3 Thematic ETF ฟื้นตัว ถึงเวลาลงทุนหรือยัง?

2 กันยายน 2565DIYOptimizeThematic

ไฮไลต์

  • ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนหนักแต่ก็ยังมีโอกาสลงทุนที่น่าสนใจ ธีมเมกะเทรนด์ 3 ธีมฟื้นตัวอย่างร้อนแรงภายตั้งแต่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นมา หลายบริษัทมีผลประกอบการดีเกินคาด และมีลมใต้ปีกช่วยเร่งการลงทุนหลายอย่าง
  • ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นสูง เทรนด์ ‘พลังงานสะอาด’ จึงถูกจับตามองจากทั่วโลก คาดว่าในปี 2573 สัดส่วนการใช้รถ EV จะมากกว่ารถยนต์เชื้อเพลิงปกติ ส่งผลดีต่อ ‘ธีมพลังงานสะอาดจีน’ และ ’ธีมลิเธียมและแบตเตอรี่’
  • สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้านเฮลท์แคร์ของโลกก็จริง แต่จีนกำลังเป็นม้ามืดที่ก้าวขึ้นมาอย่างเงียบๆ จากจำนวนประชากรอันมหาศาล ต้นทุนการผลิตที่ต่ำ และระบบประกันสุขภาพที่ได้รับการพัฒนา จึงทำให้ ‘ธีมบริการสุขภาพจีน’ เป็นอีกธีมที่ฟื้นตัวแรง

ตลาดหุ้นปี 2565 ให้การต้อนรับนักลงทุนมือใหม่ได้เป็นอย่างดี เพราะมีทั้งเงินเฟ้อที่พุ่งสูง สงคราม ที่ทำให้เกิดความผันผวนที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมต่างๆ จนกระทบต่อราคาหุ้นเติบโตในการลงทุนแผน Thematic ETF อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากคุณเข้าไปที่หน้า ธีมลงทุนทั้งหมดของ Jitta Wealth คุณจะเห็นว่าเกือบทุกธีมมีผลตอบแทนติดลบเมื่อวัดตั้งแต่เริ่มปี ทำเอาหลายคนไม่อยากจะเข้ามาดูว่าธีมที่ลงทุนไว้ราคาเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน 

แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ เพราะทีมงาน Jitta Wealth แอบเห็นนักลงทุนหลายคนย่องไปลงทุนธีมเมกะเทรนด์บางธีมในช่วงที่ราคาถูก และในตอนนี้คนที่ช้อนซื้อในช่วงนั้นก็คงยิ้มออก เพราะหลายๆ ธีมเริ่มให้ผลตอบแทนเป็นบวกกันบ้างแล้ว จากแนวโน้มเงินเฟ้อเริ่มลดลง ผลประกอบการหุ้นเทคโนโลยีหลายบริษัทออกมาดีเกินคาด และธีมเก่าแก่ที่ไม่มีวันตายอย่างเฮลท์แคร์ก็เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด

บรรยากาศลงทุนในปี 2565 เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น และมีโอกาสที่คุณจะขึ้นรถพาพอร์ตเติบโตไปจนจบปี แต่การจะไล่ดูว่าธีมไหนที่เริ่มฟื้นตัวต้องใช้แรงกายแรงใจสูง 

แต่เราจะมาช่วยประหยัดเวลาให้คุณ เพราะวันนี้เรารวบรวม 3 ธีมที่ฟื้นตัวแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 มาเจาะลึกให้คุณดู รวมถึงเหตุผลที่ทำไมธีมเหล่านี้ถึงฟื้นตัวแรงในเวลาสั้นๆ 

ถ้าพร้อมแล้วไปพบกับ 3 ธีมที่ฟื้นตัวแรงที่สุดในช่วงเวลานี้กันได้เลย 

3 ETF ฟื้นตัว ล้วนมาจาก ‘จีน’

ขณะที่ตลาดทั่วโลกผันผวน แต่ประเทศนึงที่ค่อยๆ เสริมเขี้ยวเล็บอย่างเงียบๆ ราวกับพยัคฆ์ที่กำลังจ้องหาจังหวะตะครุบเหยื่อก็คือ ‘จีน’ ที่เร่งปลุกปั้นตัวเองให้ก้าวสู่ตำแหน่งมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก

สาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกพุ่งสูงมาจากราคาพลังงาน เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซหุงต้ม ที่จับมือกันปรับตัวขึ้นอย่างไม่มีอะไรมากั้น หากเป็นในอดีต ผู้คนก็คงจำใจยอมเสียเงินเพื่ออุปโภคพลังงานเหล่านี้ต่อไป แต่ในปัจจุบันโลกเรามีทางเลือกอื่นที่เป็นเมกะเทรนด์อย่างชัดเจนแล้ว

ทางเลือกดังกล่าว ก็คือ ‘พลังงานสะอาด’ ที่ทั่วโลกกำลังโหมลงทุนเต็มที่ และในอนาคตมีแนวโน้มว่ารถยนต์ใหม่จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือ Electric Vehicle (EV) แทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบเดิมทั้งหมด

ผู้นำทั้งในอุตสาหกรรมรถ EV และพลังงานสะอาดของโลกก็คือ ‘จีน’ ทำให้ธีมที่ฟื้นตัวแรงที่สุดตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 26 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมาก็คือ ธีมพลังงานสะอาดจีน (KGRN) นั่นเอง

ETF ฟื้นตัว: KGRN พลังงานสะอาดจีน (ผลตอบแทน +21.54%)

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากระแสพลังงานสะอาดกำลังมาแรงจากเรื่องวิกฤตพลังงานในยุโรป และเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emission) ภายในปี 2593 ที่ทั่วโลกตกลงร่วมกัน และประเทศที่เป็นผู้นำด้านการผลิตชิ้นส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดของโลกก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น ’จีน’ 

กองทุน KGRN ETF จะลงทุนในหุ้นประมาณ 50 บริษัทที่มีรายได้อย่างน้อย 50% จากผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดขึ้น ทีมงานได้นำตัวอย่างบริษัทที่ KGRN มีสัดส่วนลงทุนมากที่สุด 3 บริษัท มาเจาะลึกให้คุณดู

Li Auto

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนที่พัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังทำธุรกิจการพัฒนาเทคโนโลยีและบริการด้านการจัดการองค์กร ตลอดจนการจัดซื้ออุปกรณ์การผลิตด้วย แต่รายได้ส่วนใหญ่มาจากการผลิตและจำหน่ายรถ EV เป็นหลัก

NIO

บริษัทผู้ผลิต EV จากจีนอีกแห่งที่ทำธุรกิจให้บริการจัดหาแพ็คเกจพลังงานและบริการให้กับผู้ใช้ด้วย บริษัทมีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดอย่างเต็มรูปแบบ

BYD Company Limited

บริษัทผู้ผลิตรถ EV ยักษ์ใหญ่ของจีนที่ทำยอดส่งมอบรถยนต์ประเภท PHEV และ BEV แซงหน้าผู้นำในด้านนี้อย่าง Tesla ไปแล้ว

BYD เริ่มขยายธุรกิจการผลิตและจำหน่ายรถ EV ออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อเพิ่มทางเลือกรถ EV ในราคาที่จับต้องได้ให้กับผู้ที่สนใจ ไม่เว้นแม้แต่ในไทยที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน

ETF ฟื้นตัว

ETF ฟื้นตัว: LIT ลิเธียมและแบตเตอรี่ (ผลตอบแทน +15.73%)

ธีมพลังงานสะอาดจีนที่ฟื้นกลับมาอย่างแข็งแกร่งย่อมส่งผลดีต่อธีมที่ได้ประโยชน์ต่อเนื่องด้วย คุณรู้หรือไม่ว่า รถ EV มีแบตเตอรี่ลิเธียมเป็นหัวใจหลักในการกักเก็บพลังงาน ดังนั้น ธีมที่ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ก็คือ ธีมลิเธียมและแบตเตอรี่ (LIT) นั่นเอง

นอกจากจีนจะเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของโลกแล้ว หลายบริษัทจากแดนพญามังกรยังมีส่วนแบ่งสูงในตลาดโลกของธีมลิเธียมและแบตเตอรี่เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม กองทุน LIT ETF จะลงทุนในบริษัท 20-40 แห่งที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมทั่วโลกตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ

นั่นทำให้ LIT ไม่ได้ลงทุนเฉพาะบริษัทจากจีน คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะได้ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสายการผลิตลิเธียมและแบตเตอรี่ทั่วโลกจริงๆ 

ตัวอย่างบริษัทที่ LIT มีสัดส่วนลงทุนมากที่สุด 3 บริษัท มีดังนี้

Albemarle Corporation

บริษัทเป็นผู้ทำธุรกิจเหมืองแร่ลิเธียมแบบใช้น้ำเค็มแห่งเดียวในสหรัฐฯ โดย Albemarle เป็นผู้ผลิตแบตเตอรีลิเธียมชั้นนำระดับโลก และขยายธุรกิจไปยังต้นน้ำโดยการซื้อเหมืองแร่ลิเธียม รวมถึงก่อตั้งบริษัทร่วมทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแบตเตอรีลิเธียมอีกมากมาย

Sociedad Química y Minera de Chile S.A.

บริษัทด้านเคมีชั้นนำของชิลีและเป็นผู้จัดจำหน่ายธาตุอาหารพืช แร่ไอโอดีน ลิเธียม และเคมีภัณฑ์ทางอุตสาหกรรม เป็นผู้ผลิตแร่ลิเธียมรายใหญ่ของโลก โดยโรงงานผลิตหลักตั้งอยู่ในทะเลทรายอาตากามาของชิลี ประเทศที่มีทรัพยากรแร่ลิเธียมมากที่สุดในโลก

EVE Energy

บริษัทสัญชาติจีนผู้จำหน่ายแบตเตอรี่ลิเธียมทั้งในจีนและต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทมีธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งระบบรถโดยสารไฟฟ้าประจำทาง ระบบไฟฟ้ารถยนต์ขนาดเล็ก ทาง EVE Energy ผลิตแบตเตอรี่มากมายหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม 

ETF ฟื้นตัว

ETF ฟื้นตัว: KURE บริการสุขภาพจีน (ผลตอบแทน +9.84%)

2 ธีมที่ฟื้นตัวสูงสุดจะเกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดโดยตรง แต่ถ้าคุณกำลังมองหาการลงทุนในธีมอื่นๆ อีกธีมที่น่าสนใจและอยู่คู่กับมนุษย์เสมอมา คือ ธีมบริการสุขภาพหรือเฮลท์แคร์นั่นเอง 

คุณคงรู้ดีว่าสหรัฐฯ เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์โลก แต่ตอนนี้มีม้ามืดที่กำลังเร่งเครื่องจนก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในสายการผลิตเภสัชภัณฑ์ของโลกก็คือ ‘จีน’ อีกแล้ว และธีมที่ฟื้นตัวขึ้นมากที่สุดอีกธีม ก็คือ ธีมบริการสุขภาพจีน (KURE) นั่นเอง

ด้วยจำนวนประชากรอันมหาศาลทำให้จีนมีข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุนการผลิต และระบบบริการสุขภาพที่ดีขึ้นจากความใส่ใจของรัฐบาลจีนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศก็ทำให้ธุรกิจเฮลท์แคร์ในจีนกำลังเติบโตได้ดี ซึ่งกองทุน KURE ETF จะลงทุนใน 120 บริษัทเล็ก กลาง ใหญ่ที่อยู่ในธุรกิจบริการสุขภาพของจีน

ธุรกิจเฮลท์แคร์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงบริษัทผู้ผลิตยา วัคซีน สารออกฤทธิ์ทางชีวเคมี อุปกรณ์การแพทย์ การรักษาระดับพันธุกรรม และอื่นๆ อีกมากมาย 

ตัวอย่างบริษัทที่ KURE มีสัดส่วนลงทุนมากที่สุด 3 บริษัท มีดังนี้

WuXi Biologics (Cayman)

ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเทคโนโลยีชีวภาพแบบ Open Access ระดับโลก ที่นำเสนอโซลูชันตั้งแต่การทำงานต้นนำ้ถึงปลายน้ำหรือ end-to-end solution เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ ค้นพบ พัฒนา และผลิตสารชีวภาพจากแนวคิดไปสู่ระดับการผลิตยาและวัคซีน บริษัทมีเป้าหมายให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีชีวภาพแบบครบวงจร

Shenzhen Mindray Bio-Medical Electronics

บริษัทผู้ให้บริการอุปกรณ์และโซลูชันทางการแพทย์ระดับโลกจากจีน บริษัทนำเสนอผลิตภัณฑ์การดูแลผู้ป่วยแบบครบวงจรตั้งแต่การดูแลฉุกเฉิน การดูแลระหว่างผ่าตัด การดูแลผู้ป่วยวิกฤต และโซลูชันด้าน IT ทางการแพทย์ทั้งหมด สร้างชื่อเสียงจากการส่งออกเครื่องช่วยหายใจจำนวนมากไปยังสหรัฐฯ ในช่วง Covid-19 และได้รับการอนุมัติจาก US FDA

WuXi AppTec

บริษัทโฮลดิงที่ลงทุนในธุรกิจให้บริการด้านการวิจัย พัฒนา และผลิตยาด้วยโมเลกุลขนาดเล็ก และการบำบัดด้วยเซลล์และยีนในจีน โดย WuXi AppTec ทำธุรกิจให้บริการแบบครบวงจรในอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ มีเป้าหมายเพื่อผลิตยาและการดูแลสุขภาพทั่วโลก

ETF ฟื้นตัว

ทั้งหมดนี้คือ 3 ETF ‘ตัวแรง’ ที่ราคาฟื้นตัวมากที่สุดตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 26 สิงหาคม 2565 คุณจะเห็นได้ว่าทั้ง 3 ธีมเกี่ยวข้องกับจีนทั้งหมด ย้ำเตือนว่าโอกาสลงทุนในจีนมีอยู่เสมอ การลงทุนระยะยาวในธีมเหล่านี้จะช่วยลดความผันผวนเรื่องกฎระเบียบและข้อบังคับที่เข้มงวดของจีนลงได้ 

หากคุณกำลังคิดจะปรับพอร์ตหรือมองหาการลงทุนในเมกะเทรนด์ ลองมองมาที่ Thematic ETF ที่เกี่ยวข้องกับจีน หรือนโยบายลงทุนหุ้นจีนโดยตรงอย่าง Jitta Ranking จีนก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน อุตสาหกรรมหัวหอกของจีนอย่างพลังงานสะอาด รถ EV และเฮลท์แคร์กำลังเติบโตอย่างเงียบๆ ท่ามกลางข่าวร้ายในจีนที่เป็นเหตุการณ์ชั่วคราวซะส่วนใหญ่

หากคุณต้องการสร้างความมั่งคั่งด้วยพอร์ตลงทุนระยะยาวกับกองทุนส่วนบุคคล Thematic ETF คุณสามารถเลือกจัดพอร์ตเอง โดยเลือกได้สูงสุด 5 ธีมร่วมกับธีมเมกะเทรนด์อื่นๆ ผ่านแผน Thematic DIY หรือจะให้ AI ของ Jitta Wealth วิเคราะห์และเลือกธีมที่น่าลงทุนที่สุดมาจัดพอร์ตให้ 4 ธีมผ่าน Thematic Optimize ก็ได้

คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับธีมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับจีน และธีมเมกะเทรนด์อื่นๆ ที่กำลังเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวได้ที่ https://jittawealth.com/thematic/all หรือสอบถามเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนได้ทาง Line ID: @JittaWealth 


กองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด ซึ่งเป็น WealthTech แห่งแรกของไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01

ผลตอบแทนในอดีต ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจนโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน


อ้างอิง

  1. Electric vehicles growth until 2030: Impact on the distribution network power https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2352484722001068
  2. Here’s what’s projected for electric vehicle manufacturing through 2030 https://electrek.co/2022/04/12/heres-whats-projected-for-electric-vehicle-manufacturing-through-2030/
  3. The East Is Green: China’s Global Leadership in Renewable Energy https://jitta.co/3wFhwjf
  4. China’s Health Care System https://jitta.co/3KHSiGZ
  5. Lithium Is Key to the Electric Vehicle Transition. It’s Also in Short Supply https://time.com/6182044/electric-vehicle-battery-lithium-shortage/
  6. Electric vehicle lithium-ion battery https://www.nissan-global.com/EN/INNOVATION/TECHNOLOGY/ARCHIVE/LI_ION_EV/
  7. The World Can’t Wean Itself Off Chinese Lithium https://www.wired.com/story/china-lithium-mining-production/

อ่านเพิ่มเติม 

รู้จัก ‘ETF พลังงานสะอาดจีน’ ที่โตมากกว่า 100% ในรอบ 1 ปี

ส่อง Thematic ETF ‘หุ้นลิเธียมและแบตเตอรี’ กับ LIT

สำรวจ Thematic ETF ‘หุ้นเฮลท์แคร์จีน’ กับ KURE

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2022 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด