Jitta Wealth Journal - Travel Tech เตรียมทะยาน เกาะกระแสเปิดประเทศ

25 พฤษภาคม 2564Jitta WealthJitta Wealth Journal

ว่างงานไทยไตรมาสแรกพุ่ง 1.96%  

Jitta Wealth Journal ฉบับที่ 26 ประจำวันที่ 25 พฤษภาคม อัปเดตข่าวสารและสถานการณ์ลงทุนทั่วโลก ดังนี้

  • ทั่วโลกเตรียมเปิดพรมแดน กระตุ้นการท่องเที่ยว
  • คริปโทเคอร์เรนซีร่วงทั่วโลก…บอกอะไรเราบ้าง
  • ตัวเลขว่างงานไทยพุ่ง 1.96% ไตรมาสแรก
  • Yellen เรียกร้องให้บริษัทยักษ์ใหญ่จ่ายภาษีสูงขึ้น
  • ตัวเลขอุตสาหกรรมและค้าปลีกจีนเดือน เม.ย. ชะลอตัว
  • วัคซีน Pfizer ได้รับอนุมัติให้เก็บในตู้เย็นสูงสุด 1 เดือน
  • Ma เตรียมลาออกจากสถาบันธุรกิจ Hupan Academy
  • อังกฤษเตรียมยกเลิกล็อกดาวน์ตามแผน 21 มิ.ย. นี้

ไปติดตามกันได้เลย 


ทั่วโลกเตรียมเปิดพรมแดน กระตุ้นการท่องเที่ยว

สหภาพยุโรป (EU) เตรียมแผนการเปิดพรมแดนให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ได้รับวัคซีนครบโดส รวมทั้งคนที่อยู่ในลิสต์ประเทศปลอด Covid-19 คาดว่า จะออกมาตรการเข้าประเทศสมาชิกในยุโรปภายในสัปดาห์นี้

วัคซีนที่ EU อนุมัติให้เข้าประเทศเพื่อการท่องเที่ยว เช่น Pfizer-BioNTech Moderna และ Johnson & Johnson ฉีดแล้วสามารถเข้า EU ได้โดยที่ไม่ต้องตรวจคัดกรองที่สนามบินหรือกักตัวก่อนเข้าประเทศ

EU ยังอนุญาตให้ประเทศสมาชิกสามารถออกเงื่อนไขเพิ่มเติมการเข้าประเทศ รวมไปถึงมาตรฐานเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนเป็นของตัวเอง 

นอกจากนี้หลายๆ ประเทศกำลังปัดฝุ่นมาตรการ Travel Bubble อีกครั้ง หลังจากที่สามารถคุมการแพร่ระบาด Covid-19 ได้ โดยที่นักท่องเที่ยวจากประเทศที่มีการบรรลุข้อตกลงร่วมกัน ไม่ต้องกักตัว

ที่เจรจากันได้แล้วก็มีนิวซีแลนด์กับออสเตรเลียที่เปิดให้ใช้มาตรการ Travel Bubble เมื่อต้นเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ที่เลื่อนแผนออกไปก็มี ฮ่องกงกับสิงคโปร์ เพราะยังไม่สามารถคุมการระบาดได้ตามเป้าหมาย

ไทยที่ยังคุมการระบาดไม่ได้ ยังเตรียมแผน Travel Bubble เช่นเดียวกัน โดยให้ ภูเก็ตและพังงาเป็นจังหวัดนำร่อง หวังฟื้นการท่องเที่ยว ที่เป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

จากความเคลื่อนไหวจากทั่วโลกสะท้อนว่า การท่องเที่ยวจะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้เศรษฐกิจของทุกประเทศ กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องปิดพรมแดนนานกว่า 1 ปี เพื่อคุมการแพร่ระบาด Covid-19

นอกจากธุรกิจโรมแรม รีสอร์ต เช่ารถ ร้านอาหาร และสายการบินที่ฝากความหวังไว้ที่การเปิดพรมแดน อีก 1 ธุรกิจที่น่าจับตามองว่าจะได้อานิสงส์จากท่องเที่ยวฟื้นตัวด้วย คือ Travel Tech 

ล่าสุด Airbnb รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกว่า รายได้เติบโต 5% และ Gross Booking Value โต 52% เป็นสัญญาณชัดเจนว่า การฉีดวัคซีนทำให้ผู้คนมั่นใจ ออกมาท่องเที่ยวต่างเมืองมากขึ้น

อย่าง Uber รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกว่า ยอดจองบริการ Food Delivery เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ทำให้รายได้รวมโต 24% แม้ว่าส่วนบริการ Ride Sharing ยอดจองยังลดลง 38%

นอกจากนี้กลุ่มสตาร์ตอัป Travel Tech อย่าง Hooper บริการจองที่พักและสายการบินออนไลน์ เตรียมตำแหน่งงานใหม่รวม 550 คน ทั้งพนักงานประจำและเอาต์ซอร์ส หลังจากกิจการฟื้นตัวได้ดีกว่าช่วงก่อนเกิด Covid-19

แม้ว่าภาพการฟื้นตัวในเชิงผลประกอบการของแต่ละบริษัท Travel Tech ยังไม่ชัดเจนนัก แต่สิ่งที่จะผลักดันให้การท่องเที่ยวทั่วโลกกลับมาเติบโตอีกครั้ง คือ การฉีดป้องกัน Covid-19 

เมื่อวัคซีนกระจายไปทั่วโลก เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ต่อสู้จนโรคระบาดครั้งใหญ่นี้หมดไป ยังไงการท่องเที่ยวก็จะกลับมาอย่างแน่นอน

เพราะผู้คนทั่วโลกกำลังอัดอั้นและอยากออกเดินทางท่องโลกกว้างกันแล้ว…


Jitta Wealth

ลงทุนรับท่องเที่ยวทั่วโลกฟื้นตัว ก่อนหุ้น Travel Tech ทะยาน

ธีม Travel Tech ของ Thematic
ลงทุนใน ETFMG Travel Tech ETF (AWAY)

ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 66.67%

ศึกษาธีม Travel Tech ได้ที่


Jitta Wealth

Live: A FATMAN รู้จักบริษัทเทคยักษ์ใหญ่กำไรบาน

ทำความรู้จัก 7 บริษัทเทคยักษ์ใหญ่อย่าง Apple Facebook Amazon Tesla Microsoft Alphabet และ Netflix จากอดีตบุคลากรไทย ราคาหุ้นกำลังผันผวน แต่บริษัทเหล่านี้แข็งแกร่ง น่าลงทุน และยังไปต่อได้อีกไกลแค่ไหน?

ดูวิดีโอย้อนหลัง

สรุปเนื้อหา Live


คริปโทเคอร์เรนซีร่วงทั่วโลก…บอกอะไรเราบ้าง

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาเหรียญดิจิทัลหลายสกุลทิ้งดิ่งให้ใจหายใจคว่ำ โดยเฉพาะ Bitcoin และ Ethereum รวมไปถึงสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ ด้วย ราคาเคลื่อนไหวในรอบ 1 เดือน ช่วง 24 เม.ย. – 23 พ.ค. ดังนี้

  • Bitcoin ราคาสูงสุด 59,523.9 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาต่ำสุด 30,261.7 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาผันผวน -32.2% มาร์เก็ตแคป 655,180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Ethereum ราคาสูงสุด 4,366.1 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาต่ำสุด 1,739.91 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาผันผวน -11.24% มาร์เก็ตแคป 244,720 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Binance ราคาสูงสุด 690.87 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาต่ำสุด 212.41 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาผันผวน -50.32% มาร์เก็ตแคป 41,550 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Dogecoin ราคาสูงสุด 0.738255 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาต่ำสุด 0.217528 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาผันผวน +23.02% มาร์เก็ตแคป 38,790 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • XRP ราคาสูงสุด 1.76001 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาต่ำสุด 0.65070 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาผันผวน -32.36% มาร์เก็ตแคป 35,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จะเห็นได้ว่า ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี ขับเคลื่อนด้วย 2 เหรียญดิจิทัลหลักๆ คือ Bitcoin และ Ethereum และ 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาผันผวนขาลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ทั้ง 2 สกุล ทำนิวไฮไปแล้ว

แต่ถ้าวัดกันที่ขนาดมาร์เก็ตแคปแล้ว แต่ละสกุลเงินมีมูลค่าในตลาดโลกสูงพอสมควร รวมแล้ว 1.42 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 5,402 สกุล

แล้วความผันผวนรอบนี้ เป็นบทเรียนให้นักลงทุนเช่นเดียวกัน เพราะปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาเหรียญดิจิทัลเหล่านี้ มาจากการไหลเวียนข่าวสารทั่วโลกทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็น Elon Musk โพสต์ผ่าน Twitter ว่า จะระงับการรับชำระเงินซื้อรถ Tesla ด้วย Bitcoin เนื่องจากการขุดเหรียญ Bitcoin ต้องใช้พลังงานจากการใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ปล่อยก๊าซ CO2 มหาศาล ทำลายสิ่งแวดล้อม

ทั้งๆ ที่ Tesla ประกาศจะลงทุนซื้อ Bitcoin ไว้ในพอร์ต ตามที่ Musk ได้ทวีตไว้ และดูเหมือนว่า Tesla อาจจะทยอยขยาย Bitcoin ออกจากพอร์ตในอนาคต 

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังมีข่าวจากทางการสหรัฐฯ เตรียมออกมาตรการจับตาธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัล โดยนักลงทุนต้องรายงานต่อกรมสรรพากร หากมีรายการโอนเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป

ล่าสุด ทางการจีนสั่งแบนไม่ให้สถาบันการเงินและบริษัทชำระเงินทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีโดยเด็ดขาด และเอกชนจีนมองว่า เหรียญดิจิทัลไม่ได้เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าอย่างแท้จริง 

นี่แค่ข่าวสารความเคลื่อนไหวบางส่วน ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซีทั่วโลก มันเป็นบทเรียนที่คอยเตือนเราเสมอ ว่าไม่มีใครคาดเดาเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

ในโลกของการลงทุน ทุกสินทรัพย์ทางการเงิน ล้วนมีความเสี่ยง ข่าวสารและวิกฤตเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา พันธบัตร ตราสารหนี้ ETF หุ้น และสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ แม้กระทั่งคริปโทเคอร์เรนซีที่มีความเสี่ยงสูงมาก

เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น เราควรกลับมาถามตัวเองว่า เรายังเชื่อมั่นในสินทรัพย์ที่เลือกลงทุนหรือไม่ เราเห็นโอกาสการเติบโตอะไรในสินทรัพย์ตัวนั้น ยิ่งเรายังมั่นใจว่า เลือกสินทรัพย์ถูก ในช่วงขาลง เป็นโอกาสเพิ่มทุนเพื่อลดความผันผวนหรือไม่

การลงทุนเหรียญดิจิทัลที่กำลังได้รับความนิยมนั้น ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนเน้นคุณค่า เขียนบทความล่าสุดว่า การลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงสูงมาก ความเคลื่อนไหวราคาในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนทั่วโลกเจ็บตัวมากมาย 

คริปโทเคอร์เรนซีจึงเหมาะกับการลงทุนแบบ ‘เก็งกำไร’ สภาพตลาดในอนาคตก็ไม่มีใครคาดเดาได้ ขณะที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังจะเข้ามาควบคุมการซื้อขาย สมรภูมิรบของสกุลเงินดิจิทัลทั่วโลก ยังต้องเผชิญเหตุการณ์อีกมากมาย 

ในความไม่แน่นอนเหล่านี้ ดร. นิเวศน์มีแนวทางว่า ถ้าลงทุนระยะยาวแล้ว จะต้องไม่ขาดทุน ถ้าขาดทุนต้องไม่หายนะ ถ้าจะลงทุนสินทรัพย์ตัวไหน ต้องสามารถประเมินมูลค่าพื้นฐานของสินทรัพย์ตัวนั้นได้ 

บทเรียนความผันผวนของคริปโทเคอร์เรนซีครั้งนี้ บอกเราได้ว่า สินทรัพย์ที่ไม่มีมูลค่าพื้นฐาน มีความเสี่ยงสูงมาก ก่อนจะลงทุนอะไร ควรศึกษาและทำความเข้าใจในสินทรัพย์นั้นให้ถ่องแท้

ที่สำคัญ คือ เลือกลงทุนสินทรัพย์ ในความเสี่ยงที่ยอมรับได้…


Jitta Wealth

เล่นหุ้นเก่ง แบบเป็นระบบ

คุณพอล ภัทรพล ลงคลิปสัมภาษณ์คุณตราวุทธิ์ ในฐานะนักลงทุน มุมมองการลงทุนอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างผลตอบแทนชนะตลาด มีวิธีการที่ไม่ยุ่งยาก พร้อมทำความรู้จักแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น และ Jitta Ranking คัดสรร ‘หุ้นดี ราคาถูก’

ดูวิดีโอย้อนหลัง


Jitta Wealth

ทุกเรื่องที่ต้องรู้…ก่อนจะ ‘ลงทุนต่างประเทศ’ กับ Jitta Wealth

สรุปทุกประเด็นสำคัญของการ ‘ลงทุนต่างประเทศ’ ไม่ว่าจะเป็น อัตราแลกเปลี่ยน ค่าธรรมเนียมต่างๆ ระยะเวลาซื้อขายหลักทรัพย์ และภาษี ที่คุณควรอ่านก่อนลงทุน

อ่านต่อ


Jitta Wealth

Exclusive Q&A with CEO ประจำเดือนพฤษภาคม 2564

อัปเดตผลตอบแทน Global ETF Thematic และ Jitta Ranking พร้อมสอบถาม CEO เกี่ยวกับสถานการณ์การทั่วโลก Jitta Wealth มีมุมมองอะไร นักลงทุนควรรับมืออย่างไร

ดูวิดีโอย้อนหลัง

สรุป Exclusive Q&A with CEO 


ตัวเลขว่างงานไทยพุ่ง 1.96% ไตรมาสแรก

สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รายงานว่า ไตรมาสแรกมีคนว่างงานเพิ่มขึ้น 760,000 คน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.96% สูงขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 

สภาพัฒน์ประเมินว่า การแพร่ระบาด Covid-19 เป็นส่วนสำคัญให้ตัวเลขการว่างงานไทยยังสูงอยู่ ขณะที่การจ้างงานในช่วงเดียวกันเพิ่มขึ้นเพียง 0.4% โดยเฉพาะการจ้างงานภาคการท่องเที่ยวยังหดตัวต่อเนื่อง

นอกจากนี้สภาพัฒน์ประเมินหนี้ครัวเรือนในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2563 ว่า มีมูลค่า 14.02 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% คิดเป็นสัดส่วน 89.3% ของ GDP สะท้อนภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังหดตัว แต่คุณภาพสินเชื่อดีขึ้น เพราะค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน

สัปดาห์ที่แล้ว สภาพัฒน์รายงานตัวเลข GDP ไทยไตรมาสแรก หดตัว 2.6% แม้ว่าการส่งออก การลงทุน และการบริโภคภาครัฐจะเติบโต แต่ที่หดตัวแรงยังเป็นการท่องเที่ยว ส่วนการบริโภคภาคประชาชนยังซบเซา

ถ้าไทยสามารถคุมการแพร่ระบาด Covid-19 รอบที่ 3 ได้ พร้อมกับเร่งกระจายวัคซีนสู่ประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด สัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้น รวมทั้งตัวเลขการว่างงานจะค่อยๆ ลดลง 


Jitta Wealth

ส่องผลตอบแทน Global ETF ครึ่งปี สูงสุด 17% 

อัปเดตผลตอบแทนเฉลี่ยจากพอร์ตลูกค้า Global ETF ในรอบ 3 และ 6 เดือน พร้อมผ่าไส้ในราคา ETF ทั้ง 5 กอง กองไหนขาขึ้น…กองไหนขาลง จะเป็นตราสารหนี้หรือหุ้น 

อ่านต่อ


Jitta Wealth

หาหุ้นหลบภัย ในภาวะ Stagflation

ภาวะเงินเฟ้อกำลังเร่งตัวขึ้น แต่เศรษฐกิจไทยยังคงซบเซา วัฏจักร Stagflation ช่วงนี้ นักลงทุนควรจัดพอร์ตอย่างไร หุ้นตัวไหนแข็งแกร่งพอ ETF ธีมไหนน่าสนใจ เพจ Stock Vitamins สรุปมาให้แล้ว  

อ่านต่อ


สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วโลกที่น่าสนใจ

Janet Yellen รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เรียกร้องบริษัทยักษ์ใหญ่จ่ายภาษีนิติบุคคลในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพื่อสนับสนุนมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาล Joe Biden ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและฟื้นฟูเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังพิจารณาภาษีขั้นต่ำขององค์กรทั่วโลก เพื่อระงับไม่ให้บริษัทต่างๆ โยกย้ายฐานการผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่สูงขึ้นในสหรัฐฯ 

ปัจจุบันนี้ภาษีนิติบุคคลของสหรัฐฯ จัดว่า อยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ คือ 1% ของ GDP 

เศรษฐกิจจีนส่งสัญญาณชะลอตัว ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมประจำเดือน เม.ย. ขยายตัว 9.8% ขณะที่ยอดค้าปลีกในช่วงเวลาเดียวกัน เพิ่มขึ้น 17.7% ตัวเลขโตน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ 

ตัวเลขรายงานเดือนที่ผ่านมาน้อยกว่าเดือน มี.ค. โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมโต 14.1% ส่วนยอดค้าปลีกเดือนเดียวกันโต 34.2% นักวิเคราะห์มองว่า ภาคการบริโภคภายในประเทศยังคงอ่อนแอ 

นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของจีนปี 2564 จะเติบโตโดยรวมอยู่ที่ 8% ท่ามกลางสงครามการค้า ระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน

องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) อนุญาตให้จัดเก็บวัคซีน Covid-19 ของ Pfizer ไว้ที่อุณหภูมิตู้เย็นมาตรฐาน (2-8 องศาเซลเซียส) ได้นานถึง 1 เดือน เพื่อลดปัญหาการจัดเก็บรักษาและการขนส่ง

ก่อนหน้านี้ FDA กำหนดการเก็บรักษาวัคซีนของ Pfizer ในตู้เย็นไว้ที่ 5 วัน 

นอกจากนี้หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้วัคซีน Pfizer ในเด็กอายุ 12-15 ปีเป็นกรณีฉุกเฉิน และ FDA กำลังพิจารณาอนุมัติเช่นเดียวกัน

Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba และ Ant Group เตรียมลาออกจากตำแหน่งประธานสถาบันสอนธุรกิจ Hupan Academy คาดว่า มาจากแรงกดดันของรัฐบาลจีนเพื่อสกัดอิทธิพลของ Ma 

เพราะทางการจีนกลัวว่า Ma อาจใช้สถาบันนี้เป็นเครื่องมือสร้างเครือข่ายต่อต้านรัฐบาลจีน ก่อนหน้านี้ระงับการลงทะเบียนรับนักศึกษาใหม่ด้วย

สหราชอาณาจักรเตรียมยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ตามแผนวันที่ 21 มิ.ย. นี้ หวังเปิดเศรษฐกิจ หลังฉีดวัคซีน Covid-19 ไปแล้ว 60 ล้านโดส

ปัจจุบันอังกฤษยังคงเผชิญกับเชื้อไวรัสสายพันธ์ุอินเดียที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว แต่มั่นใจว่า วัคซีนของ Pfizer และ AstraZeneca จะป้องกันได้ เมื่อฉีดครบ 2 โดส


จะจบเดือนพ.ค. แล้ว ที่เรายังคงอยู่กับสถานการณ์ Covid-19 ต่อไป ตอนนี้เราฝากความหวังไว้ที่วัคซีนว่า จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในประเทศและทั่วโลก ต้องใช้เวลานานแค่ไหน

แต่สิ่งที่เห็นได้ชัด คือ ทิศทางเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น วิกฤตที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก ไม่เหมือนกับปีที่ผ่านมา

ปัจจัยเรื่องการปรับฐานของดัชนีและราคาหุ้นยังมีอยู่บ้าง แต่หากจะลดลงสัก 10-20% ยังจัดว่าเป็นภาวะปกติที่เกิดขึ้นได้

หวังว่าครึ่งปีหลัง สถานการณ์ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลก จะสะท้อนภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น

อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – คุณจะรับมือ Stagflation อย่างไร

Jitta Wealth Journal – Fed จะขึ้นดอกเบี้ยตาม Yellen หรือไม่

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด