Jitta Wealth Journal - วิธีรับมือกับ ‘โอไมครอน’ ไวรัสสายพันธุ์ใหม่

30 พฤศจิกายน 2564Jitta WealthJitta Wealth Journal

ดัชนี VNI พุ่งแรง นิวไฮแตะ 1,500 จุด

Jitta Wealth Journal ฉบับที่ 53 ประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 มีความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นทั่วโลกและข่าวสารต่างๆ มาอัปเดตให้คุณ ดังนี้ 

  • ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนกับ Covid-19 สายพันธุ์ ‘โอไมครอน’
  • ตลาดหุ้นเวียดนามทำนิวไฮอีกครั้งทะลุ 1,500 จุด 
  • Uber พัฒนาบริการเดลิเวอรีส่งกัญชาในแคนาดา
  • ผู้พัฒนาเกม Pokémon Go เตรียมสร้าง Metaverse
  • คาด Metaverse ดันรายได้ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีทะลุ 1 ล้านล้าน
  • สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำบริษัทเทคโนโลยีจีน 8 ราย
  • Jerome Powell คุม Fed อีกสมัย
  • สหรัฐฯ เสียแชมป์มหกรรม Black Friday ให้กับวันคนโสดของจีน
  • Tesla เตรียมยกเครื่องโรงงานในเซี่ยงไฮ้ ทุ่ม 6,300 ล้านบาท

ไปติดตามกันได้เลย


Jitta Wealth

เบอร์ใหม่ แต่จริงใจเหมือนเดิม

Jitta Wealth เปลี่ยนเบอร์ติดต่อมาเป็น 02-460-8888 ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมเป็นต้นไป 

คุณสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ในวันจันทร์ – วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9:00 – 18:00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ 


Jitta wealth

Investor Exclusive กับ CEO ของ Jitta Wealth ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2564

จบไปแล้วกับ Webinar รายไตรมาส Investor Exclusive ที่เปิดโอกาสให้คุณได้พูดคุยกับคุณตราวุทธิ์อย่างใกล้ชิด หากคุณพลาดชมสดผ่าน Zoom สามารถดูวิดีโอและอ่านสรุปที่ทีมงาน Jitta Wealth ทำมาให้แล้ว

ดูวิดีโอย้อนหลัง  

อ่านสรุป 


ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวนกับ Covid-19 สายพันธุ์ ‘โอไมครอน’

คลายมาตรการล็อกดาวน์ได้ไม่เท่าไร ยังไม่ทันได้เปิดพรมแดนอย่างเป็นจริงเป็นจัง ทั่วโลกกลับต้องเผชิญกับ Covid-19 สายพันธุ์ใหม่อีกครั้ง 

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เชื้อ Covid-19 กลายพันธุ์ชนิดใหม่ชื่อว่า โอไมครอน (Omicron) พบทางตอนใต้ของแอฟริกา และเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล เพราะยังไม่มั่นใจว่า ยาและวัคซีนที่มีอยู่ตอนนี้จะระงับยับยั้งหรือป้องกันได้หรือไม่

ทำให้ทั่วโลกแสดงความกังวลทันที ออกมาตรการเร่งด่วนไม่รับคนที่เดินทางจากแอฟริกา และมีการยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อยืนยันจากสายพันธุ์โอไมครอนใน บอตสวานา เบลเยี่ยม ฮ่องกง และอิสราเอล นั่นหมายความว่า ถ้าตรวจพบผู้ป่วยยืนยันมากกว่า แผนการเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวอาจจะชะงักงัน

Covid-19 สายพันธุ์โอไมครอนถือเป็นเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ชนิดที่ 5 ที่ WHO จัดให้อยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ที่น่ากังวล โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของแอฟริกาใต้ ตรวจพบการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสนี้ มีการกลายพันธุ์ของยีนรวม 50 ตำแหน่ง ถือว่าผิดปกติ คาดว่าจะแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น 

ความแตกต่างของ Covid-19 สายพันธุ์ใหม่นี้ แทบเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์แน่ชัด แต่ก็สร้างความกังวลว่า วัคซีนสูตรเดิมจะไม่สามารถป้องกันได้ อาจจะต้องใช้ยาเพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยรุนแรง 

ขณะเดียวกันนักวิทยาศาสตร์หลายคนออกมาแสดงความเห็นว่า อย่าเพิ่งวิตกเกินไป เพราะการตรวจพบเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ได้เร็ว ช่วยควบคุมได้ง่ายขึ้น แม้เชื้อไวรัสนี้สามารถกระจายตัวได้เร็ว แต่การควบคุมการระบาดทั่วโลกจะยังทำได้ดี เชื่อว่า ยาและวัคซีนยังมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะยับยั้งความรุนแรงของโรคได้ 

แน่นอนว่า ข่าวไวรัสกลายพันธุ์ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปิดในแดนลบในวันศุกร์ที่ผ่านมา หลายตลาดเกิดแรงเทขายหนักสุดในรอบปี 2564 ไม่ว่าจะเป็นฝั่งเอเชีย ยุโรป และสหรัฐฯ รวมไปถึงราคาน้ำมันดิบและอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้น ส่วนราคาทองยังคงที่ตามค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น

นักวิเคราะห์คาดว่า สถานการณ์ตลาดยังมีความผันผวน เพราะนักลงทุนเฝ้าดูว่า เชื้อไวรัสกลายพันธุ์จะกดดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกหรือไม่ และกดดันนโยบายการเงินของธนาคารกลางหรือไม่

ที่สำคัญ คือ แรงเทขายอย่างหนักในวันศุกร์ที่ผ่านมา และความผันผวนขาลงในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า นักลงทุนมองว่า เป็นโอกาสที่จะเข้าซื้อหุ้นในจุดที่ต่ำสุดอีกครั้ง รวมไปถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ที่ไม่ถูกกดดันจากการแพร่ระบาด 

นอกจากนี้นักลงทุนทั่วโลกจับตาดูว่า สถานการณ์ Covid-19 ที่มาพร้อมเชื้อไวรัสกลายพันธุ์จะยืดยาวบานปลายจนเป็นการระบาดครั้งใหญ่หรือไม่ รวมทั้งรอความชัดเจนจากบริษัทในกลุ่มเฮลท์แคร์ ว่าจะพัฒนายาและวัคซีน รวมไปถึงแนวทางการรักษาเพื่อรับมือสายพันธุ์โอไมครอนอย่างไร

ตลอดเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา ทั่วโลกเผชิญ Covid-19 ระบาดรอบใหม่ รวมไปถึงไวรัสกลายพันธุ์ที่รุนแรงกว่าเดิมมาโดยตลอด นอกจากระบาดครั้งแรกเดือนมีนาคม 2563 ที่ตลาดหุ้นดิ่งลงแรงๆ ทั่วโลก ราคาน้ำมันดิบร่วงถึงจุดต่ำสุด สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุน 

แต่ครั้งต่อๆ มา ตลาดหุ้นไม่ได้ลงแรงๆ จนนักลงทุนรับมือไม่ได้อีกต่อไป นั่นหมายความว่า ทุกคน ทุกประเทศ ล้วนผ่านประสบการณ์และบทเรียนที่จะรับมือวิกฤตหรือผลกระทบที่เกี่ยวเนื่องกัน เพราะโรคระบาดครั้งนี้ยังไม่จบ

Jitta Wealth ไม่ปฏิเสธว่า ข่าวไวรัสกลายพันธุ์สามารถสร้างความหวั่นวิตกให้กับนักลงทุนทั่วโลกอยู่เสมอ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ อุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ยังคงตื่นตัว และพัฒนายากับวัคซีน เพื่อมาต่อสู้กับโรคระบาดครั้งประวัติศาสตร์นี้อยู่

หากคุณลงทุนในธีม Travel Tech ของ Thematic DIY ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ราคา AWAY (ETFMG Travel Tech ETF) เพิ่งกลับมารีบาวด์ได้ไม่เท่าไร หุ้นไส้ในมีผลประกอบการที่ดีขึ้น ก็ต้องเผชิญข่าวไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ‘โอไมครอน’ ทำให้ราคาดิ่งลงอีกครั้ง

คุณอาจจะตั้งคำถามกลับ คือ ท้ายที่สุด ทุกๆ ประเทศก็ต้องหาทางเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวหรือไม่ ไม่มีที่ไหนอยากล็อกดาวน์ไปตลอด นั่นหมายถึง กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก ผู้คนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ บางธุรกิจต้องหยุดและขาดรายได้

ถ้าคุณยั่งเชื่อมั่นในโอกาสเติบโตของธีม Travel Tech ที่จะมาพร้อมกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คุณสามารถลงทุนธีมธุรกิจนี้ต่อ และเพิ่มทุนเข้ามาได้ ให้เงินทำงาน ปั้นพอร์ต รอรับโอกาสการฟื้นตัว ยังไงการท่องเที่ยวก็ต้องกลับมา ซึ่งทั้งหมดนี้ คุณตราวุทธิ์ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดในคลิปนี้แล้ว


Jitta Wealth

Covid-19 ไม่จบ ‘ธีม Travel Tech’ เอาไงต่อดี 

หากยังหวั่นใจกับวิกฤต Covid-19 บทความนี้จะพาคุณไปทบทวนงบการเงินของ Airbnb Uber Expedia TripAdvisor และ อีก 3 บริษัทที่กำลังเติบโต และถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตได้อีก 2-3 ปีข้างหน้า 

อ่านต่อ


Jitta Wealth

‘ธีม Travel Tech’ จะเป็นอย่างไร…เมื่อทั่วโลกกลับมาเดินทางได้อีกครั้ง

สรุป 3 ตัวแปรที่จะทำให้การท่องเที่ยวทั่วโลกฟื้นตัวอีกครั้ง อะไรที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกประเทศและนักเดินทาง พร้อมทำนายอนาคต Covid-19 จะจบลงเมื่อไร และโอกาสเติบโตของธีม Travel Tech 

อ่านต่อ 


ตลาดหุ้นเวียดนามทำนิวไฮอีกครั้ง ทะลุ 1,500 จุด

แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่กับตลาดหุ้นเวียดนาม แม้เศรษฐกิจจะเติบโตไม่สูงมาก เพราะ Covid-19 ระบาดครั้งใหม่ แต่ดัชนี VNI ของตลาดหุ้นโฮจิมินห์ยังมีศักยภาพทำนิวไฮเป็นครั้งที่ 4 ในรอบปี 2564

ล่าสุดดัชนี VNI ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พุ่งขึ้นไปถึง 1,500 จุด แต่ก็ปิดในแดนลบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตามดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลก เพราะกระแสข่าว Covid-19 สายพันธุ์โอไมครอน

ตลาดหุ้นเวียดนามเติบโตมาแล้ว +36% ในปี 2564 นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดหุ้นเวียดนามได้รับแรงหนุนจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังเป็นบวก และการเติบโตหุ้นกลุ่มธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเกินความคาดหมาย ทำให้เวียดนามได้รับความสนใจจากของนักลงทุนทั่วโลก

แม้ว่าเวียดนามจะได้รับผลกระทบจาก Covid-19 จนต้องมีมาตรการคุมเข้มทั้งประเทศ และกระทบไปถึงเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมหลัก แต่ตลาดหุ้นเวียดนามกลับเติบโตเร็วที่สุดในเอเชีย แตกต่างจากหลายๆ ประเทศที่ตลาดหุ้นไม่ได้ฟื้นตัวมากเท่าไรนัก 

GDP ของเวียดนามหดตัวลงมาอยู่ที่ -6.17% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 ซึ่งเป็นการติดลบหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ IHS Markit คาดว่า ทั้งปี 2564 เศรษฐกิจของเวียดนามจะเติบโตได้ +2.3% 

รัฐบาลเวียดนามยังคงมุ่งมั่นในตัวเลข GDP ของประเทศจะเติบโต +6% ถึง +6.5% ในปี 2565 

นักวิเคราะห์จาก PetroVietnam Securities บอกว่า ผลกระทบจาก Covid-19 ทำให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม เพราะต้องการลงทุนในธุรกิจที่เติบโตสูง ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นเวียดนามคึกคัก และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ

ในปี 2564 มีการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นใหม่มากกว่า 1.1 ล้านบัญชีในเวียดนาม ซึ่งเป็นตัวเลขเท่ากับปี 2563 สะท้อนภาพชัดเจนว่า นักลงทุนรายย่อยในประเทศให้ความสนใจลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามเป็นจำนวนมาก

ปัจจัยลบ Covid-19 ในเวียดนามเป็นแค่ส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เวียดนามมีปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ ที่แข็งแกร่งอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นภาคการส่งออก ภาคการลงทุนโดยตรง นโยบายของรัฐบาล และอำนาจการจับจ่ายของชนชั้นกลาง ล้วนทำให้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นเวียดนาม ไม่ได้ทรุดหนักตามการแพร่ระบาดรอบใหม่ๆ

จึงเป็นที่มาของดัชนี VNI นิวไฮถึง 4 ครั้งภายใน 1 ปี ทะลุ 1,200 จุด (เม.ย.) 1,300 จุด (พ.ค.) 1,400 จุด (มิ.ย.) และ 1,500 จุด (พ.ย.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนการเปิดระบบซื้อขายใหม่ เพื่อให้สามารถรองรับจำนวนนักลงทุนที่มากขึ้นเรื่อยๆ ได้ในอนาคต 

นอกจากนี้องค์กรที่จัดเรตติงตลาดหุ้นอย่าง MSCI และ FTSE Russell วางตลาดหุ้นเวียดนามอยู่ใน Watchlist เตรียมอัปเกรดจาก Frontier Market (ตลาดหุ้นชายขอบ) เป็น Emerging Market (ตลาดหุ้นเกิดใหม่) เทียบเท่าจีน อินเดีย และไทย คาดว่าจะได้อัปเกรดในปี 2565

Jitta Wealth มองว่า เศรษฐกิจเวียดนามกำลังเติบโต ส่งผลต่อธุรกิจเช่นเดียวกัน และยังมีหุ้นหลายตัวที่ยัง Undervalued จึงเป็น ‘หุ้นดีราคาถูก’ ที่ยังลงทุนได้ในช่วง 5-10 ปีต่อจากนี้ คุณสามารถลงทุนหุ้นคุณค่าได้ใน Jitta Ranking

หากอยากจัดพอร์ตลงทุนแบบกระจายความเสี่ยงผ่าน ETF คุณลงทุนได้ผ่าน Thematic DIY เลือกธีมตลาดหุ้นเวียดนามได้


คว้าโอกาส ‘ลงทุนต่างประเทศ’ ง่ายๆ ด้วย ETF ตอนที่ 1

โอกาสการลงทุนไม่ได้มีแค่ที่ไทย เดี๋ยวนี้ใครๆ พูดถึงการลงทุนในต่างประเทศ และ ETF ก็ถือเป็นเครื่องมือการลงทุนที่น่าสนใจ แล้วคุณจะเริ่มต้นอย่างไร ถ้าอยากจะลงทุนในต่างประเทศ 

อ่านต่อ 


คว้าโอกาส ‘ลงทุนต่างประเทศ’ ง่ายๆ ด้วย ETF ตอนที่ 2

วิธีการเลือก ETF ที่น่าลงทุนที่สุด ไม่มีเกณฑ์อะไรซับซ้อนและง่ายมากๆ ขอเพียงคุณเข้าใจคาแรกเตอร์ของ ETF รอบด้าน รู้จักเปรียบเทียบ เพื่อเฟ้นหา ETF ที่ตรงใจคุณมากที่สุด 

อ่านต่อ 


กัญชา

Uber เปิดบริการเดลิเวอรีกัญชาในแคนาดา 

Uber เริ่มเปิดบริการจัดส่งกัญชาในเมืองออนแทรีโอในแคนาดา เพื่อเตรียมระบบเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากแคนาดาปลดล็อกให้บริโภคกัญชาได้อย่างถูกกฎหมาย ตั้งแต่ปลายปี 2561

บริการนี้ Uber เตรียมความพร้อมก่อนจะให้บริการนี้ในสหรัฐฯ เพื่อรอให้รัฐบาลปลดล็อกให้กัญชาถูกกฎหมายทั่วประเทศ โดยมองว่า การเริ่มบริการนี้ในแคนาดาเป็นการทดลองตลาดและวางกลยุทธ์ที่ดีที่สุด 

บริษัทวิจัย Cowen คาดว่า มูลค่าตลาดกัญชาของแคนาดาจะแตะ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในสิ้นปี 2564 ขณะที่สหรัฐฯ น่าจะทำยอดขายได้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีเดียวกัน


Metaverse

ผู้พัฒนาเกม Pokémon Go เตรียมสร้าง Metaverse

Niantic ผู้พัฒนาเกม Pokémon Go มีแผนการจะสร้าง Metaverse มูลค่ากว่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันระดมทุนได้กว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก Coatue Management บริษัทที่ลงทุนในธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี

Niantic วางแผนว่า Metaverse ที่จะถูกสร้างขึ้นให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ในโลกจริง โดยพัฒนาเทคโนโลยีที่มาในรูปแบบแพลตฟอร์ม Augmented Reality (AR) บนพื้นฐานของแบบจำลอง 3 มิติ เพื่อให้โลกเสมือนจริงออกมาสมจริงมากที่สุด

ด้วยความสำเร็จจากเกม Pokémon Go ที่มีผู้เล่นหลายล้านคนทุกเดือน และกลายมาเป็นเกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ มียอดขายสูงถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นปี 2564 ทำให้การเข้ามาสร้าง Metaverse เป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก และอาจประสบความสำเร็จในอนาคต

คาด Metaverse ดันรายได้ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีทะลุ 1 ล้านล้าน

Grayscale บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านคริปโทเคอร์เรนซี เปิดเผยการศึกษาทิศทางของ Metaverse เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง เป็นโอกาสเติบโตของโลกคริปโทเคอร์เรนซีคาดสร้างรายได้ต่อปีทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ 

Metaverse คือโอกาสทางธุรกิจที่จะขยายรายได้จากการโฆษณา งานดิจิทัล อีเวนต์ อีคอมเมิร์ซ และฮาร์ดแวร์ต่างๆ ได้ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมผลประกอบการจากบริษัททั่วโลกเอาไว้ด้วยกัน 

แนวโน้มการเติบโตที่ดีของ Metaverse ยังส่งผลให้เม็ดเงินมหาศาลไหลเข้าไปลงทุนบริษัทที่เกี่ยวข้องมากขึ้น ในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า Web3 และ NFT สามารถระดมทุนได้ถึง 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการระดมทุนในอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีโดยรวมที่ 8,200 ดอลลาร์สหรัฐ 

อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse คือ บริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี รวมไปถึงธุรกิจเกมและอีสปอร์ต ตอนนี้คุณคงได้เห็นความเคลื่อนไหวของบริษัทเกมว่ากำลังมุ่งหน้าพัฒนา Metaverse เพื่อรองรับผู้เล่นจำนวนมากบนโลกใบนี้ 

หากคุณไม่อยากจะตกเทรนด์ Metaverse ที่กำลังจะเข้ามาในอนาคต สามารถจัดพอร์ตผ่าน Thematic DIY เลือกลงทุนในธีมเกมและอีสปอร์ต รวมไปถึงธีมที่เกี่ยวข้องในเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น อีคอมเมิร์ซ ฟินเทค คลาวด์ หุ่นยนต์และ AI


เทคโนโลยี

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำบริษัทเทคโนโลยีจีน 8 ราย

สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ หรือ Entity List บริษัทเทคโนโลยีจีน 8 แห่ง ด้านจีนออกโรงประณาม เตือนกระทบเศรษฐกิจโลก พร้อมระบุว่าความเคลื่อนไหวนี้ ละเมิดฉันทามติของทั้ง 2 ประเทศ  

กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ เพิ่มบริษัทจีนลงในบัญชีดำ โดยมีบริษัทในเครือ 3 แห่งของ Corad Technology ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีของจีนถูกเพิ่มรายชื่อลงไปในบัญชีดำนี้ด้วย 

อ้างว่าบริษัทเหล่านี้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ซัปพลายเออร์ต่างๆ ไม่สามารถทำธุรกิจร่วมกับบริษัทในรายชื่อนั้นได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาติเป็นการพิเศษ 

รัฐบาลจีน มองว่า สหรัฐฯ เพิ่มบริษัทจีนลงในบัญชีดำ จะเป็นอันตรายต่อทั้ง 2 ประเทศ และส่งผลต่อความมั่งคงของห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยจีนสามารถดำเนินมาตรการตอบโต้กับสหรัฐฯ ได้หากจำเป็น และเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารของของประธานาธิบดีสหรัฐฯ เร่งแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดนี้ด้วย 


สหรัฐอเมริกา

Jerome Powell คุม Fed อีกสมัย

Joe Biden ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกคำสั่งแต่งตั้ง Jerome Powell ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เป็นสมัยที่ 2 หลังแสดงผลงานและมีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศจาก Covid-19 ได้อย่างดี 

ก่อนหน้านี้นักลงทุนทั่วโลกได้จับตาดู การตัดสินใจเลือกประธาน Fed คนใหม่ รวมไปถึงพรรค Democrat พยายามกดดัน Biden ให้เลือก Lael Brainard นั่งเก้าอี้ประธาน Fed ต่อจาก Powell ผลออกมาว่า Brainard ได้นั่งเก้าอี้รองประธาน Fed แทน

Biden บอกว่า สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันมีความไม่แน่นอนมากมาย จึงต้องการเสถียรภาพและความเป็นอิสระในการดำเนินการ ซึ่ง Powell พิสูจน์แล้วว่าเขาสามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

ถึงแม้ว่าจะมีเสียงคัดค้านบ้าง แต่การแต่งตั้ง Powell ดำรงตำแหน่งประธาน Fed อีกสมัยคาดว่า จะได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ในขั้นตอนสุดท้าย ส่วนตลาดการลงทุนน่าจะคาดเดาการดำเนินนโยบายการเงินภายใต้แผนของ Powell ได้ว่า จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ในปี 2565 


Jitta Wealth

Jitta เป็นใคร ทำไมใครๆ ก็ลงทุนกับ Jitta Wealth

Jitta เป็นใคร Jitta Wealth เชื่อถือได้หรือไม่ เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย ก่อนที่จะเลือกลงทุนกับ Jitta Wealth มาทำความรู้จักหลักการลงทุน เพื่อลดความกังวล และลงทุนอย่างสบายใจ 

อ่านต่อ 


อีคอมเมิร์ซ

สหรัฐฯ เสียแชมป์มหกรรม Black Friday ให้กับวันคนโสดของจีน

Global Times เว็บไซต์ข่าวของทางการจีน รายงานว่า ยอดชอปวัน Black Friday ลดลงครั้งแรกในรอบหลายปี ทำสหรัฐฯ เสียแชมป์มหกรรมชอปออนไลน์ให้กับวันคนโสดของจีน 

นักวิเคราะห์กล่าวว่า เทศกาลชอปปิงทั้ง 2 งานในเดือนพฤศจิกายนนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของตลาดผู้บริโภค และกำลังการบริโภคในจีนและสหรัฐฯ จากตัวเลขบ่งชี้ว่า จีนมีสิทธิ์ก้าวเป็นตลาดผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลกแทนสหรัฐฯ 

Adobe Analytics พบว่า ยอดขายออนไลน์ใน Black Friday ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 8,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ และคาดการณ์ว่า ยอดขายอีคอมเมิร์ซของ Cyber Monday วันชอปปิงที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ในปี 2564 จะอยู่ราวๆ 10,200-11,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 


ยานยนต์ไฟฟ้า

Tesla เตรียมยกเครื่องโรงงานในเซี่ยงไฮ้ ทุ่ม 6,300 ล้านบาท

Tesla วางแผนลงทุนมากถึง 6,300 ล้านบาท สำหรับยกเครื่องโรงงานในเซี่ยงไฮ้ หลังกำลังการผลิตใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว โดยโรงงานแห่งนี้จะมีกำลังการผลิต 450,000 คัน 

เอกสารของรัฐบาลเซี่ยงไฮ้ระบุว่า Tesla มีแผนการลงทุนในการปรับสายการผลิตให้เหมาะสม สำหรับโรงงานแห่งแรกนอกสหรัฐฯ การลงทุนนี้มีเป้าหมายเพื่ออัปเกรดอุปกรณ์หลักและปรับปรุงเทคโนโลยี ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการขยายกำลังผลิต 

Tesla ส่งรถยนต์ประมาณ 350,000 คันจากโรงงานในเซี่ยงไฮ้ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2564 และจีนเป็นฐานการผลิตระดับโลกของ Tesla โดยเป็นที่ตั้งของตลาดรถไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมไปถึงซัปพลายเออร์และผู้ผลิตอีกจำนวนมาก


นี่คือ หลากหลายข่าวสารจากทั่วโลกที่ทีมงาน Jitta Wealth รวบรวมมาให้คุณได้ติดตามไปพร้อมๆ กับเรา

ไม่มีใครคาดคิดว่า ทั้งโลกยังต้องเผชิญกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่อีก มันคือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน และมีผลกระทบต่อตลาดการเงินการลงทุนทั่วโลกเลย

แต่พวกเรามีประสบการณ์และผ่านบทเรียนมามากมายตลอด 2 ปีที่ผ่านมา หากคุณลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพดี มีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม และเพิ่มทุนอย่างสม่ำเสมอ พอร์ตของคุณจะแข็งแรงพอที่จะฝ่าฟันวิกฤตไปได้

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – เงินบาทแข็งค่าต่อ หนุนลงทุนต่างประเทศ

Jitta Wealth Journal – ‘คริปโทเคอร์เรนซี’ จะโค่นบัลลังก์เงินดอลลาร์ 

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2021 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด