Jitta Wealth Journal - 3 หุ้นวัคซีน ส้มหล่นรับ Covid-19 กลายพันธุ์

17 สิงหาคม 2564Jitta WealthJitta Wealth Journal

รายย่อยโอดครวญ เทคจีนกับอำนาจเหนือตลาด

Jitta Wealth Journal ฉบับที่ 38 ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2564 มีประเด็นข่าวสารและความเคลื่อนไหวจากทั่วโลก สรุปมาให้คุณ ดังนี้

  • 3 หุ้นวัคซีน ส้มหล่นรับบูสเตอร์โดส
  • มุมมองรายเล็ก…เมื่อหุ้นเทคจีนมีอำนาจเหนือตลาด
  • สภาพัฒน์หั่น GDP ไทย ปี 2564 โตเพียง 0.7-1.2%
  • ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคจีนโตน้อยกว่าที่คาดไว้
  • มูลค่าตลาดหุ้นเวียดนามสัดส่วนสูงถึง 90% ของ GDP
  • ยอดดาวน์โหลด TikTok แซงหน้า Facebook

ไปติดตามกันได้เลย


Jitta Wealth

Live: ถอดรหัสการลงทุนใน Genomics & Healthcare

ก่อนหน้านี้นวัตกรรมจีโนมิกส์อาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ใครจะรู้ว่า…เมื่อวัคซีน mRNA ผลิตผลของจีโนมิกส์ ประสบความสำเร็จป้องกัน Covid-19 ได้ดี กลับกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกต้องการอย่างล้นหลาม

คุณเริ่มสนใจแล้วใช่ไหมว่า จีโนมิกส์คืออะไร มีความสำคัญกับวงการสาธารณสุขทั่วโลกอย่างไรบ้าง

Jitta Wealth Live ได้เชิญกูรูสายการแพทย์และไบโอเทค มาร่วมแชร์ความรู้เชิงลึก และความคิดเห็นต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์และจีโนมิกส์ เมกะเทรนด์แห่งอนาคต ได้แก่

คุณหมอโอ นพ. โอฬาริก มุสิกวงศ์ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

คุณมนู สว่างแจ้ง อดีตผู้จัดการใหญ่ บริษัทไฟเซอร์ ประเทศไทย

โดยมีคุณเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ร่วมพูดคุยถึงโอกาสการลงทุนในธีมจีโนมิกส์และธีมสุขภาพด้วย 

วันพุธที่ 18 สิงหาคม 2564 เวลา 19:00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook

กด ‘Going’ เพื่อรับแจ้งเตือน


3 หุ้นวัคซีน ส้มหล่นรับบูสเตอร์โดส

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุมัติให้มีการฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 เข็มที่ 3 ให้กับประชาชนบางกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันลดลง หลังจากฉีดครบ 2 โดส โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชาวอเมริกันจากไวรัสกลายพันธุ์

แต่การอนุมัติจาก FDA ยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุด โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐฯ จะต้องอนุมัติด้วย การฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 จะเริ่มขึ้นในทันที

โดยพบว่า ชาวอเมริกันราว 3-9 ล้านคนมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ซึ่งเป็นผลมาจากโรคภัยไข้เจ็บหรือจากยาที่พวกเขาใช้ในการรักษาโรค

หลังจากที่ทั้ง FDA และ CDC อนุมัติบูสเตอร์โดสแล้ว นักวิเคราะห์คาดว่า Pfizer BioNTech และ Moderna จะทำรายได้หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการจำหน่ายวัคซีน Covid-19 

ทั้ง 3 บริษัทพัฒนาวัคซีน mRNA เป็นวัคซีนชนิดแรกของโลก ที่ประสบความสำเร็จ มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกัน Covid-19 คาดว่า จะสามารถแข่งขันกับยอดขายวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ที่มีมูลค่าตลาด 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีได้ในอนาคต

Pfizer BioNTech และ Moderna คาดการณ์มานานแล้วว่า ประชาชนที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว จะต้องการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นภูมิเพิ่มเพื่อรักษาระดับการป้องกัน Covid-19 เมื่อเวลาผ่านไป รวมไปถึงป้องกันไวรัสสายพันธุ์ใหม่ๆ

Pfizer ที่พัฒนาวัคซีนร่วมกับ BioNTech และวัคซีนจาก Moderna มียอดคำสั่งซื้อช่วงปี 2564-2565 ราวๆ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นทั้งกลุ่มวัคซีน 2 โดสแรกและบูสเตอร์โดส ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มประเทศร่ำรวย

นักวิเคราะห์คาดว่า ยอดขายวัคซีนในปี 2566 ของ Pfizer และ BioNTech จะมากกว่า 6,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Moderna จะอยู่ประมาณ 7,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนใหญ่จะได้มาจากยอดขายบูสเตอร์โดส

ในอนาคต คาดว่า ยอดขายวัคซีนต่อปี ของทั้ง 2 แบรนด์ จะอยู่ที่ราว 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือมากกว่านั้น เนื่องจากจะมีบริษัทยาหรือไบโอเทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาร่วมแข่งขันพัฒนาและผลิตวัคซีน mRNA ด้วย

นอกจากนี้ ผลการศึกษาของ Mayo Clinic ศูนย์การศึกษาวิจัยทางการแพทย์โดยไม่แสวงหากำไรในสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีน Moderna ครบทั้ง 2 โดสแล้ว มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อ Covid-19 สายพันธุ์เดลตาน้อยกว่าผู้ที่ฉีดวัคซีนของ Pfizer

Mayo Clinic บอกว่า วัคซีน Moderna มีประสิทธิภาพในการป้องกัน Covid-19 ได้ 76% ขณะที่ Pfizer อยู่ที่ 42% ทั้งนี้ผลการศึกษาดังกล่าวกำลังรอการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง

นอกจากนี้ยังมีผู้พัฒนาและผลิตวัคซีนป้องกัน Covid-19 รายอื่นๆ อย่าง AstraZeneca และ Johnson & Johnson กำลังเก็บข้อมูลการทำบูสเตอร์โดส รวมไปถึง Novavax Curevac และ Sanofi ที่จะโดดเข้าร่วมตลาดนี้ด้วย

จะเห็นได้ว่า ธุรกิจบริการสุขภาพมีศักยภาพและเป็นโอกาสลงทุนอยู่เสมอ เพราะไม่มีใครหลีกหนีโรคภัยไข้เจ็บได้เลย ปัจจัย 4 ของมนุษย์นับรวมยารักษาโรคเข้าไปด้วย ดังนั้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณสุขยังไปได้อีกไกล

ยิ่งมีนวัตกรรมอย่างจีโนมิกส์ และเทคโนโลยีอื่นๆ มาสนับสนุนอย่าง Telemedicine มาช่วยในการวินิจฉัยโรคทางไกล หรือ Robot มาช่วยในการผ่าตัด ทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และสุขภาพจะไปได้อีกไกล

ที่สำคัญคือ เมกะเทรนด์สังคมคนสูงวัย ที่กำลังขยายตัวทุกมุมโลก ยิ่งทำให้ความต้องการด้านระบบสาธารณสุขที่ดีและมีคุณภาพ เพิ่มขึ้นไปอีกในระยะ 10-20 ปีข้างหน้าเลย


Jitta Wealth

วิธีรับมือ ‘บาทอ่อน’ เมื่อลงทุนต่างประเทศ

‘บาทอ่อน’ ที่สุดในรอบ 3 ปีครั้งนี้ มีสาเหตุมาจากอะไร ควรรอหรือเพิ่มทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศอย่างไร ในภาวะค่าเงินไม่เป็นใจ บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบว่า ดัชนีตลาดหุ้นกับค่าเงิน…อันไหนผันผวนกว่ากัน

อ่านต่อ


มุมมองรายเล็ก…เมื่อหุ้นเทคจีนมีอำนาจเหนือตลาด

ทีมงาน Jitta Wealth ได้สรุปข่าวสารความเคลื่อนไหวจากรัฐบาลจีน ที่มีต่อหุ้นเทคโนโลยีจีนมาโดยตลอด ตั้งแต่ข่าวเบรก Ant Group เข้า IPO มาจนถึงข่าวถอดแอป DiDi ออกจากแอปสโตร์ของสมาร์ตโฟน

ล่าสุดข่าวบริษัท Tech Education ต่างๆ ที่อาจจะโดนปฏิรูปให้เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร และต้องออกจากตลาดหุ้นจีน มูลค่าธุรกิจกวดวิชาในจีนมีแนวโน้มหดตัวในอนาคต

ดูเหมือนรัฐบาลจีนสร้างแรงกดดันให้แก่หุ้นเทคเหล่านี้มาตลอดเกือบ 1 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน Alibaba Tencent Meituan และหุ้นเทครายใหญ่กลับมีศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรให้แก่นักลงทุนทั่วโลก

แต่ในอีกด้าน…ธุรกิจรายเล็กๆ ในประเทศจีน กำลังถูกบีบจากอำนาจเหนือตลาดของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเหล่านี้

CNBC ได้เขียนบทความจากการพูดคุยกับผู้ประกอบการร้านอาหารในจีน ที่มีต่อแพลตฟอร์มส่งอาหารไว้ว่า มันเหมือนจะเป็นโอกาสในการทำธุรกิจ แต่ในทางกลับกัน แพลตฟอร์มเหล่านี้สร้างภาระทางการเงินให้ผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก

ยกตัวอย่างแอปส่งอาหาร Meituan ที่เสนอค่าคอมมิชชัน เก็บจากผู้ประกอบการร้านอาหารต่ำที่สุด คือ 18% แต่มีเงื่อนไขว่า ห้ามไปลงบริการดีลิเวอรีในแพลตฟอร์มอื่นๆ 

พอช่วง Covid-19 ที่มีมาตรการล็อกดาวน์ พวกเขาจำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มส่งอาหารเหล่านี้ จึงต้องการช่องทางส่งอาหารที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อรักษารายได้ที่หายไปจากการนั่งทานที่ร้าน

พอมีแอปคู่แข่ง Ele.me ของ Alibaba เข้ามา Meituan จึงขึ้นค่าคอมมิชชันจากร้านอาหารเป็น 25% ถ้าไปเพิ่มช่องทางในแอปอื่นๆ 

นอกจากนี้มีกรณีเจ้าของแพลตฟอร์มส่งอาหารถูกวิจารณ์ว่า กดค่าแรงขนส่งอาหารให้กับไรเดอร์ จำนวนกว่า 9.5 ล้านคนในจีน ทั้งๆ ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการทำรอบส่งอาหาร

ไม่เพียงเท่านั้น การเติบโตของหุ้นเทคโนโลยีจีนยังมีข้อกังขาถึงการดูแลพนักงานในองค์กรด้วย จนทำให้ทางการจีนต้องสั่งให้จ่ายค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายของมณฑลนั้น 

ยังมีกรณีที่พนักงานของ Pinduoduo แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน เสียชีวิตเนื่องจากทำงานอย่างหนัก หรือแพลตฟอร์ม Kuaishou ของ ByteDance ที่ถูกรายงานว่า ให้พนักงานทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์

ตัวอย่างเหล่านี้ ทำให้คนจีนที่เป็นผู้ประกอบการรายเล็ก แสดงความเห็นว่า กฎระเบียบป้องกันการผูกขาดจากบริษัทเทคโนโลยีมีความจำเป็นอย่างมาก เพราะตลาดผู้ใช้งานปัจจุบันถูกผูกขาดจากไม่กี่บริษัท

ที่สำคัญ คือ ผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือร้านขายของออนไลน์ที่ไม่ได้มีสายป่านยาว ขาดอำนาจต่อรองจากแพลตฟอร์มรายใหญ่ในจีน 

มีรายงานว่า 139 ล้านบริษัทรายเล็กในจีน พยายามพูดคุยกับทางการจีน เกี่ยวกับเรื่องความยากในการแข่งขันกับแพลตฟอร์มรายใหญ่ๆ และรัฐบาลจีนมีความพยายามที่จะช่วยเหลือพวกเขา

เพราะนโยบายพรรคคอมมิวนิสต์จีน ต้องการขจัดความยากจนและเป็นประเทศที่มีรายได้สูงในอนาคตอันใกล้ ประเด็นสำคัญที่ต้องทำควบคู่กันไป คือ ลดความเหลื่อมล้ำ ระหว่างคนเมืองและชนบท ระหว่างบริษัทรายใหญ่และรายเล็ก

นี่คือ ที่มาที่ไปของการเข้าตรวจสอบและเข้มงวดบริษัทเทคโนโลยีจากรัฐบาลจีน ที่ส่งผลให้ราคาหุ้น และ ETF ที่เกี่ยวข้องในช่วงเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา มีความผันผวนสูงมาก

ถ้าหากจีนต้องการเศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน หากแก้ปัญหานี้ได้ ก็จะทำให้ทุกๆ ฝ่ายเติบโตได้ไปพร้อมๆ กัน ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เชื่อว่า ทางการจีนต้องเร่งออกกฎหมายเพื่อให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตาม เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม

ในฐานะนักลงทุนอย่างเรา การลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีจีนยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แม้ว่าคุณภาพกิจการยังไปได้ดี แต่ยังต้องรอดูว่า ทางการจีนจะควบคุมการดำเนินธุรกิจเหล่านี้อย่างไรได้บ้าง

ทีมงาน Jitta Wealth จะนำความคืบหน้าเหล่านี้ มาอัปเดตให้คุณอยู่ตลอด เพื่อให้คุณสบายใจได้ว่า สินทรัพย์ที่คุณเลือกลงทุน มีศักยภาพเติบโตและเป็นโอกาสลงทุนในระยะยาว


Jitta Wealth

จัดพอร์ตเพื่อแม่อย่างไรให้ปัง สไตล์เทรดเดอร์สาว Stock JourNoey

Happy Mother’s Day กับพอร์ตลงทุน Thematic เพื่อคุณแม่ของฟูลไทม์เทรดเดอร์ คุณเนย Stock JourNoey ที่วางแผนออมเงินเพื่อครอบครัว พอร์ตคุณแม่ลงทุนมาเพียง 8 เดือน ผลตอบแทนรวมเติบโต 24.17%

อ่านต่อ


Jitta Wealth

ปรับ Mindset ทางการเงิน เคล็ดลับจัดพอร์ตให้รอดวิกฤต

เซนเซแป๊ะ จากเพจสรุปให้ จัด Live ร่วมกับคุณเผ่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พูดถึงประเด็นหลัก คือ การวางแผนทางการเงิน ที่มีหลักการไม่ซับซ้อน สำคัญคือ เข้าใจสินทรัพย์ผ่านการ ‘วิเคราะห์’ และลงทุนสม่ำเสมอจาก ‘วินัย’

ดู Live ย้อนหลัง

อ่านสรุป Live จากผู้ชม


สรุปสถานการณ์จากทุกมุมโลก

📌 สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2564 จะโตเพียง 0.7-1.2% จากเดิมที่คาดว่า จะเติบโต 1.5-2.5% หวังว่า การแพร่ระบาด Covid-19 ในไทยผ่านพ้นจุดวิกฤตหนักสุดในช่วงไตรมาสที่ 3 

สภาพัฒน์ ยืนยันว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่ถดถอย เพียงแต่โมเมนตัมของการขยายตัวลดลงจากผลกระทบ Covid-19 ที่ระบาดหนัก

สำหรับรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศปี 2564 อยู่ที่ 120,000 ล้านบาท หรือลดลง 73.1% จาก 440,000 ล้านบาทในปี 2563 ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 150,000 คนในปี 2564 ลดลง 97.8% จาก 6.7 ล้านคนในปี 2563 

📌 CNBC รายงานว่า ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคจีนผ่านช่องทางออนไลน์ เดือนกรกฎาคมโตเพียง 4.4% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่เติบโต 21% เนื่องจากการแพร่ระบาด Covid-19 มาตรการจำกัดการเดินทาง และการขนส่งสินค้าหยุดชะงัก

ด้านโพลของ Reuters บอกว่า ยอดขายกลุ่มค้าปลีกเติบโต 8.5% ในเดือนที่ผ่านมา ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 11.5% โดยสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ ยอดขายลดลง 1.8% กลุ่มเครื่องสำอางลดลง 2.8%

นักวิเคราะห์มองว่า ยอดขายที่เติบโตลดลงจากช่องทางออนไลน์ เกิดจากแคมเปญส่งเสริมการขายครั้งใหญ่วันที่ 16 มิถุนายนของจีน ที่เรียกว่า 618 มีความสำคัญพอๆ กับช่วงวันคนโสด 11.11 ที่ดึงความต้องการซื้อของผู้บริโภคไปแล้ว

📌 VinaCapital ออกบทวิเคราะห์วิวัฒนาการของตลาดหุ้นเวียดนามไว้ว่า ด้วยปัจจัยดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ ทำให้นักลงทุนรายย่อยหันเข้าสู่ตลาดหุ้นสูงมากขึ้น เพื่อหาการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง

มูลค่าตลาดหุ้นเวียดนามมีสัดส่วนสูงถึง 90% ของ GDP จากในอดีตมีสัดส่วน 30% มาร์เก็ตแคปบริษัทจดทะเบียนที่สูงกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐมีจำนวน 50 บริษัท เพิ่มจาก 10 บริษัทในปี 2558

นอกจากนี้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เปิดใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก 2564 สูงกว่าจำนวนบัญชีเปิดใหม่ในปี 2562 และ 2563 รวมกัน ปัจจุบันมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ 3.5 ล้านบัญชี 

อัตราการเจาะตลาดของบริษัทหลักทรัพย์ในเวียดนาม คิดเป็นสัดส่วนเพียง 3% ต่อประชากร รัฐบาลเวียดนามต้องการให้สัดส่วน เพิ่มเป็น 5% ในปี 2568 และ 10% ในปี 2573

📌 ผลสำรวจในปี 2563 พบว่า แอปพลิเคชัน TikTok ของ ByteDance เป็นโซเชียลมีเดียที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดในปี 2563 แซงหน้าแชมป์อย่าง Facebook ไปแล้ว

TikTok ได้เริ่มทำเวอร์ชันให้ดาวน์โหลดทั่วโลกในปี 2560 ต่อมาก็มียอดดาวน์โหลดแซงหน้า WhatApp Instagram Messenger ซึ่งเป็นของ Facebook อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันสำหรับแชตอย่าง Discord ที่ได้รับประโยชน์จากช่วงล็อกดาวน์ ได้รับความนิยมในบรรดาเกมเมอร์เวลาเล่นเกมออนไลน์ โดยได้ทุนสนับสนุนจาก Sony


ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่กำลังเกิดขึ้นในทุกมุมโลก บางประเทศเศรษฐกิจอาจจะกำลังฟื้นตัวในทิศทางที่ดี บางประเทศเจอวิกฤต แต่เศรษฐกิจและตลาดหุ้นยังมีศักยภาพเติบโตได้

ขณะที่บางประเทศเจอวิกฤตที่ยังมองไม่เห็นทางว่า จะฟื้นตัวได้เมื่อไร วิกฤตจะอยู่ไปอีกนานหรือไม่ เศรษฐกิจในภาพใหญ่จะทรุดหนักแค่ไหน

ถ้าเราลองกลับมาทบทวน โฟกัสที่สาเหตุ เช่น สินทรัพย์ที่เลือกลงทุนแข็งแกร่งพอไหม หรือควรกระจายความเสี่ยงหรือไม่ มากกว่าผลลัพธ์ที่มองแค่ว่า พอร์ตติดลบเท่าไร หรือผลตอบแทนต้องบวกเท่าไร

หากคุณมีความเข้าใจในสินทรัพย์ทางการเงินดีพอ คุณจะผ่านวิกฤตและความไม่แน่นอนเหล่านี้ได้

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – หุ้นเวียดนามพลิกฟื้น…คราวนี้จะไปไกลแค่ไหน

Jitta Wealth Journal – ดัชนีจีนขาลง…ไปต่อหรือพอแค่นี้

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2021 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด