Jitta Wealth Journal - Fed จะขึ้นดอกเบี้ยตาม Yellen หรือไม่

11 พฤษภาคม 2564Jitta Wealth Journal

ชาติตะวันตกเตรียมเปิดประเทศรับซัมเมอร์

Jitta Wealth Journal ฉบับที่ 24 ประจำวันที่ 11 พ.ค. มีประเด็นข่าวที่น่าติดตามและมีผลกระทบต่อการลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ดังนี้

  • Yellen แนะ Fed ขึ้นดอกเบี้ย
  • ชาติตะวันตกเตรียมแผนเปิดประเทศรับท่องเที่ยว
  • การค้าจีนโต 28.5% ใน 4 เดือนแรก
  • ดัชนี VNI ปี 2564 ไม่เสี่ยงปรับฐานครั้งใหญ่
  • VanEck ยื่นขอออก ETF สกุลเงิน Ethereum ในสหรัฐฯ

นอกจากนี้ทีมงาน Jitta Wealth ยังได้รังสรรค์บทความดีๆ Jitta Ranking ตอนที่ 2 – ลงทุน ‘หุ้นดี ราคาถูก’ ที่ ‘ตลาดหุ้นเวียดนาม’ ดีอย่างไร ที่ยก 8 เหตุผลที่ควรลงทุนหุ้นเจ๋งๆ ในเวียดนาม คัดสรรจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้นของ Jitta มาแล้ว

สัปดาห์ที่แล้ว คุณตราวุทธิ์ได้ Live สดกับเพจ Wealth Me Up ในรายการลงทุนนิยม เกี่ยวกับโอกาสลงทุนหุ้นต่างประเทศ ซึ่งทั้ง Global ETF Thematic และ Jitta Ranking จะพาคุณไปแสวงหาโอกาสลงทุนทั่วโลก

ช่อง YouTube ของคุณพอล ภัทรพล Money Matters ให้เกียรติสัมภาษณ์คุณตราวุทธิ์ในฐานะเป็นผู้ก่อตั้ง WealthTech Startup ที่พัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้น Jitta และกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth รวมทั้งแชร์ประสบการณ์ของคุณตราวุทธิ์ที่เป็นนักลงทุนด้วย

หากใครอยากทำความรู้จัก ETF มากขึ้น ทาง Passive Way ได้ปรับปรุงเนื้อหาใน E-book พิมพ์ครั้งที่ 2 The Passive Way Guide to ETF กลยุทธ์ลงทุนสบายใจ กระจายความเสี่ยงรอบโลก ที่ใครๆ ก็ทำได้ ลองไปดาวน์โหลดกันได้

ไปติดตามกันได้เลย


Yellen แนะ Fed ขึ้นดอกเบี้ย

รัฐมนตรีคลัง Janet Yellen แนะให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ใช้มาตรการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากภาวะเงินเฟ้อเร่งตัวและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของ Joe Biden ที่ทุ่มเม็ดเงินมหาศาล

รวมไปถึงแผนการลงทุนปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ในรอบหลายทศวรรษของสหรัฐฯ ในมุมมองของ Yellen คือ จะทำให้ประเทศเติบโตเร็วขึ้นและมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น

ปัจจุบัน Fed ยังใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0-0.25% และก่อนหน้านี้ยืนยันว่า จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยไปอีกจนถึงปี 2566 เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีแนวโน้มฟื้นตัวดี ส่วนภาวะเงินเฟ้อยังควบคุมได้

แน่นอนว่า ทำเนียบขาวไม่มีอำนาจแทรกแซงการกำหนดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นดุลยพินิจโดยอิสระของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) จาก Fed เท่านั้น 

เหมือนกับมติจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) บ้านเรา

การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายย่อมส่งผลต่อความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ เช่นเดียวกัน ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA เพิ่มขึ้น 2.7% เป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงนับตั้งแต่เดือน มี.ค. 

ส่วน S&P500 บวกไม่แพ้กัน เพิ่มขึ้น 1.2% ดีที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว แต่ Nasdaq กลับลดลง 1.5%

นักวิเคราะห์มองว่า Fed ยังคงใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายเดิม ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะฟื้นตัวได้ดี ประกอบกับการเร่งฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 ดังนั้นความผันผวนในตลาดหุ้นน่าจะเป็นแรงกดดันระยะสั้น

ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในดัชนี S&P500 คาดว่าจะโต 50.4% ในไตรมาสแรกของปี 2564 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานตัวเลขการจ้างงานใหม่ในเดือน เม.ย. ที่เติบโตไม่สูงตามที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากการขาดแคลนแรงงานและวัตถุดิบ แต่ในภาพรวมตัวเลขการว่างงานมีแนวโน้มลดลง

ขณะที่สถานการณ์ด้านสาธารณสุขในสหรัฐฯ กำลังดีขึ้นจากมาตรการเร่งฉีดวัคซีนของรัฐบาล 


ชาติตะวันตกเตรียมแผนเปิดประเทศรับท่องเที่ยว

นับจากที่แต่ละประเทศเร่งฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 เมื่อปลายปี 2563 จนมาถึงเดือน พ.ค. ภาพเริ่มชัดแล้วว่า หลายประเทศคุมการระบาดได้เป็นอย่างดี

อีกซีกโลกหนึ่งไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป กำลังวางแผนเปิดประเทศต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว เริ่มตั้งแต่ มิ.ย. เป็นต้นไป ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์ของประเทศโซนนั้น

สหรัฐฯ ฉีดวัคซีนโดสแรกไปแล้ว 56% ของประชากรวัยผู้ใหญ่ ประชาชนสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ โดยไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย

รัฐนิวยอร์กจะเริ่มเปิดเมือง 1 ก.ค. เป็นต้นไป ให้กิจการต่างๆ สามารถเปิดบริการได้ตามปกติ โดยมั่นใจว่า การเปิดเมืองครั้งนี้ จะทำให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวมหานครนิวยอร์กอย่างล้นหลาม

สหราชอาณาจักรเดินหน้าฉีดวัคซีนไปแล้ว 34 ล้านคนในโดสแรก รัฐบาลกำลังผ่อนปรนมาตรการควบคุม จะประกาศรายชื่อประเทศสีเขียววันที่ 17 พ.ค. นี้ ให้คนอังกฤษสามารถเดินทางไปได้ รวมทั้งอนุญาตให้คนจากประเทศเหล่านั้น เดินทางเข้าอังกฤษได้เช่นเดียวกัน

ส่วนคณะกรรมมาธิการยุโรปกำลังหารือแผนเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะถึงเวลาที่จะฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในยุโรป และผ่อนปรนมาตรการควบคุมต่างๆ 

นอกจากนี้สหภาพยุโรปกำลังเตรียมออก Digital Green Certificate หรือวัคซีนพาสปอร์ต แต่ต้องเป็นการฉีดวัคซีนที่องค์การอนามัยโลก (WHO) อนุมัติการใช้งานด้วย

สำหรับไทยที่ยังเผชิญการระบาดรอบ 3 อาจจะต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลว่า ไทม์ไลน์เปิดพรมแดนยังเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวบ้านเรา ถือเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ


การค้าจีนโต 28.5% ใน 4 เดือนแรก

สำนักงานศุลกากรของจีน (GACC) รายงานว่า มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของจีนอยู่ที่ 11.62 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 56.2 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 28.5% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2564 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

GACC ระบุว่า เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิด Covid-19 มูลค่านำเข้าและส่งออกในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ยังเพิ่มขึ้น 21.8% เมื่อเทียบกับช่วง 4 เดือนแรกของปี 2562

มูลค่าการส่งออกในสกุลเงินหยวนช่วงเดือน ม.ค. – เม.ย. เพิ่มขึ้น 33.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่มูลค่าการนำเข้าสูงขึ้น 22.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน 

ส่งผลให้มูลค่าการเกินดุลทางการค้าเพิ่มขึ้น 149.7% อยู่ที่ 1.02 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 4.93 ล้านล้านบาท)

เดือน เม.ย. มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของจีนสูงแตะ 3.15 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 15.23 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 26.6% เมื่อเทียบเดือนเดียวกันปีที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค.

ส่วนมูลค่าการเกินดุลทางการค้าเดือนเม.ย. อยู่ที่ 2.76 แสนล้านหยวน (ประมาณ 1.33 ล้านล้านบาท) ลดลง 12.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 


ดัชนี VNI ปี 2564 ไม่เสี่ยงปรับฐานครั้งใหญ่

ผ่านไตรมาสแรกมาแล้ว บริษัทจดทะเบียนใน VNI รายได้เพิ่มขึ้น 24.8% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 51.8% เทียบจากปีก่อนหน้า

ส่วนดัชนี VNI เดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 4.1% จากเดือนที่แล้ว และเพิ่มขึ้น 12.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2563 ซึ่งดีกว่าตลาดหุ้นเกิดใหม่ทั่วโลก

ส่วนมูลค่าการซื้อเพิ่มขึ้นเป็น 725 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือน เม.ย. จาก 596 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือน มี.ค. เทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2563 มูลค่าการซื้อขายตลาดหุ้นเวียดนามเพิ่มขึ้น 5.5 เท่าเลยทีเดียว

ด้วยเม็ดเงินนี้อาจจะยังเป็นรองแค่ไทย แต่ชนะทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนเลย

อย่างที่เรารู้กันว่า เวียดนามกำลังเป็นขาขึ้น เพราะปัจจัยพื้นฐานหลายๆ ด้าน ที่ผลักดันเศรษฐกิจเวียดนามให้แข็งแกร่ง ทั้งด้านการส่งออก เม็ดเงินลงทุนจากบริษัทต่างชาติ การลงทุนภาครัฐและเอกชน และการบริโภคจากคนในประเทศ

ทั้งหมดนี้ ล้วนผลักดันตลาดหุ้นเวียดนามให้เป็นขาขึ้นด้วย

ธนาคาร HSBC บอกว่า นักลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามกว่า 3.02 ล้านบัญชียังคงเป็นรายย่อยและสถาบันในประเทศ การเปิดบัญชีใหม่รายเดือนยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นประเด็นที่น่ากังวลว่า มีความเสี่ยงที่ทำให้ตลาดหุ้นผันผวนได้

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังมีสัดส่วนน้อยก็จริง แต่ HSBC เชื่อว่า พวกเขาจะไม่สามารถเพิกเฉยต่อความน่าสนใจของหุ้นเวียดนามได้ ในอนาคตเม็ดเงินจากทั่วโลกต้องไหลเข้ามาในตลาดหุ้นเวียดนาม

แม้ว่าจะมีเงื่อนไข Foreign Ownership Limit มาจำกัดนักลงทุนต่างชาติ แต่ HSBC มองว่า ไม่สามารถทำลายเสน่ห์ของตลาดหุ้นเวียดนามได้ ในเดือน เม.ย. นักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นแค่ 22.5% จากเพดานที่ 44.1%

HSBC บอกว่า บริษัทจดทะเบียนในดัชนี VN30 ยังมีสูงถึง 24 บริษัทที่ยังมีช่องว่างมากพอให้นักลงทุนต่างชาติลงทุนได้ หากคุณเป็นนักลงทุนต่างชาติควรเข้ามา ก่อนที่จะตลาดหุ้นเวียดนามจะขึ้นสูงกว่านี้

ดังนั้นโอกาสที่ดัชนี VNI จะปรับฐานครั้งใหญ่ หรือหลุด 1,200 จุด ถูกมองว่ายาก นักวิเคราะห์และสำนักวิจัย ต่างมองข้ามช็อตว่า ตลาดหุ้นเวียดนาม…ยังไปได้ไกลกว่านี้


Jitta Ranking ตอนที่ 2 – ลงทุน ‘หุ้นดี ราคาถูก’ ที่ ‘ตลาดหุ้นเวียดนาม’ ดีอย่างไร

8 เหตุผลดีๆ ให้คุณมาเช็กลิสต์ว่า ทำไมถึงควรลงทุน Jitta Ranking เวียดนาม มีโอกาสมากแค่ไหน ที่พอร์ตลงทุนจะเติบโตจาก ‘หุ้นดี ราคาถูก’ ที่คัดสรรจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้นของ Jitta 

อ่านต่อ

โอกาสลงทุน ETF ระดับโลก เริ่มต้นแค่ 100,000 บาทกับ Jitta Wealth

วันพุธที่ 5 พ.ค. คุณตราวุทธิ์ได้มีโอกาส Live สดในรายการลงทุนนิยม ตอนที่ 85 ของเพจ Wealth Me Up เกี่ยวกับการลงทุนหุ้นต่างประเทศ และหลักการลงทุนของ Jitta Wealth ผ่าน Global ETF Thematic และ Jitta Ranking 

ดูวิดีโอย้อนหลัง

อ่านสรุป Live


ปรับปรุงใหม่ E-book เพื่อการลงทุน ETF ให้พอร์ตเติบโต

Jitta Wealth

The Passive Way Guide to ETF
กลยุทธ์ลงทุนสบายใจ กระจายความเสี่ยงรอบโลก ที่ใครๆ ก็ทำได้

จากเสียงตอบรับเวอร์ชันแรก ยอดดาวน์โหลดหลักหมื่นในเวลาไม่กี่วัน สู่การปรับปรุงเนื้อหาใน E-book ครั้งที่ 2 ของ Passive Way ร่วมมือกับ Jitta Wealth อัปเดตสถานการณ์โลกล่าสุด และเนื้อหาธีมการลงทุนใหม่ๆ 

ดาวน์โหลดฟรี


Startup สุดล้ำ! เทคโนโลยีจัดการพอร์ตหุ้นพันล้าน 

คุณพอล ภัทรพล จากช่อง Money Matters ใน YouTube สัมภาษณ์คุณตราวุทธิ์ในมุมมองของผู้ก่อตั้ง WealthTech รายแรกของไทย ทั้งแพลตฟอร์มวิเคราะห์หุ้นของ Jitta และบทบาทของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) Jitta Wealth 

ดูวิดีโอ


VanEck ยื่นขอออก ETF สกุลเงิน Ethereum ในสหรัฐฯ

นับจาก Purpose Bitcoin ETF คริปโทเคอร์เรนซีกองแรกของโลกในตลาดหุ้นแคนาดา ปลุกกระแสให้ผู้ออก ETF ทั่วโลกหันมาร่างไฟล์ลิงยื่นขอจดทะเบียน ETF ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลเป็นว่าเล่น

VanEck เป็น 1 ในผู้ร่วมชิงชัยด้วย ไม่นานมานี้ยื่นไฟล์ลิงของ Bitcoin ETF ต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ คราวนี้เป็นคิวของ Ethereum ETF

VanEck เปิดเผยเองว่า ได้ยื่นขอจดทะเบียนไปเมื่อวันศุกร์ที่ 7 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยจะเทรดในตลาด Chicago Board Options Exchange (CBOE)

Ethereum ก็เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ทำนิวไฮใหม่ได้แรง ไม่แพ้ Bitcoin ราคาล่าสุดถึงวันที่ 10 พ.ค. ทะลุ 4,100 ดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว 

VanEck มองว่า Ethereum ETF จะทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงสภาพคล่องของสกุลเงินดิจิทัลนี้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงทุน Ethereum โดยตรง

VenEck ยังมีบริษัทลูกจัดทำดัชนีชี้วัดต่างๆ โดยมี MVIS CryptoCompare Ethereum Benchmark Rate เป็นฐานข้อมูลให้ผู้จัดการกองทุนที่สนใจคริปโทเคอร์เรนซี โดยรวบรวมจาก 5 เว็บเทรดสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำทั่วโลก 

คงต้องรอต่อไป เพราะ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ยังไม่ได้อนุมัติ ETF ที่ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลกองไหนเลย ขณะที่ Bitcoin ETF ของ VanEck ยังโดนเลื่อนการพิจารณาเอกสารไฟล์ลิงไปในเดือน มิ.ย. 


ถึงแม้ว่า สถานการณ์ Covid-19 ในบ้านเรา ยังลุ่มๆ ดอนๆ ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ยังอยู่หลักพัน ยังไม่มีทีท่าจะลดลง สถานที่ต่างๆ ขยายเวลาปิดทำการไปจนถึง 17 พ.ค. 

แต่สิ่งที่จะทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมา คือ วัคซีนป้องกัน ยิ่งฉีดเร็วเท่าไร ยิ่งเกิดภูมิคุ้มกันหมู่เร็วเท่านั้น โอกาสติดเชื้อน้อยลง ต่อให้ติด อาการก็ไม่หนัก

เราได้เห็นผลสัมฤทธิ์ต่างๆ จากนานาประเทศแล้ว ระบาดรอบที่เท่าไร ประเทศไหนฉีดวัคซีนได้เยอะแล้ว หวังว่า สถานการณ์ของไทยจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็ววัน บทเรียนเรามากพอที่จะจัดการปัญหาได้แล้ว

เราจะผ่าน Covid-19 รอบที่ 3 ไปด้วยกัน

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า

อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – ขึ้นภาษี Capital Gain สหรัฐฯ จะส่งผลอย่างไร

Jitta Wealth Journal – 12 เหตุผลที่เวียดนามโตก้าวกระโดด

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด