Jitta Wealth Journal - จัดพอร์ตลงทุนรับมือเงินเฟ้อพุ่งทั่วโลก 

14 ธันวาคม 2564Jitta WealthJitta Wealth Journal

ลุ้น Apple มาร์เก็ตแคปใกล้แตะ 3 ล้านล้าน

Jitta Wealth Journal ฉบับที่ 55 ประจำวันที่ 14 เดือนธันวาคม 2564 ทีมงานได้สรุปข่าวสารและสถานการณ์การลงทุนทั่วโลกส่งตรงถึงคุณแล้ว ดังนี้

  • เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายนยังพุ่งสูง
  • Apple มาร์เก็ตแคปใกล้แตะ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ​​Baidu ประกาศพัฒนา Metaverse เปิดตัวสิ้นปี 2564
  • ตลาดหุ้นโฮจิมินห์กับฮานอยอยู่ภายใต้ VNX
  • ความต้องการชิปทั่วโลกพุ่งสูงในปี 2565
  • อุตสาหกรรมคลาวด์จีนเติบโตกว่า 43% ในไตรมาสที่ 3

ไปติดตามกันได้เลย 


Exclusive Q&A with CEO Jitta Wealth

Exclusive Q&A with CEO ประจำเดือนธันวาคม 2564

Webinar ที่เปิดโอกาสให้คุณได้ไขข้อสงสัย อยากลงทุนกับ Jitta Wealth จะเริ่มต้นอย่างไร นโยบายลงทุนไหนเหมาะที่สุด หรือแนวทางรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลกของ Jitta Wealth เป็นอย่างไร มาพบกับคุณเผ่า ตราวุทธิ์ได้อาทิตย์นี้

ลงทะเบียน


ภาษีต้องรู้

Live: ภาษีต้องรู้ สำหรับผู้ลงทุนในไทยและต่างประเทศ 

สิ้นปี 2564 คุณกำลังสนใจการวางแผนภาษีใช่หรือไม่ Jitta Wealth จัด Live ร่วมกับ iTAX โดยมีคุณเผ่า ตราวุทธิ์ และผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ อาจารย์ด้านกฎหมายภาษีอากร และ CEO ของ iTAX มาช่วยไขข้อสงสัยกฎหมายภาษีจากการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน ทั้งในและต่างประเทศ

วันที่ 14 ธันวาคม 2564

เวลา 19:00 น.

กด ‘Going’ เพื่อรับการแจ้งเตือน


สหรัฐอเมริกา

เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายนยังพุ่งสูง

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรือเงินเฟ้อเดือนพฤศจิกายนยังคงเร่งตัวอีก +6.8% จากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว นับเป็นอัตราเงินเฟ้อสูงที่สุดในรอบเกือบ 40 ปี นับตั้งแต่ปี 2525

ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนล่าสุดสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดกันไว้ เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม เงินเฟ้อเดือนที่แล้วพุ่งขึ้น +0.8% เป็นการเร่งตัวในราคาสินค้าหลายกลุ่ม ได้แก่ แก๊ส อาหาร และที่อยู่อาศัย

สัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวของสหรัฐฯ มีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ประสบปัญหาตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป (รวมราคาอาหารสดและพลังงาน) อยู่ในระดับสูงมาโดยตลอด และช่วงมิถุนายน – พฤศจิกายน ตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น 6 เดือนติดต่อกัน โดยในเดือนพฤศจิกายนราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น +58.1% เร่งตัวสูงที่สุดในรอบ 12 เดือน

ส่วนตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมราคาอาหารสดและพลังงาน) เดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น +0.5% โดยเร่งตัวจากราคารถใหม่ รถมือสอง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องนุ่งห่ม และตั๋วเครื่องบิน 

ไม่ใช่แค่สหรัฐฯ ที่กำลังเผชิญภาวะเงินเฟ้อ แต่เป็นหลายๆ ประเทศทั่วโลก เป็นผลต่อเนื่องมาจากเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวสูงจากภาวะ Covid-19 ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและราคาสินค้าเร่งตัวตามกัน

ภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้น ตามหลักการแล้ว ธนาคารกลางจะต้องปรับขึ้นดอกเบี้ย เพื่อบรรเทาความร้อนแรง ดังนั้นตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ สามารถสร้างความผันผวนระยะสั้นๆ ให้ตลาดการเงินการลงทุนมาโดยตลอด  

ก่อนหน้านี้ ก็ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะยาว 10 ปีเร่งตัวขึ้นเป็นช่วงๆ เพราะนักลงทุนต้องการขายตราสารหนี้ระยะยาว เพื่อมาถือครองผลตอบแทนตราสารหนี้ระยะสั้นแทน ระหว่างรอธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ขึ้นดอกเบี้ย 

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแรงเทขายทำกำไรอยู่เป็นระยะๆ จากหุ้นบิ๊กแคปและเมกะแคป เพื่อกระจายสัดส่วนมาลงทุนในตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าเช่นเดียวกัน นี่คือ ผลพวงที่จะประเมินได้ว่า ภาวะเงินเฟ้อแบบนี้ จะส่งผลต่อการลงทุนอย่างไรบ้าง แต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ บวกสวนตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุด แต่ก็ไม่มีอะไรแน่นอน

นักวิเคราะห์จากธนาคาร TS Lombard คาดว่า Fed ลดวงเงินซื้อพันธบัตรอีก 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อถอนมาตรการ QE ให้เร็วขึ้นเป็นเดือนมีนาคม 2565 และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะตามมาหลังจากนั้น อาจจะเร็วกว่าไทม์ไลน์เดิม คือ ปลายปี 2565 

ด้าน Brown Advisory ที่ปรึกษาด้านการลงทุนมองว่า Fed อาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 2565 อีก 0.25% จากเดิมยังคงไว้ที่ 0.00-0.25%

การคาดเดาทิศทางตลาดหุ้นและนโยบายการเงินเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ล้วนมีผลต่อตลาดการเงินการลงทุน ทั้งทางบวกและลบ ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งได้

วิธีการรับมือและจัดพอร์ตลงทุน คือ หากคุณพร้อม สามารถเพิ่มทุนเข้ามาในช่วงตลาดผันผวนขาลง หรือวางแผนเพิ่มทุนอย่างสม่ำเสมอ (Dollar Cost Averaging) กลยุทธ์นี้จะช่วงเฉลี่ยต้นทุนในพอร์ต บรรเทาความผันผวนได้


เทคโนโลยี

Apple มาร์เก็ตแคปใกล้แตะ 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ 

Apple กำลังเป็นบริษัทแรกของโลกที่มีมูลค่าตลาดใกล้ถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์ มูลค่าใหญ่กว่าตลาดหุ้นเยอรมัน และมูลค่าเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร

ตัวเลขนับถึง 8 ธันวาคม Apple มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 2.87 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกเพียง 6% จะแตะที่ 3 ล้านล้าน ใช้เวลาน้อยกว่า 4 ปี นับจาก 1 ล้านล้านแรก เมื่อเดือนสิงหาคม 2561

Apple เป็นบริษัทที่มีราคาหุ้นดีที่สุดในโลกมาตลอดหลายทศวรรษ นักวิเคราะห์เชื่อว่า ราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่าพื้นฐาน ขณะที่คาดว่า รายได้ในอนาคตที่จะดันธุรกิจของ Apple คือ AR (Augmented Reality) VR (Virtual Reality) และยานยนต์ไร้คนขับ 

นอกจากนี้ มีรายงานล่าสุดว่า Microsoft มาร์เก็ตแคปเบอร์ 2 เคยส่งอีเมลเพื่อเจรจากับ Apple ว่าต้องการนำเกมจาก Xbox มาไว้บนแพลตฟอร์ม App Store เพื่อให้ผู้ใช้ iPhone และ iPad ได้เล่นเกมจาก Xbox Exclusive แต่โดน Apple ปฏิเสธข้อเสนอ

ทาง Microsoft ได้พยายามทดสอบระบบ xCloud ในต้นปี 2563 เพื่อเข้าไปใน App Store ให้ได้ แต่แอปพลิเคชันกลับถูกปิดตัวลงในช่วงเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน พร้อมกับ Apple บอกว่า บริการนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ใน App Store

สาเหตุที่ Apple ปฏิเสธข้อเสนอของ Microsoft เพราะแต่ละเกมจาก Xbox ที่จะลง App Store จะเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้ไปยังแอป Xbox Game Pass รวมไปถึงการซื้อไอเท็มเพิ่มเติมในเกม ซึ่ง Apple ไม่ได้รับส่วนแบ่งรายได้จาก In-app Purchase ทำให้ xCloud ถูกแบนคล้ายกรณี Epic Games ก่อนหน้านี้ 

ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายของอุตสาหกรรมเกม หาก Apple และ Microsoft จับมือกันได้ จะเป็นอีกทางเลือกให้กับผู้เล่นเกม ทำให้มีช่องทางในการสตรีมมิงและซื้อขายเกมเพิ่มขึ้น นี่คือ ประเด็นความพยายามกีดกันที่ทุกๆ ประเทศทั่วโลกกำลังตระหนักอยู่

ในอนาคต Microsoft เองคงต้องหาทางเลือกอื่นๆ เพื่อเข้าถึงผู้เล่นเกม Xbox ได้มากขึ้น เพราะธุรกิจเกม มีส่วนสำคัญทำให้ Microsoft เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งมาได้นานหลายทศวรรษเช่นเดียวกัน


Jitta Ranking

ลงทุน ‘Jitta Ranking’ ตอนที่ 2 สหรัฐอเมริกา…มหาอำนาจโลก

‘สหรัฐอเมริกา’ ศูนย์กลางการเงินของโลกแห่งนี้…มีมนต์เสน่ห์อะไร ถึงดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนทั่วโลกได้ ราคาหุ้นแพงไปแล้วหรือยัง และโอกาสลงทุน ‘หุ้นดีราคาถูก’ ของ Jitta Ranking อยู่ที่ไหน

อ่านต่อ


Metaverse

Baidu ประกาศพัฒนา Metaverse เปิดตัวสิ้นปี 2564

Baidu บริษัทเทคโนโลยีเสิร์ชเอ็นจินชื่อดังของจีน ประกาศสร้าง Metaverse ในนาม ‘Xirang’ พร้อมเปิดตัวภายใน 27 ธันวาคม เป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้ใช้งานทั้งในรูปแบบสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ และ VR

Xirang ในภาษาจีนแปลว่า ดินแดนแห่งความหวัง โดยเป็นโลกเสมือนจริงให้กลิ่นอายและสภาพแวดล้อมคล้ายกับจีน ผู้ที่เข้ามาอยู่ใน Xirang สามารถซื้อของ ประชุมสัมมนา หรือสื่อสารกับผู้อื่น โดยใช้เสียงตอบโต้ได้และไม่จำเป็นต้องใช้การพิมพ์ข้อความ

Baidu เตรียมแผนการจะเปิดตัว Xirang ที่ Baidu AI Developer Conference เป็นการประชุมเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดที่ Baidu เคยจัดมานับตั้งแต่ปี 2560 โดยในงานจะรวบรวมบริษัทต่างๆ ที่เป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ของจีนเอาไว้มากมาย

Metaverse ถูกจับตามองและอยู่ในแผนพัฒนาของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก ดูเหมือนว่า จีนกำลังจะเร่งพัฒนาเพื่อแข่งกับสหรัฐฯ อย่างเต็มรูปแบบ ในช่วง 2-3 ปีนี้ ต้องดูท่าทีของทางการจีนก่อน เพราะรัฐบาลจีนมองว่า Metaverse อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ แต่การที่ Baidu จะเปิดตัว Metaverse ในปลายปีนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของบิ๊กเทคจีน


Stock Vitamins x Jitta Wealth

รีวิวพอร์ต Jitta Global ETF รอบ 3 เดือน

เพจ Stock Vitamins – วิตามินหุ้น ลงทุน Global ETF แผนเติบโตตั้งแต่เดือนกันยายน ผลตอบแทน 3 เดือน +1.94% แม้จะดูยังไม่สูงมาก แต่แข็งแกร่งพอสมควร ทั้งๆ ที่ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังเผชิญการระบาดจากโอไมครอน

อ่านต่อ


เวียดนาม

ตลาดหุ้นโฮจิมินห์กับฮานอยอยู่ภายใต้ VNX

ตลาดหุ้นเวียดนาม ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ รวมตลาดหุ้นโฮจิมินห์ (HOSE) และฮานอย (HNX) เข้าไว้อยู่ภายใต้ Vietnam Stock Exchange (VNX) โดยเริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา

VNX มีทุนจดทะเบียน 3 ล้านล้านดง มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงฮานอย โดยรัฐบาลเวียดนามถือหุ้น 100% และ VNX จะเข้าถือหุ้นทั้งหมดใน HOSE และ HNX

HOSE จะดูแลด้านตลาดหุ้นและหลักทรัพย์อื่นๆ ขณะที่ HNX จะดูแลด้านตราสารอนุพันธ์ ตราสารหนี้ และตลาดซื้อขายสินทรัพย์อื่นๆ 

นี่นับเป็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้นเวียดนามครั้งสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่า ตลาดหุ้นเวียดนามจะดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ยุติธรรม เปิดกว้าง โปร่งใส และมีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งการรวมกันของ HOSE และ HNX แสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน 

เมื่อเดือนกันยายน ตลาดหุ้นเวียดนามเตรียมกฎเกณฑ์ 7 ฉบับและ 1 แผน เพื่อปรับโครงสร้างตลาดตราสารหนี้ คาดว่าจะเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ในแผนนี้ กฎเกณฑ์ต่างๆ ในตลาดเงินตลาดทุนจะถูกดำเนินการในปี 2565

VNX จะมุ่งพัฒนาการดำเนินการของ HOSE และ HNX ในแผนระยะกลาง 3 ปี และจะวางพัฒนาในระยะยาวต่อไป

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุว่า คริปโทเคอร์เรนซีและ Tesla คือ สาเหตุให้นักลงทุนต่างชาติทิ้งหุ้นเวียดนามกว่า 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 แม้ว่าดัชนี VNI ของตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์จะเติบโตถึง 33% ซึ่งเป็นการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

Korea Investment & Securities บอกว่า นักลงทุนเกาหลีใต้ มีเม็ดเงินลงทุนในเวียดนามกว่า 16% ของนักลงทุนต่างชาติ เทขายหุ้นเวียดนามในปี 2564 รวม 166 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Bitcoin และหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ มีราคาเปลี่ยนแปลงสูงมาก ซึ่งดึงดูดนักลงทุนให้เก็งกำไรมากกว่าหุ้นเวียดนาม

ขณะที่ Ho Chi Minh City Securities บอกว่า การขายของนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่เป็นการทำกำไรปกติ เมื่อตลาดทำผลงานได้ดีก็ย่อมมีการขายทำกำไรระหว่างทาง ส่วนแรงเทขายในส่วนที่เหลือเป็นของนักลงทุนเกาหลีใต้ ที่หันไปให้ความสนใจลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อย่าง Tesla แทน

ด้าน BNP Paribas Asset Management และ SSI Securities วิเคราะห์ว่า ตลาดหุ้นเวียดนามยังมีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนต่างชาติในระยะยาว เนื่องจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง เช่น จำนวนประชากร ฐานการผลิตที่สำคัญของเอเชีย มีโอกาสที่นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเป็นบวกมีสูง

ตลาดหุ้นเวียดนามทำนิวไฮปี 2564 ถึง 4 ครั้ง และยังมีศักยภาพในการเติบโตได้อีก 5-10 ปีข้างหน้า แรงเทขายและดัชนีขึ้นๆ ลงๆ ไม่ได้บ่งชี้ว่า ตลาดหุ้นเวียดนามหมดความน่าสนใจ เพราะนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศยังมีมุมมองเชิงบวกต่อเวียดนาม

ส่วนการปรับโครงสร้างการบริหารตลาดหุ้นเวียดนามผ่านองค์กรใหม่อย่าง VNX อาจจะเป็นสัญญาณที่ดี เพื่อรองรับเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลกในอนาคต และผ่อนคลายกฎเกณฑ์ เพื่อหนุนให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้ง่ายขึ้น

หากคุณสนใจเปิดโอกาสลงทุนในเวียดนามสามารถจัดพอร์ต Thematic DIY เลือกธีมตลาดหุ้นเวียดนาม หรือหากต้องการลงทุนใน ‘หุ้นดีราคาถูก’ ของเวียดนาม Jitta Ranking เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ


Jitta Ranking

ลงทุน ‘Jitta Ranking’ ตอนที่ 1 เลือกจัดพอร์ตหุ้นประเทศไหนดี

Jitta Wealth จะพาคุณไปหาคำตอบ อยากลงทุน ‘Jitta Ranking’ หุ้นต่างประเทศ มีให้เลือกจัดพอร์ตถึง 3 ประเทศที่มีโอกาสเติบโตทั้งนั้น…แล้วคุณจะเลือกลงทุนในสหรัฐฯ จีน หรือเวียดนามดี

อ่านต่อ


เซมิคอนดักเตอร์

ความต้องการชิปทั่วโลกพุ่งสูงในปี 2565 

World Semiconductor Trade Statistics (WSTS) คาดว่า ความต้องการชิปทั่วโลกจะพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2565 เพิ่มขึ้น 8.8% ทำให้ตลาดเซมิคอนดักเตอร์จะมีมูลค่า 601,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โตมากกว่าที่คาดไว้ที่ 552,960 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2564 

ความต้องการชิป สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เพิ่มขึ้น เพราะเทรนด์การใช้งานแล็ปท็อป แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟน เพื่อสนับสนุนการทำงานและเรียนจากที่บ้าน และการใช้ระบบคลาวด์ และบริการฟินเทคต่างๆ เกิดขึ้นหลังการแพร่ระบาด Covid-19 

นอกจากนี้ยอดขายเครื่องเกมคอนโซลก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน รวมไปถึงความต้องการใช้ชิปในรถยนต์และสินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ  

CEO ของ Intel บอกว่า ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะดีขึ้น และจะผลักดันให้รัฐบาลบางประเทศใช้มาตรการสนับสนุนต่างๆ เพื่อทำให้มีซัปพลายชิปที่มั่นคงและเพียงพอ

ด้าน Apple หยุดการผลิต iPhone เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ เนื่องจากข้อจำกัดด้านซัปพลายเชน และการจำกัดด้านการใช้พลังงานของจีนอย่างต่อเนื่อง 

ช่วงก่อนหยุดยาวคริสต์มาสและปีใหม่ ฝ่ายการผลิตของ Apple จำเป็นต้องทำงานล่วงเวลา เพื่อตอบสนองความต้องการสินค้าทั่วโลกในช่วงเทศกาลชอปปิง แต่ในปี 2564 กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนชิป 

Apple ได้ลดประมาณการผลิต iPhone 13 ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน รวมทั้งต้องยกเลิกการจัดส่ง iPad เพื่อคงการผลิต iPhone 13 แต่ก็ยังไม่เพียงพอจนส่งผลให้ต้องหยุดการผลิตในปัจจุบัน 

เป้าหมายแรกของ Apple คือ การผลิต iPhone 13 ให้ได้ 95 ล้านเครื่อง ภายในปี 2564 แต่กลับผลิตได้ 83-85 ล้านเครื่องในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา 

ปัญหาเกี่ยวกับซัปพลายเชนของเซมิคอนดักเตอร์ส่งผลกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั่วโลก ยิ่งในยุคที่ปริมาณการใช้งานเทคโนโลยีพุ่งกระฉูด ทำให้อุปสงค์และอุปทานไม่สมดุลกัน แม้ว่าหลายๆ บริษัทจะขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ได้มาก แต่ก็ทำให้ส่งสินค้าให้ไม่ทันตามกำหนด ส่งผลต่อรายได้ในช่วง 1-2 ปีนี้

อย่างไรก็ตาม ความต้องการชิปทั่วโลกจะไม่ลดลง ตราบใดที่ยังมีผู้คนทั่วโลกต้องซื้ออุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง ในระยะ 1-3 ปีข้าง บริษัทผลิตเซมิคอนดักเตอร์และฮาร์ดแวร์ต่างๆ จะยังมีรายได้ที่เติบโตได้ดี ตามยอดจองสินค้าที่ค้างส่งมอบ


Cloud Computing

อุตสาหกรรมคลาวด์จีนเติบโตกว่า 43% ในไตรมาสที่ 3

Canalys เผยตัวเลขอุตสาหกรรมคลาวด์ในจีนไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตกว่า 43% โดยมีมูลค่าแตะระดับ 7,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการเปลี่ยนแปลงสู่ Digital Transformation ขององค์กรที่ลงทุนนำระบบคลาวด์มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิการทำงาน ส่งผลให้เทรนด์การทำงานของผู้คนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป 

Alibaba ยังคงเป็นผู้ให้บริการคลาวด์อันดับ 1 ของจีน ตามมาด้วย Huawei Teccent และ Baidu รวมทั้ง 4 บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 80% ในจีน ขณะที่บริการอย่าง Microsoft Azure และ Amazon Web Services จากสหรัฐฯ ก็พยายามขยายตลาดมาที่จีนเช่นกัน 

Bloomberg รายงานตามข้อมูลของ IDC โดยคาดว่า อัตราการใช้งานระบบคลาวด์ในจีนจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การเติบโตระหว่างปี 2563-2568 เฉลี่ยถึง 33% ต่อปี มูลค่าตลาดจะแตะระดับ 87,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2568 และคาดว่า ธุรกิจ Infrastructure-as-a-Service จะเป็นบริการที่เติบโตมากที่สุด รายได้จะเพิ่มเป็น 4 เท่า สำหรับผู้ให้บริการอย่าง Alibaba Huawei และ Tencent

การเติบโตของอุตสาหกรรมคลาวด์ในจีน จะดันรายได้ให้บริษัทเทคโนโลยีจีนเช่นเดียวกัน ซึ่งส่งผลดีระยะยาวของพอร์ต Thematic โดยธีมที่มีสัดส่วนการลงทุนของทั้ง 2 บริษัท ได้แก่ พลังงานสะอาดจีน เทคโนโลยี  AI และ หุ่นยนต์ ตลาดหุ้นจีน และอีคอมเมิร์ซ


The Standard Wealth x Jitta Wealth

‘Beacon VC’ กับบทบาทนักปั้นดาว ‘Wealth Tech’

Beacon VC เป็นผู้ลงทุนให้กับ Jitta สู่การเป็นสตาร์ตอัป WealthTech และขยายธุรกิจบริหารความมั่งคั่งผ่าน Jitta Wealth อยากรู้ว่า ศักยภาพของ Jitta และ Jitta Wealth เครื่องยนต์สำคัญของฟินเทคไทยเติบโตได้อย่างไร

อ่านต่อ 


BangkokBiz x Jitta Wealth

20 ธีมการลงทุนแห่งปี 2564

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ รวบรวม 20 ธีมที่น่าสนใจ พร้อมสำรวจความเห็นจากเหล่ากูรูในแวดวงการเงิน ทั้งบริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน และสำนักวิจัยต่างๆ 1 ในนั้นมีคุณเผ่า ตราวุทธิ์อยู่ด้วย ซึ่งธีมเหล่านี้พร้อมให้คุณจัดพอร์ตลงทุนได้ใน Thematic DIY และ Thematic Optimize

อ่านฉบับออนไลน์


Jitta Wealth

เบอร์ใหม่ แต่จริงใจเหมือนเดิม

Jitta Wealth เปลี่ยนเบอร์ติดต่อมาเป็น 02-460-8888 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมเป็นต้นไป 

คุณสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ในวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 18:00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์


นี่คือ สรุปความเคลื่อนไหวจากทั่วโลกที่ทีมงาน Jitta Wealth รวบรวมมาให้คุณได้ติดตามไปพร้อมๆ กัน

สัปดาห์นี้ ธนาคารกลางทั่วโลกจะประชุมเพื่อกำหนดนโยบายการเงิน ดูภาวะเงินเฟ้อและแนวทางการขึ้นดอกเบี้ย ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว โดยจับตาที่การประชุมของ Fed ในวันที่ 14-15 ธันวาคม

ไม่ว่ามติของ Fed จะออกมาทิศทางทางไหน ตรงตามที่กูรูคาดการณ์ไว้หรือไม่ ย่อมมีผลต่อตลาดการเงินการลงทุนแน่นอน แต่เป็นปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้

หากตัดประเด็นความผันผวนระยะสั้น ข่าวสารที่ผ่านเข้ามาและผ่านไป ขอเพียงเชื่อมั่นในสินทรัพย์ที่ลงทุน คุณจะสบายใจไร้กังวล

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – ส่องต้นตอวิกฤต China Evergrande

Jitta Wealth Journal – วิธีรับมือกับ ‘โอไมครอน’ ไวรัสสายพันธุ์ใหม่

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2021 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด