Jitta Ranking - บันทึกพอร์ตลงทุนของหนูไอวี่อายุ 4 ขวบ

2 มิถุนายน 2564Jitta RankingJitta Wealth

ไฮไลท์

  1. ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ดัชนี SET เพิ่มขึ้นจาก 1,342.85 จุด ณ 29 พฤษภาคม 2563 มาอยู่ที่ 1,581.98 จุด ณ 29 พฤษภาคม 2564 คิดเป็นผลตอบแทน 17.81% ถือว่าเป็นปีที่ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนดีมากหลังจากผ่านช่วงวิกฤต 
  2. พอร์ตลงทุนของไอวี่ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เงินลงทุน ณ สิ้นขวบปีที่ 3 อยู่ที่ 944,688 บาท พอร์ตเติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 1,321,851 บาท หรือคิดเป็นการเติบโตถึง 39.92% เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นที่โตเพียงแค่ 17.81% เท่ากับว่าพอร์ตของไอวี่เติบโตมากกว่าตลาดหุ้นเป็นเท่าตัวถึง 22.12% 
  3. เงินลงทุนเริ่มต้น 1,000,000 บาท แต่มูลค่าพอร์ตลงทุนของไอวี่ ณ สิ้นขวบปีที่ 4 อยู่ที่ 1,321,851 บาท ผลตอบแทนรวมเติบโต 32.19% ผลตอบแทนทบต้นอยู่ที่ 7.22% ต่อปี โดยมีปีที่ 2 และ 3 ที่ผลตอบแทนติดลบ
  4. ผลตอบแทนดัชนี SET รวม 4 ปีเป็นบวก 0.88% ผลตอบแทนทบต้นอยู่ที่ 0.22% ต่อปี เมื่อเทียบกับกองทุนดัชนีตลาดหุ้นไทยแบบรวมปันผลหรือ SET TRI (Total Return Index) ผลตอบแทนรวม 4 ปีเป็นบวก 6.66% ผลตอบแทนทบต้นอยู่ที่ 1.62% ต่อปี ดังนั้นพอร์ตลงทุนของไอวี่เติบโตสูงกว่าดัชนีตลาด
  5. การพยายามคาดเดาว่า ตลาดหุ้นตกตอนไหนไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือ การสร้างพอร์ตลงทุนที่ทนทานต่อวิกฤตต่างๆ มากกว่า เพราะถ้าพอร์ตลงทุนแข็งแรงแล้ว ตลาดหุ้นจะเกิดวิกฤต หรือจะตกลงมากี่ครั้ง พอร์ตลงทุนก็จะกลับมาเติบโตขึ้นมากกว่าเดิมได้เสมอ เมื่อวิกฤตนั้นผ่านพ้นไป ดังนั้นควรจะให้เวลาลงทุนอย่างน้อย 5-10 ปี เพื่อให้พอร์ตลงทุนผ่านช่วงตลาดขาขึ้นและขาลง เราจะได้รับผลตอบแทนที่แท้จริง 
  6. Winning Strategy 3 ข้อที่สำคัญ คือ 1) เลือกทรัพย์สินที่ดี มีโอกาสเติบโตในระยะยาวสูง 2) จัดพอร์ตและกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม 3) ลงทุนทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ

29 พฤษภาคม 2564

สวัสดีค่ะ หนูชื่อ ด.ญ. จิตตพิชชา หรือ น้องไอวี่ ปีนี้หนูอายุ 4 ขวบแล้วค่ะ ตอนนี้หนูทานข้าวเอง อาบน้ำแต่งตัวเอง เลือกเสื้อผ้าเอง ช่วยเหลือตัวเองได้หมดแล้วค่ะ กิจกรรมที่หนูชอบทำมากที่สุด คือ ว่ายน้ำ วาดรูป ปั้นแป้งโด และร้องเพลง เจ้าหญิงดิสนีย์ที่หนูชอบมากที่สุดคือ เจ้าหญิงราพันเซลค่ะ

ขอบคุณ FC ทุกคนนะคะ ที่คอยเข้ามาอ่าน มาติดตามบันทึกการลงทุนของหนู ที่หนูเริ่มเขียนตั้งแต่อายุ 1 ขวบ เพื่อติดตามผลการลงทุนของพอร์ต Jitta Wealth ที่คุณพ่อคุณแม่ลงทุนให้หนูค่ะ ขอบคุณทุกคอมเมนต์และกำลังใจที่ส่งมาให้นะคะ คุณพ่อบอกว่า มีพี่ๆ หลายคนลุ้นตามหนูไปด้วยทุกปีว่า พอร์ตลงทุนของหนูจะเป็นยังไงบ้าง จะดีขึ้นแย่ลงมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะในช่วงปีที่ผ่านมาที่สถานการณ์ในไทยยังไม่ดีขึ้นจากวิกฤต Covid-19 ค่ะ

ในที่สุดวันครบรอบ 4 ปี ที่หนูลงทุนกับ Jitta Wealth ก็มาถึงแล้วนะคะ หนูชอบช่วงเวลานี้ที่สุดเลยค่ะ เพราะจะได้นั่งฟังคุณพ่ออธิบายแนวคิดการลงทุนและดูผลตอบแทนของพอร์ต ซึ่งจากการที่ได้ฟังคุณพ่อมาตลอด หนูว่าหนูเข้าใจตลาดหุ้นดีมากขึ้นเยอะค่ะ หนูเริ่มสนุกและตื่นเต้นในทุกๆ ปี ตลาดหุ้นมีอะไรให้หนูเรียนรู้ตลอดเวลาเลยค่ะ มีทั้งปีที่ดี มีทั้งปีที่แย่ ตลาดหุ้นขึ้น ตลาดหุ้นลง ในแต่ละปีก็จะมีเรื่องราวแตกต่างกันไปค่ะ

อย่างในปีนี้ หนูลุ้นมากกว่าเดิม ว่าพอร์ตการลงทุนของหนูจะเป็นยังไงบ้าง เพราะหนูคิดว่า สถานการณ์รอบๆ ตัวน่าจะยังไม่ดีขึ้นเลย คุณพ่อคุณแม่ยังทำงานอยู่ที่บ้าน หนูออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกไม่ได้ หนูยังต้องเรียนหนังสือออนไลน์ผ่าน Khan Academy Kids ทุกวัน ยังไม่ได้กลับไปเรียน ไปเล่นกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนเลยค่ะ

สัปดาห์ที่แล้วคุณพ่อมาบอกว่า ให้หนูเตรียมตัวทำการบ้าน ด้วยการกลับไปอ่านบันทึกการลงทุนปีก่อนๆ ของหนูอีกครั้ง โดยเฉพาะบันทึกในปีที่ 3 ที่ผ่านช่วงตลาดหุ้นตกหนักๆ เพราะคุณพ่อบอกว่า หนูจะได้เข้าใจวัฏจักรตลาดหุ้น และอารมณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นค่ะ ก่อนมานั่งดูพอร์ตลงทุนครบ 4 ปี จะได้เห็นความเชื่อมโยงกัน

หนูกลับไปนั่งอ่านทบทวนแล้ว ก็พบว่าในแต่ละปีหนูได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เยอะมาก โดยเฉพาะบันทึกปีที่แล้ว คุณพ่อมีอะไรสอนเยอะเลยค่ะ คุณพ่อบอกว่า คนเราเรียนรู้จากความผิดพลาดได้มากกว่าความสำเร็จ ในปีที่ตลาดหุ้นขึ้น ทุกคนมักจะคิดว่าตนเองเป็นนักลงทุนที่เก่งกาจกันทั้งนั้น แต่เราจะรู้ได้จริงๆ ว่าคนไหนเก่งหรือไม่เก่งจากการที่พวกเขารับมือกับตลาดหุ้นในปีที่ตกหนักๆ มากกว่าค่ะ

ถ้าพี่ๆ คนไหนอยากเข้าไปอ่านบันทึกย้อนหลังของหนู เพื่อทบทวนความรู้และแง่คิดการลงทุนต่างๆตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ก็เข้าไปอ่านได้ที่

บันทึกปีที่ 1: แนวคิดการเริ่มต้นลงทุน

บันทึกปีที่ 2: การวัดผลตอบแทนการลงทุน

บันทึกปีที่ 3: วัฏจักรของตลาดหุ้น

วันนี้หนูคอยแอบดูคุณพ่อตั้งแต่เช้าว่า จะมีช่วงไหนให้หนูเข้าไปอ้อนแล้วถามเรื่องพอร์ตลงทุนของหนูได้บ้าง แต่เห็นคุณพ่อนั่งทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน เลยไม่กล้าเข้าไปกวน ปล่อยให้คุณพ่อทำงานไปก่อนดีกว่า ตอนเย็นๆ คุณพ่อว่างแล้ว หนูค่อยเข้าไปอ้อนถามคุณพ่อก็ได้

พอตอนเย็น คุณพ่อสั่งพิซซ่าของโปรดมาให้หนูทาน พอหนูทานเสร็จแล้ว หนูก็รีบบอกคุณพ่อเลยว่า “คุณพ่อขา วันนี้ครบรอบ 4 ปีที่คุณพ่อลงทุน Jitta Wealth ให้หนูแล้วนะคะ ตอนนี้พอร์ตหนูเป็นยังไงบ้างคะ หนูลุ้นมากเลยค่ะ เพราะดูสถานการณ์ต่างๆ ยังไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไร พอร์ตหนูติดลบมากไหมคะ”

คุณพ่อยิ้มหวานให้หนู พร้อมกับก้มลงมาจุ๊บแก้ม แล้วบอกหนูว่า “คุณพ่อดีใจจังที่ได้เริ่มลงทุนให้หนูตั้งแต่หนูเกิด และคอยสอนหนูเรื่องการลงทุนทุกๆ ปี ตอนนี้หนูเริ่มชอบการลงทุนขึ้นมาแล้วใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ คุณพ่อ หนูรู้สึกว่าการลงทุนมีเรื่องราวใหม่ๆ ให้หนูเรียนรู้ทุกๆ ปีเลยค่ะ แต่ถ้าให้ดีระหว่างเรียนรู้ หนูก็อยากจะเห็นพอร์ตหนูเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยนะคะคุณพ่อ” ไอวี่ตอบ

คุณพ่อหัวเราะเสียงดัง แล้วตอบกลับมาว่า “ไม่ต้องรีบร้อนนะคะ ในโลกของการลงทุนที่ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผล ถ้าเราโฟกัสที่เหตุ คือ การเรียนรู้และลงทุนอย่างถูกต้อง เดี๋ยวผลลัพธ์ ซึ่งคือ พอร์ตลงทุนก็จะเติบโตขึ้นเองค่ะ คนจำนวนมากที่ลงทุนแล้วผิดพลาด เพราะมักจะพยายามไปโฟกัสที่ผลลัพธ์ อยากให้พอร์ตโตเยอะๆ โดยไม่เคยสนใจที่เหตุ คือ การพัฒนาความรู้และทักษะการลงทุนให้ดีขึ้นค่ะ

“แล้วสรุปว่าพอร์ตหนูเป็นยังไงบ้างแล้วคะ” หนูเริ่มจะงอนแล้วนะคะ คุณพ่อไม่บอกหนูซะที ชอบให้หนูลุ้นตลอด

“โอเคค่ะ สาวน้อย เราไปนั่งดูพอร์ตของหนู และคุยกันในห้องทำงานคุณพ่อกันดีกว่าค่ะ” คุณพ่อพูดเสร็จ ก็กินพิซซ่าคำสุดท้าย แล้วก็เดินจูงมือหนูไปที่ห้องทำงาน

“เอาล่ะไอวี่ อย่างแรกเรามาดูภาพรวมตลาดหุ้นกันก่อนดีกว่า ว่าใน 1 ปีที่ผ่านมานั้น ตลาดหุ้นไทยเป็นยังไงบ้าง” คุณพ่อพูดเสร็จก็เปิดกราฟดัชนีตลาดหุ้นไทยหรือ SET Index ให้หนูดู

“ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานั้น ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1,342.85 จุด ณ 29 พฤษภาคม 2563 มาอยู่ที่ 1,581.98 จุด ณ 29 พฤษภาคม 2564 คิดเป็นผลตอบแทน 17.81% ถือว่าเป็นปีที่ตลาดให้ผลตอบแทนดีพอสมควรค่ะ และถ้าคิดจากจุดต่ำสุดช่วง Covid-19 เมื่อเดือนมีนาคม 2563 ถือว่าตลาดวิ่งกลับขึ้นมาแล้ว 53.02% ค่ะ”

“ว้าว ถ้าตลาดหุ้นบวกแบบนี้ พอร์ตหนู ก็น่าจะบวกด้วยใช่ไหมคะ อิอิ” ไอวี่ร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้น

“ใช่แล้วค่ะ ไม่ใช่แค่พอร์ตของไอวี่นะคะ ใครที่ได้ลงทุนในช่วงเวลานี้ ก็น่าจะได้รับผลตอบแทนที่ดีทุกคนเลยค่ะ เหมือนที่คุณพ่อเคยสอนไว้คราวที่แล้วใช่ไหมคะว่า การลงทุนช่วงหลังวิกฤตจะให้ผลตอบแทนที่ดี ดังนั้นเราควรจะต้องมี Mindset ในการลงทุนที่ถูกต้อง เข้าใจวัฏจักรตลาดหุ้นให้ถ่องแท้ เราจะได้กล้าลงทุนในยามที่หุ้นตกหนักๆ และคนอื่นๆ กลัวกันหมดค่ะ

ผลตอบแทนการลงทุนของไอวี่ปีที่ 4

29 พฤษภาคม 2563 – 29 พฤษภาคม 2564

  • ไอวี่: +39.92%
  • SET: +17.81%
  • ผลต่าง: +22.12%
Jitta Wealth

“ถ้าลองมาดูพอร์ตของไอวี่ในช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมานั้น จะเห็นว่าพอร์ตมีการเติบโตขึ้นมากเลยค่ะ โดยเงินลงทุนตอนสิ้นขวบปีที่ 3 อยู่ที่ 944,688 บาท ตอนนี้เติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 1,321,851 บาท หรือโตถึง 39.92% ค่ะ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นที่บวก 17.81% แล้ว ถือว่าพอร์ตไอวี่เติบโตมากกว่าถึง 22.12% เลยค่ะ โตมากกว่าตลาดหุ้นเป็นเท่าตัวเลยค่ะ”

“และถ้านับจากจุดต่ำสุดในช่วง Covid-19 นั้น พอร์ตไอวี่เติบโตขึ้นมาถึง 86.99% เทียบกับตลาดหุ้นที่โตแค่ 53.02% ถือว่า พอร์ตไอวี่เติบโตสูงมากค่ะ และดีที่หนูไม่ได้ตัดสินใจขายออกไปตอนที่หุ้นตกหนักๆ ไม่อย่างนั้นหนูก็จะพลาดโอกาสที่งดงามแบบนี้ไปได้ค่ะ” คุณพ่อพูดจบก็ส่งยิ้มกว้างให้กับหนู

“ที่สำคัญถ้าไอวี่ลองดูกราฟดัชนีตลาดหุ้นเทียบกับพอร์ตไอวี่ จะเห็นว่า ช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ตลาดหุ้นร่วงลงไปหนักพอสมควร แต่พอร์ตไอวี่กลับทรงตัวไว้ได้และค่อยๆ โตขึ้นในช่วงเวลานั้นด้วยค่ะ ไอวี่ทราบไหมว่าเป็นเพราะอะไร” คุณพ่อถามและหันมามองหน้าหนูอย่างตั้งใจ

“เพราะว่ากลยุทธ์ Jitta Ranking ที่หนูลงทุนนั้น เน้นลงทุนใน ‘หุ้นดี ราคาถูก’ ใช่ไหมคะ ดังนั้นต่อให้ตลาดหุ้นตก แต่ถ้าหุ้นที่เราลงทุนยังคงมีการเติบโตที่ดีอยู่ ราคาหุ้นเหล่านั้นก็เพิ่มขึ้นได้ ทำให้พอร์ตหนูโตสวนตลาดได้ ถูกไหมคะ คุณพ่อ” หนูตอบอย่างมั่นใจ เพราะหนูไปอ่านทบทวนและทำการบ้านมาแล้ว

“ใช่แล้วค่ะ ลูกรัก ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคมนั้น คนยังคงมีความกังวลถึงผลกระทบจาก กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักไปจากการระบาดของ Covid-19 ซึ่งทำให้หุ้นหลายๆ ตัวที่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยว การส่งออก ธนาคาร หลายๆ ตัวถูกเทขายออกมา กดดันให้ดัชนีตลาดหุ้นลดลง แต่ก็มีหุ้นหลายๆ ตัวที่แสดงออกให้เห็นชัดเจนแล้วว่า ไม่ค่อยได้รับผลกระทบเชิงลบมาก ยังคงมีรายได้และกำไรที่เติบโตขึ้น ราคาหุ้นเหล่านั้นก็ยังคงสูงขึ้นได้ และแน่นอนว่า Jitta Wealth ช่วยค้นหาและลงทุนในหุ้นกลุ่มนั้นให้หนูนั่นเองค่ะ เลยทำให้พอร์ตหนูเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา”

“ไอวี่รักคุณพ่อที่สุดเลยค่ะ หนูรู้ว่า คุณพ่อและทีมงานทุกคนตั้งใจสร้าง Jitta ขึ้นมา เพื่อให้นักลงทุนทั่วโลกสามารถนำข้อมูล Jitta Ranking ไปใช้ในการลงทุนได้ฟรีๆ มันเท่มากเลยค่ะ โตขึ้นมาหนูฝันว่าหนูอยากจะทำอะไรเจ๋งๆ แบบนี้ให้คนทั่วโลกใช้บ้างจังเลยค่ะ” พูดเสร็จ หนูก็หันไปจุ๊บแก้มคุณพ่อหนึ่งฟอดใหญ่ๆ

“เอาล่ะ ที่เราเพิ่งดูกันไปคือ ผลตอบแทนของไอวี่ในปีที่ 4 ปีเดียวนะคะ ต่อไปเราต้องมาดูผลตอบแทนรวมและผลตอบแทนทบต้นของไอวี่ตั้งแต่ลงทุนมาด้วยค่ะ จะได้รู้ว่าผลงานเราเป็นยังไงบ้าง ไอวี่จำได้ใช่ไหมคะว่า ผลตอบแทนแต่ละแบบคืออะไร”

“จำได้แม่นเลยค่ะคุณพ่อ เพราะหนูเพิ่งอ่านบันทึกการลงทุนในปีที่ 2 มาค่ะ ผลตอบแทนรวมคือ ผลตอบแทนที่ทำได้ทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงระยะเวลา แต่ผลตอบแทนทบต้นจะนำเวลามาคิดด้วยเพื่อให้เห็นว่า เราทำผลตอบแทนได้เท่าไรต่อปีค่ะ”

“เยี่ยมมากค่ะ ลูกรัก งั้นเดี๋ยวคุณพ่อสรุปตัวเลขให้ดูเลยนะคะ”

ผลตอบแทนไอวี่ย้อนหลัง 4 ปี

ไอวี่เริ่มลงทุนมาตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 จนถึงวันนี้ก็ 4 ปีแล้วนะคะ โดยไอวี่มีผลตอบแทนแต่ละปีดังนี้ค่ะ

  • ปีที่ 1: +20.18%
  • ปีที่ 2: -9.97%
  • ปีที่ 3: -12.87%
  • ปีที่ 4: +39.92%

เงินลงทุนเริ่มต้น 1,000,000 บาท

มูลค่าพอร์ต ณ สิ้นปีที่ 4 1,321,851 บาท

Jitta Wealth

เงินลงทุนเริ่มต้นอยู่ที่ 1 ล้านบาท ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาเป็น 1,321,851 บาท เท่ากับผลตอบแทนรวมอยู่ที่ +32.19% ค่ะ เมื่อคิดเป็นผลตอบแทนทบต้นอยู่ที่ +7.22% ต่อปีค่ะ

“ว้าว ปีที่แล้วผลตอบแทนรวมกับผลตอบแทนทบต้นของหนูยังติดลบอยู่เลย ปีนี้กลับมาบวกมากขนาดนี้เลยเหรอคะ หนูซื้อตุ๊กตาเจ้าหญิงได้หลายตัวเลยค่ะ” หนูร้องด้วยความดีใจ

“ตอนนี้ไอวี่เข้าใจที่คุณพ่อเคยสอนแล้วค่ะว่า เวลาลงทุนในตลาดหุ้นเราต้องวัดผลกันยาวๆ ไม่ได้ดูกันแค่ปีสองปี เพราะตลาดหุ้นมีความผันผวนมาก บางปีอาจจะขาดทุนมาก แต่บางปีก็กำไรมาก แต่ถ้าเราลงทุนอย่างถูกต้องในระยะยาวเราจะกำไรเอง” หนูพูดอย่างตื่นเต้น

“ใช่แล้วค่ะ และไอวี่ก็คงจะเห็นแล้วว่า ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่หนูทำผลตอบแทนได้สูงสุดตั้งแต่ลงทุนมาเลยนะคะ บวกถึง +39.92% และแน่นอนว่า นี่คือ รางวัลที่หนูได้กลับมาจากการมีทัศนคติที่ดี และ ถือครองการลงทุนทั้งหมดผ่านช่วงวิกฤตมาได้” คุณพ่อสอนมุมมองและทัศนคติ เมื่อตลาดหุ้นตกค่ะ

“ขอบคุณที่ชมหนูนะคะ หนูรู้สึกเก่งมากเลยค่ะคุณพ่อ แต่หนูว่าที่หนูทำได้นี่ เพราะ Jitta Wealth ช่วยทำให้หรือเปล่าคะ หนูไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ” หนูพูดไปหัวเราะไป

“ก็จริงนะคะ” คุณพ่อหัวเราะตามไปกับหนูด้วย

“แต่หนูก็ยังดีใจมากไม่ได้ใช่ไหมคะ แม้ว่าพอร์ตของหนูจะเป็นบวกแล้ว เพราะคุณพ่อบอกว่า เราต้องเปรียบเทียบการลงทุนของเรากับตลาดหุ้นโดยรวมด้วย เพราะถ้าพอร์ตเราเป็นบวก แต่บวกน้อยกว่าตลาดหุ้น อันนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าดีใจเท่าไร”

“ใช่ค่ะ ซึ่งถ้าเราดูผลตอบแทนตลาดหุ้นไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เราก็จะเห็นตัวเลขผลตอบแทนดังนี้ค่ะ”

ผลตอบแทน SET

  • ปีที่ 1: +10.61%
  • ปีที่ 2: -6.64%
  • ปีที่ 3: -17.08%
  • ปีที่ 4: +17.81%

ผลตอบแทนรวม +0.88%

ผลตอบแทนทบต้นต่อปี +0.22%

Jitta Wealth

“จะเห็นว่าตอนนี้พอร์ตของไอวี่เติบโตแซงหน้าดัชนีไปได้พอสมควรเลยค่ะ แต่อย่างที่คุณพ่อเคยบอกไว้แล้วว่า การเทียบกับดัชนี SET นี้เป็นการเทียบอย่างง่าย เพราะตัวดัชนีนั้นไม่ได้มีการรวมเงินปันผลเข้าไปด้วย ในขณะที่พอร์ตของไอวี่มีการรวมเงินปันผลและหักค่าธรรมเนียมต่างๆ ของกองทุนออกมาด้วย”

“ดังนั้นเพื่อจะเทียบให้ถูกต้องมากขึ้น เราต้องนำผลตอบแทนไปเทียบกับกองทุนดัชนีที่ลงทุนในดัชนีตลาดหุ้นไทย ที่มีการรวมปันผลและคิดค่าธรรมเนียมต่างๆ ว่าเป็นยังไง ซึ่งในที่นี้คุณพ่อก็ขอนำผลตอบแทนของกองทุนดัชนีตลาดหุ้นไทยแบบรวมปันผลหรือ SET TRI (Total Return Index) มาเทียบให้ดูด้วยนะคะ”

ผลตอบแทนกองทุนรวม SET TRI

  • ปีที่ 1: +13.07%
  • ปีที่ 2: -3.66%
  • ปีที่ 3: -14.82%
  • ปีที่ 4: +14.94%

ผลตอบแทนรวม +6.66%

ผลตอบแทนทบต้นต่อปี +1.62%

Jitta Wealth

เปรียบเทียบผลตอบแทนของไอวี่เทียบกับ SET และ กองทุนดัชนี

เงินลงทุนเริ่มต้น 1,000,000 บาท

Jitta Wealth

“ถึงตอนนี้เราก็สามารถดีใจกันได้แล้วค่ะ เพราะเมื่อเทียบกันแล้ว หลังจากที่ลงทุนมาแล้ว 4 ปี พอร์ตไอวี่มีการเติบโตที่ดีกว่าการเติบโตของตลาดหุ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ” คุณพ่อเปรียบเทียบผลตอบแทนจากดัชนีต่างๆ ให้หนูดูด้วยค่ะ

“มีคำพูดของ Warren Buffett คำนึงที่คุณพ่อชอบมากก็คือ ‘Predicting rain does not count, building arks does’ หมายถึงว่า การพยายามคาดเดาว่า ตลาดหุ้นตกตอนไหนไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือ การสร้างพอร์ตลงทุนที่ทนทานต่อวิกฤตต่างๆ มากกว่า เพราะถ้าพอร์ตลงทุนเราแข็งแรงแล้ว ตลาดหุ้นจะเกิดวิกฤต หรือจะตกลงมากี่ครั้ง พอร์ตลงทุนเราก็จะกลับมาเติบโตขึ้นมากกว่าเดิมได้เสมอ เมื่อวิกฤตนั้นผ่านพ้นไปค่ะ ซึ่งไอวี่ก็จะเห็นแล้วใช่ไหมคะว่า หลังวิกฤตปีแล้ว ตอนนี้พอร์ตไอวี่บวกกลับมาได้เยอะเลย ถือเป็นจุดสูงสุดใหม่ของพอร์ตเลยก็ว่าได้ค่ะ”

“อีกอย่างนึงที่เป็นบทเรียนให้กับเราตรงนี้ได้คือ ไอวี่จะเห็นว่า ตอนสิ้นปีที่ 3 พอร์ตไอวี่ยังติดลบอยู่พอสมควรเลย เป็นบางคนอาจจะรู้สึกท้อและอาจจะเลิกลงทุนไปแล้วก็ได้ แต่ถ้าเราอดทนต่อได้อีก 1 ปี พอร์ตกลับกลายเป็นบวกเยอะมากเลยใช่ไหมคะ ดังนั้นถ้าเราอยากจะลงทุนในหุ้นจริงๆ เราควรจะให้เวลาลงทุนอย่างน้อย 5 ปี หรือ ให้ดีก็ 10 ปีค่ะ เพื่อให้พอร์ตเราผ่านช่วงตลาดขาขึ้นและขาลงให้ครบก่อน เราจะได้รับผลตอบแทนจากกลยุทธ์การลงทุนจริงๆ ของเราค่ะ

“ตอนนี้ไอวี่ลงทุนในตลาดหุ้นมา 4 ปี เรียกว่าเกือบครึ่งนึงของวัฏจักรตลาดหุ้น 10 ปีแล้วนะคะ คุณพ่อคิดว่าหนูได้เรียนรู้อะไรเยอะมากจากความผันผวนของตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคุณพ่อก็อยากจะย้ำให้หนูเข้าใจอีกทีว่า เราไม่จำเป็นต้องรอเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มลงทุนหรอกค่ะ การลงทุนก็เหมือนสุขภาพ ถ้าคิดว่าจะทำแล้ว อย่ารอช้าให้ทำไปเลย แล้วค่อยๆ หมั่นปรับปรุงพัฒนาวิธีการลงทุน คอยปรับพอร์ตให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถ้าหลักการของเราถูกต้อง พอร์ตเราก็จะเติบโตขึ้นเองค่ะ” คุณพ่อกำลังบอกว่า การจับจังหวะลงทุนและรอเวลา อาจจะทำให้เราเสียโอกาสได้ค่ะ

“และที่สำคัญ แม้ว่าตอนนี้ตัวเลขผลตอบแทนทบต้นของไอวี่จะอยู่ที่ 7.22% ต่อปี แต่ถ้ามาลองดูให้ดีจะเห็นว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้เป็นช่วงที่ดีสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเลยค่ะ เพราะมีปีที่ตลาดเป็นขาลงติดลบถึง 2 ปี และมี 1 ปีที่ตลาดเกิดวิกฤตหนักๆ ด้วยค่ะ”

โดยเฉลี่ยแล้วในทุกๆ 10 ปี ตลาดหุ้นมักจะขึ้น 7 ปี และลง 3 ปี ซึ่งตอนนี้ไอวี่ผ่านช่วงตลาดขาลงมาแล้ว 2 ปี ใน 4 ปีแรก คุณพ่อเลยคิดว่าในอีก 6 ปีข้างหน้านั้น พอร์ตไอวี่น่าจะมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นอีกมากแน่นอนค่ะ เพราะน่าจะเจอตลาดขาขึ้นมากกว่าขาลงแล้วค่ะ”

คุณพ่อสอนไอวี่ว่า ไม่มีกลยุทธ์ไหนที่สามารถเอาชนะตลาดหุ้นตลอดเวลาได้ เพราะในระยะสั้นๆ ตลาดหุ้นคือ สิ่งที่เปลี่ยนไปมาตามความคิดและอารมณ์ของนักลงทุน แต่ในระยะยาวตลาดจะมีความสมเหตุสมผลในตัวเองเสมอ ซึ่งกลยุทธ์ลงทุนที่ดีในระยะยาวก็จะสามารถทำผลตอบแทนชนะตลาดได้ เหมือนที่ Jitta Ranking พิสูจน์เรื่องนี้ให้เราเห็นกันแล้วในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาค่ะ ดังนั้นเวลาเราจะลงทุน เราควรจะต้องศึกษาและทำความเข้าใจกลยุทธ์ที่เราใช้ลงทุนให้ดี เพราะเราควรจะต้องอดทนอยู่กับกลยุทธ์นั้นไปหลายๆ ปีกว่าจะเห็นผลค่ะ

“คุณพ่อคะ แต่ไอวี่ขอถามนิดนึงได้ไหมคะ ว่าทำไมพอร์ตของไอวี่ถึงมาเติบโตช่วงหลังวิกฤตได้ดีคะ เพราะหนูเห็นตอนตลาดหุ้นตก พอร์ตหนูก็ตกพอๆ กับตลาดหุ้นนี่คะ แสดงว่าตอนช่วงที่เกิดวิกฤตนี่ พอร์ตหนูต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างแน่ๆ เลย ใช่ไหมคะ”

“เป็นคำถามที่ดีมากค่ะ คือว่า ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้นะคะ” คุณพ่อเตรียมตัวอธิบายละ น่าจะยาวแน่นอน 

“สิ่งหนึ่งที่ Jitta Wealth คอยช่วยจัดการให้กับนักลงทุน ก็คือ การคอยปรับเปลี่ยนหุ้นในพอร์ตให้ค่ะ อย่างในกรณีของกลยุทธ์ Jitta Ranking ที่ไอวี่ลงทุนนั้น ทางระบบจะคอยดูแลและปรับหุ้นในพอร์ตให้ทุกๆ 3 เดือนค่ะ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า หุ้นที่เราถืออยู่นั้นจะเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดีและราคาไม่แพงอยู่เสมอค่ะ

“ดังนั้นในช่วงปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ตลาดหุ้นตกช่วงวิกฤต จนตลาดหุ้นค่อยๆ กลับฟื้นตัวขึ้นมา ในระหว่างนั้นระบบของ Jitta Wealth ก็จะคอยปรับพอร์ตและคัดเลือกหุ้นดีๆ ที่ยังแข็งแกร่งท่ามกลางวิกฤตให้กับหนูอยู่เสมอค่ะ เลยเป็นเหตุผลให้พอร์ตหนูกลับมาเติบโตได้เร็วกว่าตลาดหุ้นโดยเฉลี่ยค่ะ”

“ยังไงนะคะคุณพ่อ หนูยังมองภาพตามคุณพ่อไม่ออกค่ะ” หนูถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร

“ไอวี่ลองคิดตามแบบนี้ก็ได้ค่ะ ในช่วงที่ตลาดหุ้นตกลงมาหนักๆ นั้น สมมติว่า หุ้นทุกตัวราคาตกลงมา 50% เท่ากันหมด แต่ละหุ้นก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไม่เหมือนกัน บางหุ้นอาจจะมีรายได้และกำไรลดลงมากในช่วงวิกฤต ในขณะเดียวกันก็จะมีหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตและกิจการยังมีรายได้และกำไรเติบโตดีอยู่

“เมื่อนักลงทุนเริ่มกลับมาซื้อหุ้นหลังจากที่ตกลงมา 50% แล้วนั้น นักลงทุนที่ฉลาดก็จะไปเลือกซื้อหุ้นที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากวิกฤต และบริษัทยังคงเติบโตได้ดีอยู่ ทำให้ราคาหุ้นเหล่านี้กลับมาได้เร็วกว่า หุ้นที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตค่ะ”

“ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ Jitta Wealth คอยช่วยเรานั่นเอง คือ การวิเคราะห์หุ้นทุกตัวในตลาดหุ้น แล้วปรับพอร์ตให้เราไปถือหุ้นที่ยังคงมีการเติบโตและราคาไม่แพงอยู่เสมอ ยิ่งในช่วงหลังวิกฤตหุ้นเหล่านี้ก็จะยิ่งมีราคาขึ้นได้สูง ทั้งจากราคาที่ตกลงไปมากอย่างไม่สมเหตุสมผล และจากการเติบโตของรายได้และกำไรที่บริษัททำได้ในช่วงที่ตลาดหุ้นค่อยๆ ปรับตัวขึ้น ทำให้ตอนนี้พอร์ตของไอวี่กลับมาเติบโตได้สูงกว่าก่อนเกิดวิกฤตแล้ว ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นยังคงอยู่ต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตนั่นเองค่ะ”

“แล้วทำไมกลยุทธ์ Jitta Ranking ถึงต้องปรับพอร์ตทุกๆ 3 เดือนล่ะคะคุณพ่อ” หนูถามด้วยความสงสัย

“เพราะว่าโดยปรกติแล้ว บริษัทจดทะเบียนจะส่งงบการเงินทุกๆ 3 เดือนค่ะ ซึ่งทำให้ Jitta สามารถนำงบการเงินมาประมวลผลได้ว่า หุ้นแต่ละตัวมีพื้นฐานกิจการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง เมื่อเทียบกับมูลค่าที่แท้จริง แล้วก็จะเลือกลงทุนในหุ้นที่น่าลงทุนที่สุดให้หนูอยู่เสมอค่ะ”

“เข้าใจแล้วค่ะคุณพ่อ หนูโชคดีจังเลยที่มี Jitta Wealth คอยจัดการทุกอย่างให้หมดเลย หนูคิดไม่ออกเลยว่า ถ้าหนูต้องทำทุกอย่างด้วยตนเอง หนูจะลงทุนได้ดีแบบนี้หรือเปล่าค่ะ การลงทุนนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะคะ”

“จริงค่ะ การลงทุนเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะง่าย แต่จริงๆ แล้วมีรายละเอียดเยอะมาก นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องเป็นคนที่มีเหตุมีผล วิเคราะห์ข้อมูลได้ดี และต้องมีวินัยอย่างสูง ไม่ต่างจากนักกีฬามืออาชีพเลยค่ะ” 

“คุณพ่อขา แล้วนอกเหนือจากกลยุทธ์ Jitta Ranking ที่คุณพ่อเลือกลงทุนให้หนู ตัว Jitta Wealth นี่ยังมีกลยุทธ์การลงทุนแบบอื่นๆ อีกไหมคะ เหมือนปีที่แล้วหนูเห็นคุณพ่อกับเพื่อนๆ ทำงานกันเยอะมากๆ และคุณพ่อบอกหนูว่า กำลังพัฒนา Jitta Wealth ให้ช่วยเหลือนักลงทุนให้ได้มากขึ้นไปอีกใช่ไหมคะ” หนูถามด้วยความอยากรู้ เผื่อคุณพ่อจะเปิดพอร์ตลงทุนใหม่ให้หนูอีกสักพอร์ตค่ะ อิอิ

คุณพ่อส่งยิ้มหวานมาให้ก่อนจะตอบว่า “ใช่แล้วค่ะ เนื่องจากปีที่แล้ว เป็นปีที่ตลาดหุ้นผันผวนอย่างมาก โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่โดนผลกระทบจาก Covid-19 เต็มๆ เศรษฐกิจซบเซา นักลงทุนหลายๆ คนต้องการจะกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศ เพราะคิดว่าน่าจะสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าในระยะยาว และหลายๆ คนก็มาถามคุณพ่อว่า ช่วยสร้างระบบที่ทำให้การลงทุนต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายๆ หน่อยได้ไหม”

“คุณพ่อจึงได้เพิ่มกลยุทธ์การลงทุนใหม่อีก 2 แบบเข้ามาในตัวแพลตฟอร์ม Jitta Wealth เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การลงทุนของนักลงทุนแต่ละคนได้มากขึ้นค่ะ”

“ซึ่งกลยุทธ์แบบแรกคือ Global ETF ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่มีการกระจายการลงทุนไปยังทรัพย์สินดีๆทั่วโลก เช่น หุ้นในธุรกิจดีๆ พันธบัตร และ หุ้นกู้ โดยใช้หลักการ Modern Portfolio Theory และใช้เทคโนโลยีมาจัดสัดส่วนเงินลงทุนในทรัพย์สินต่างๆ ให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการได้ ภายใต้ความเสี่ยงที่ต่ำที่สุดค่ะ”

“อีกกลยุทธ์หนึ่งก็คือ Thematic ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในกลุ่มธุรกิจดีๆ ที่กำลังเติบโต เช่น กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสุขภาพ กลุ่มอีคอมเมิร์ช เป็นต้น จากนั้นทาง Jitta Wealth ก็จะใช้เทคโนโลยีจัดพอร์ตลงทุนและคอยปรับสัดส่วนเงินลงทุนในแต่ละกลุ่มให้สมดุลกันอยู่เสมอ เพื่อลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นของพอร์ตค่ะ”

“นอกจากนี้ สำหรับกลยุทธ์ Jitta Ranking เองนั้น ก็ได้มีการขยายการลงทุนไปในต่างประเทศเช่นเดียวกันค่ะ โดยนอกจาก ตลาดหุ้นไทยแล้ว นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนตาม Jitta Ranking ได้ใน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ และ ตลาดหุ้นเวียดนาม ค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวคุณพ่อจะมีลงทุนเพิ่มให้หนูในกลยุทธ์อื่นๆ บ้างไหมคะ” หนูอ้อนคุณพ่อทันที

“แน่นอนค่ะ ตอนนี้คุณพ่อก็มีลงทุนใน Global ETF และ Thematic และ Jitta Ranking เวียดนาม เพิ่มให้กับไอวี่และน้องมิล่าแล้วค่ะ เดี๋ยวไว้ถ้ามีโอกาสอาจจะได้มารีวิวให้ฟังกันอีกทีนะคะ แต่ถ้าตอนนี้ไอวี่อยากจะลองไปอ่านเพิ่มเติมก่อนว่าแต่ละกลยุทธ์เป็นยังไง ก็เข้าไปอ่านได้ที่ Jittawealth.com นะคะ หรือจะไปฟังวิดีโอที่คุณพ่ออธิบายเลยก็ได้ที่ Jitta Wealth Exclusive Q&A with CEO ประจำเดือนพฤษภาคม 2564

“โอเคค่ะ คุณพ่อ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ หนูจะลองเข้าไปดูวิดีโอที่คุณพ่อพูดนะคะ หนูชอบฟังเวลาคุณพ่ออธิบายค่ะ เข้าใจง่ายดี” ไอวี่คิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ ทานข้าวเช้าเสร็จจะเข้าไปดูเลยค่ะ 

คุณพ่อหันมามองหน้าหนู เห็นหนูยิ้มอย่างมีความสุข เลยพูดต่อขึ้นมา “วันนี้คิดว่าไอวี่น่าจะรู้สึกมีความสุขมากใช่ไหมคะที่เห็นพอร์ตของตัวเองมีผลตอบแทนที่ดีแล้ว ก็ขอให้ไอวี่คิดไว้เสมอว่า การลงทุนเราจะต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ในช่วงที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้อย่างมากตอนตลาดผันผวน มูลค่าพอร์ตลงทุนลดลงเยอะๆ มาแล้ว ในปีที่เราได้ผลตอบแทนเยอะๆ เราก็จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดและการจัดการกับอีโก้และอารมณ์ของตนเอง เพื่อให้เราไม่ประมาทจนต้องเสียเงินคืนให้ตลาดไปจนหมดนะคะ

“อย่างที่คุณพ่อสอนเสมอว่า ในการลงทุนพยายามโฟกัสที่แนวทางและกระบวนการลงทุนให้ถูกต้อง เดี๋ยวพอร์ตลงทุนก็จะเติบโตขึ้นเองค่ะ ซึ่งถ้าหากไอวี่อยากลงทุนได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ก็ขอให้โฟกัสที่ 3 ข้อนี้เสมอๆ นะคะ”

  • เลือกทรัพย์สินในการลงทุนที่ดี มีโอกาสเติบโตในระยะยาวสูง
  • จัดพอร์ตและกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
  • ลงทุนทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ
Jitta Wealth

“ได้เลยค่ะ คุณพ่อ ในอนาคตเวลาหนูเริ่มลงทุนด้วยตนเองได้แล้ว หนูจะปฏิบัติตามคำสอนของคุณพ่ออย่างเคร่งครัดเลยค่ะ” ไอวี่บอกกับคุณพ่อค่ะ

“เอาล่ะ วันนี้คุณพ่อว่าพอแค่นี้กันก่อนนะคะ เดี๋ยวไอวี่จะได้ไปอาบน้ำเตรียมเข้านอนค่ะ แล้วพรุ่งนี้หนูค่อยกลับมาทบทวนสิ่งที่เราคุยกันไปวันนี้ แล้วถ้ามีคำถามอะไรก็ค่อยมาถามคุณพ่อต่อนะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะ คุณพ่อ ไอวี่รักคุณพ่อที่สุดเลยนะคะ คุณพ่อคอยสอนเรื่องราวสนุกๆ ให้หนูได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่เสมอเลยค่ะ”

“คุณพ่อก็รักไอวี่นะคะ” คุณพ่อพูดเสร็จแล้วก็หันมาจุ๊บหนู 1 ที แล้วก็ปล่อยให้หนูไปอาบน้ำแต่งตัวเข้านอน

Jitta Wealth

อ่านบันทึกของน้องไอวี่ย้อนหลัง

Jitta Ranking – บันทึกพอร์ตลงทุนของหนูไอวี่ ปี 1

Jitta Ranking – บันทึกพอร์ตลงทุนของหนูไอวี่ 2 ปีแรก

Jitta Ranking – บันทึกพอร์ตลงทุนของหนูไอวี่ 3 ปีแรก

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด