดวกและง่ายมากยิ่งขึ้น

เราจะมาเจาะลึกหุ้น Travel Tech ที่น่าสนใจ และมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกปี 2564

Facebook_Square (1).png

ETFMG Travel Tech (AWAY) ลงทุนอะไร?

AWAY เป็น ETF กองเดียวในโลกที่ลงทุนหุ้น Travel Tech โดยเฉพาะ ซึ่งจะไม่เหมือนกับ ETF อื่นๆ ที่มีกรอบลงทุนในหุ้นท่องเที่ยว เพราะเน้นไปที่กิจการที่ดำเนินธุรกิจและมีรายได้จากธุรกรรมออนไลน์

เมื่อพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลกใช้อุปกรณ์ดิจิทัล สมาร์ตโฟน แท็บเล็ด เพื่อให้ทริปของเขามีความสะดวกสบายมากขึ้น Travel Tech จึงมีอิทธิพลมาก และก็ยังเป็นเทรนด์ในอนาคต

AWAY ลงทุนในหุ้น Travel Tech ประมาณ 30 บริษัท เป็น ETF เป็น Passive Fund ที่ให้ผลตอบแทนอ้างอิง Prime Travel Technology Index

วิกฤต Covid-19 รับน้อง AWAY ทันทีที่เข้าเทรดบนกระดาน NYSE เมื่อ 12 ก.พ. 2563 ไม่ถึง 1 เดือนก่อนที่มีการแพร่ระบาดทั่วโลก

แต่จบปี 2563 ผลตอบแทนของ AWAY ยังเป็นบวกได้ 3.64% และด้วยแรงส่งวัคซีนป้องกัน Covid-19 ผลตอบแทน AWAY ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 26.41%

เราลองมาดูว่า AWAY เลือกลงทุนหุ้น Travel Tech ตัวไหนบ้าง?

Facebook_Square2 (1).png

Trivago ได้ทำวิจัยการตลาดในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร จำนวน 2,000 คน พบว่า พวกเขามีความต้องการท่องเที่ยวสูงมากในปี 2564 และการแพร่ระบาด Covid-19 ได้เปลี่ยนแปลงเทรนด์การท่องเที่ยวยุคใหม่ด้วย

นักท่องเที่ยวทุกมุมโลกต่างเฝ้ารอสัญญาณการเปิดประเทศที่ชัดเจน เพื่อที่จะได้ออกไปท่องโลกกว้างและได้ผจญภัยอีกครั้ง เพราะวัคซีนป้องกัน Covid-19 มีความต่อเนื่องและหลายๆ ประเทศ เริ่มคลายล็อกดาวน์ให้ผู้คนออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านได้

Trivago บอกว่า ความอัดอั้นของนักท่องเที่ยว มีตั้งแต่ยกเลิกเก็บเงิน ยอมไม่เซ็กซ์ไปอีก 1 ปี ยอมเลิกกับแฟน ถึงขั้นยอมลาออกจากงาน เพื่อที่จะได้กลับไปท่องโลกกว้างอีกครั้ง สะท้อนว่า การท่องเที่ยวมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตและเป็นความสุขพื้นฐานของมนุษย์

นอกจากนี้การได้ออกเดินทางไปเที่ยวเหมือนกับการได้ดูแลร่างกายและจิตใจของตัวเอง ยิ่งช่วงล็อกดาวน์หลายคนค้นพบความสนใจใหม่ๆ หรืองานอดิเรกใหม่ๆ เมื่อได้กลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง ก็จะเลือกกิจกรรมใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการ ดังนั้นเมื่อ Covid-19 คลี่คลาย ผู้คนทั่วโลกเลือกที่จะท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่เสียไปในปีที่แล้ว

ท้ายที่สุดคือ คำจำกัดความของ Dream Vacation หลัง Covid-19 เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และไม่ได้หมายความว่า จะต้องท่องเที่ยวพักผ่อนเพียงอย่างเดียว เพราะหลายๆ คนต้องการเวลาพักร้อนที่มากขึ้น เพื่ออยู่กับคนในครอบครัว หรือเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงและผู้สูงวัยที่ไม่ได้เจอกัน

นอกจากนี้คำว่า Special Trip แค่ใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ในแหล่งท่องเที่ยวใกล้ๆ หรือ Staycation เทรนด์ใหม่ๆ ที่เรียกกัน ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว

Facebook_Square3.png

Expedia ยอมรับว่า ปี 2563 เป็นปีที่ธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกเผชิญความยากลำบาก แต่ผลกระทบเชิงลบที่บริษัทต้องเผชิญยังไม่เท่ากับความทุกข์ที่คู่ค้าทางธุรกิจต้องพบเจอกับการแพร่ระบาดของ Covid-19

Peter Kern CEO ของ Expedia บอกว่า การอนุมัติให้ใช้วัคซีนป้องกัน Covid-19 เป็นสัญญาณแห่งความหวัง แต่ในช่วงไตรมาสที่ 4 เคสใหม่ยังคงเพิ่มขึ้นทั่วโลกและบริษัทในธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลกต้องจำใจปิดตัวลง ทำให้ช่วงปลายปีอุตสาหกรรมยังไม่ฟื้นตัวมากนัก

“แม้ว่า Expedia จะคาดเดาสถานการณ์และสภาพแวดล้อมในอนาคตไม่ได้ แต่บริษัทยังต้องปรับทิศทางการดำเนินธุรกิจให้ผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ให้ได้ และหวังว่าจะมีความพร้อมเมื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัว”

Expedia ได้ทำแบบสำรวจกับคนอเมริกันจำนวน 2,200 คน ร่วมกับ The Morning Consult พบว่า การฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 อย่างแพร่หลาย จะทำให้ผู้คนวางแผนท่องเที่ยวมากขึ้น บ่อยขึ้น และนานขึ้นในปี 2564 เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีความหวังว่าจะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้ง หลังจากเห็นมาตรการลดการแพร่ระบาดทั่วโลก

เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า นักท่องเที่ยวจะใช้เงินราวๆ 3,444 ดอลลาร์สหรัฐต่อทริป แต่คนรุ่นใหม่ ตั้งแต่เจนมิลเลนเนียลลงไป จะใช้จ่ายในการท่องเที่ยวมากกว่านั้น

Facebook_Square4.png

Airbnb เป็นสตาร์ตอัพ Travel Tech ที่เพิ่งเข้าเทรดบนกระดาน Nasdaq เมื่อปลายปีที่ผ่านมา การแพร่ระบาด Covid-19 ส่งผลกระทบต่อ Airbnb ตั้งแต่ต้นปี 2563 ยอดจองลดลงถึง 80% ในช่วง 8 สัปดาห์เลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนจะ IPO ใน Nasdaq บริษัทยังลดพนักงานและปรับโครงสร้างบริษัทด้วย Airbnb บอกว่า ยอดจองที่พักผ่านแพลตฟอร์มในไตรมาสที่ 4 ปี 2563 ก็ยังเหนือกว่าที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวในด้านความต้องการจองห้องพักสำหรับการพักร้อนในตลาดอเมริกาเหนือ และสถานการณ์ Covid-19 เริ่มคลี่คลาย

Airbnb มองว่า การใช้วัคซีนป้องกัน Covid-19 จะช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด และเชื่อมั่นว่า อัตราการจองห้องพักจะสูงกว่าช่วงเวลาปีที่แล้ว แต่อาจจะน้อยกว่าปี 2562 ก่อนการแพร่ระบาด

Brian Chesky CEO ของ Airbnb ประเมินว่า พฤติกรรมการท่องเที่ยวหลัง Covid-19 จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้คนจะเลือกเดินทางในเมืองเล็กๆ และใช้ช่วงเวลาพักร้อนกับครอบครัวและเพื่อนฝูง

เทรนด์ท่องเที่ยวแบบเดิมๆ เช่น เมืองท่องเที่ยวใหญ่ๆ หรือสถานที่ที่มีชื่อเสียง จะลดความสำคัญลงมา และการเดินทางเชิงธุรกิจหรือทำงานอาจจะลดลงด้วย

“นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างโหยหาสิ่งที่พรากไปจากพวกเขาในช่วง Covid-19 ต่อจากนี้ไปพวกเขาไม่อยากไปเที่ยวไทม์สแควร์ สิ่งที่พวกเขาปรารถนาที่จะทำคือ การได้พบปะเห็นเพื่อนฝูงและครอบครัวที่ไม่ได้เจอกันนาน”

Facebook_Square5.png

อุตสาหกรรมการขนส่งประเภทบริการรถแท็กซี่หรือรถส่วนบุคคล นับเป็น 1 ในธุรกิจเกี่ยวเนื่องที่สำคัญมากในภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในประเทศหรือพื้นที่ที่ระบบขนส่งมวลชนไม่ครอบคลุม ห่างไกลตัวเมือง ไม่มีให้บริการ

สำหรับปี 2563 ที่ผ่านมา ธุรกิจประเภท Ride Hailing หรือบริการเรียกรถได้รับผลกระทบจาก Covid-19 จากมาตรการล็อกดาวน์ทั่วโลก ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ Uber ส่วนธุรกิจเดลิเวอรี หรือ Uber Eats กลับมีความสำคัญมากขึ้น เพราะเมื่อผู้คนออกไปไหนไม่ได้ บริการส่งอาหารจึงได้รับความต้องการสูง

ยอดจอง (Gross Booking) ของ Uber ลดลง 11% เหลือ 58,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 46% มาจาก Mobility (Ride Hailing) และ 52% มาจาก Delivery สะท้อนว่า ธุรกิจเดลิเวอรี่กลายเป็นธุรกิจหลักของ Uber ในปี 2563

สำหรับ 2564 Dara Khosrowshahi CEO ของ Uber บอกว่า บริษัทมองเห็นโอกาสอีกมากมายในกลุ่ม Mobility เมื่อแต่ละประเทศเริ่มฟื้นตัวจากการแพร่ระบาด Covid-19 ส่วนจะใช้เวลานานแค่ไหน ฟื้นตัวได้เต็มที่หรือยัง ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละประเทศ แต่ละเมืองจะเปิดพรมแดนอีกครั้งเมื่อใด

Uber หวังว่า Mobility จะฟื้นตัวและเป็นกลไกหลักในการกำไรให้บริษัท ส่วน Delivery จะสามารถทำกำไรได้ในปี 2564 เพราะที่ผ่านมายังมีผลขาดทุนอยู่ แม้จะมีบทบาทสำคัญที่ทำให้ Gross Booking ของ Uber ไม่ลดลงมากนัก

Facebook_Square6.png

Steve Kaufer CEO ของ Tripadvisor บอกว่า ปี 2563 บริษัทได้เผชิญความท้าทายในธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก Covid-19 แต่ยังมึมุมมองเชิงบวกในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในปี 2564

“ความคืบหน้าของวัคซีนป้องกัน Covid-19 ตั้งแต่เดือนพ.ย. เป็นต้นมา กำลังเกื้อหนุนให้ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว และ Tripadvisor ก็เห็นสัญญาณเชิงบวก สะท้อนความต้องการท่องเที่ยวจากผู้คนทั่วโลกที่กำลังอัดอั้น เรียกว่า Pent Up Demand และรอการปลดปล่อย ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีศักยภาพฟื้นตัวในปีนี้”

Kaufer บอกว่า ที่สำคัญที่สุดคือ Tripadvisor ได้ปรับทิศทางธุรกิจให้อยู่รอดจาก Covid-19 ได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และในปี 2564 รวมไปถึงอนาคตข้างหน้า บริษัทจะมุ่งเน้นสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับลูกค้าทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้ Tripadvisor มีความสามารถในการทำรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณมั่นใจว่า ท่องเที่ยวทั่วโลกจะกลับมา และยังไงก็ได้ใช้บริการออนไลน์ของ Travel Tech เหล่านี้ โอกาสลงทุนมาถึงแล้ว https://jittawealth.com/thematic/TRAVEL-TECH

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ลงทุน Travel Tech ก่อน...ได้เปรียบ

Disclaimer

กองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด ซึ่งเป็น WealthTech แห่งแรกของไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ผลตอบแทนในอดีต ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด