ส่อง 8 หุ้นที่ดัน ผลตอบแทน Jitta Ranking - U.S. Tech โตกว่า 54%

7 กันยายน 2564Jitta RankingJitta Wealth

จากบทความที่แล้ว ทีมงาน Jitta Wealth พาคุณไปทำความรู้จักกับลูกค้าคนแรกของ Jitta Ranking – U.S. Tech คุณอดุลย์ สารบัญ ที่พอร์ตโตเกือบ 49%

เราจะพาคุณมาอัปเดตกันต่อว่า ผลตอบแทนเฉลี่ยพอร์ต Jitta Ranking – U.S. Tech ของลูกค้า Jitta Wealth เป็นอย่างไรกันบ้างในรอบ 1 ปีกว่าที่ผ่านมา (ข้อมูล ณ 31 สิงหาคม 2564)

  • Jitta Ranking – U.S. Tech +54.17%
  • Nasdaq (TRI) +43.69%
  • S&P500 (TRI) +40.44%

จะเห็นได้ว่า ผลตอบแทนของ Jitta Ranking – U.S. Tech ชนะ 2 ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เป็นแหล่งรวมของหุ้นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก อย่างดัชนี S&P500 มีสัดส่วนของบริษัทในกลุ่ม Information Technology (เทคโนโลยีสารสนเทศ) สูงถึง 30% วัดตามขนาดมาร์เก็ตแคป

นี่คือผลลัพธ์ของ AI และอัลกอริทึมของ Jitta Wealth ที่วิเคราะห์งบการเงินบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ย้อนหลัง 10 ปี คัดเลือกหุ้นที่มีโอกาสเติบโต 

ปี 2563 ที่ผ่านมา Jitta ได้พัฒนาอัลกอริทึมเพื่อให้วิเคราะห์หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ได้แม่นยำยิ่งขึ้น เนื่องจากมาตรฐานบัญชีปัจจุบันยังไม่เป็นมิตรกับบริษัทเทคโนโลยีเท่าไร เน้นการบันทีกรายได้และค่าใช้จ่ายผ่านทรัพย์สินที่มีตัวตน

แต่บริษัทเทคโนโลยีมีทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน คือ แพลตฟอร์มออนไลน์ ซอฟต์แวร์ และนวัตกรรมใหม่ ส่งผลให้การทำงบการเงิน พบว่า บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ มีรายได้โตอย่างโตเนื่อง แต่กำไรสุทธิกลับลดลงหรือขาดทุนสุทธิหลายปีติดต่อกัน ขณะที่กระแสเงินสดกลับเพิ่มขึ้น

จึงเป็นที่มาให้ Jitta พัฒนาอัลกอริทึม โดยให้น้ำหนักของรายได้และกระแสเงินสดในการวิเคราะห์หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อให้คัดเลือกหุ้นที่มีโอกาสเติบโตได้อย่างแม่นยำนั่นเอง

ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยพอร์ต Jitta Ranking – U.S. Tech ของลูกค้า Jitta Wealth เติบโตชนะดัชนีตลาด รวมทั้งในปีที่แล้ว ราคาหุ้นเทคโนโลยีหลายบริษัท มีราคาพุ่งอย่างเห็นได้ชัด ทำให้นักลงทุนหลายคนมองว่า ราคาสูงเกินกว่าพื้นฐานกิจการหรือไม่

บทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความรู้จัก 8 บริษัทเทคโนโลยีที่มีงบการเงินแข็งแกร่ง ที่มีส่วนดันให้ผลตอบแทนเฉลี่ย Jitta Ranking – U.S. Tech เติบโตได้ดีในรอบปีที่ผ่านมา

Jitta Wealth

Netflix

ผู้ให้บริการสตรีมมิงความบันเทิงระดับโลก ที่มีจำนวนหลายพันรายการ ซึ่งสร้างรายได้อย่างมหาศาลในช่วงการแพร่ระบาด Covid-19 ที่ผ่านมา เพราะผู้คนถูกบังคับให้อยู่ที่บ้าน และโรงภาพยนตร์ไม่เปิดให้บริการ ทำให้สตูดิโอภาพยนตร์ฮอลลีวูดจำเป็นต้องเอาหนังใหม่ มาลงช่องทางสตรีมมิงให้ผู้ชมได้ดู และ Netflix ก็เป็น 1 ในสตรีมมิงชื่อดังที่มียอดผู้ใช้บริการมากกว่า 209 ล้านบัญชีทั่วโลก

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลงกำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
256324,996+24.01%9,720+25.96%
256220,156+27.62%7,716+32.43%
256115,794+35.08%5,827+59.21%
ที่มา: Jitta หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

The Trade Desk

ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มด้านการซื้อโฆษณา ครอบคลุมโฆษณาทุกรูปแบบทั้งในโซเชียลมีเดีย สมาร์ตโฟน และวิดีโอ รายได้ของ The Trade Desk เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกปี และเป็นอีก 1 บริษัทเทคโนโลยีน้องใหม่ที่มีวิสัยทัศน์มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงการซื้อขายสื่อโฆษณาเพื่อผู้บริโภคทุกคน

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลงกำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
2563836.0+26.47%657.2+30.17%
2562661.1+38.50%504.9+39.01%
2561477.3+54.86%363.2+50.09%
ที่มา: Jitta หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Digital Turbine

แพลตฟอร์มโฆษณาบนสมาร์ตโฟน ที่มีจุดมุ่งหมายในการเปลี่ยนรูปแบบการโฆษณาแบบเดิมๆ ให้เข้าถึงผู้บริโภคและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น Digital Turbine ได้พัฒนาแพลตฟอร์มให้ทันสมัยอยู่เสมอในทุกปี และได้รายงานยอดจำนวนผู้เห็นโฆษณาที่สูงถึง 1,500 ล้านครั้งต่อเดือน ทำให้บริษัทมีรายได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปีงบประมาณ 2564 (เริ่มเมษายน 2563 – มีนาคม 2564)  313.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+126.06%) ส่วนกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 132.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+147.00%)

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลงกำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
2563138.7+33.93%53.7+50.92%
2562103.6+38.55%35.6+41.95%
256174.8+85.92%25.1+108.53%
ที่มา: Jitta หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

CrowdStrike Holdings

ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ โดย CrowdStrike ได้ประกาศว่า บริษัทเป็นถึง Next-generation Endpoint Protection ที่มั่นใจในเทคโนโลยีป้องกันการจารกรรมทางไซเบอร์มาก ถึงขนาดที่พร้อมจ่ายค่าชดเชยสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หากผู้ที่ใช้บริการ Endpoint Security ระดับสูงสุด แต่ยังเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหล CrowdStrike ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำในหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก และทำรายได้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุกปี ล่าสุดปีงบประมาณ 2564 (เริ่มเมษายน 2563 – มีนาคม 2564) รายได้อยู่ที่ 874.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+81.64%) กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 644.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+89.79%)

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลงกำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
2563481.4+92.70%339.8+108.99%
2562249.8+110.37%162.6+152.99%
2561118.8+125.14%64.3+242.95%
ที่มา: Jitta หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Atlassian Corporation

ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับสื่อสารภายในองค์กรชื่อดังอย่าง Jira และ Trello ที่มีบริษัทระดับโลกอย่าง Airbnb eBay Cisco และ Redfin เป็นผู้ใช้บริการ เพื่อลดความซับซ้อนในการสื่อสารของโปรเจกต์งานที่ทำร่วมกันเป็นทีม นอกจากนี้ Atlassian ยังได้พัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ออกมามากมายประกอบไปด้วย Confluence Jira Align Jira Core และ Jira Service Desk เพื่อครอบคลุมการทำงานเป็นทีมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ปีงบประมาณ 2564 (เริ่มกรกฎาคม 2563 – มิถุนายน 2564) รายได้อยู่ที่ 2,089 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+29.42%) 1,755+30.43%

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลงกำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
25631,614+33.39%1,345+34.56%
25621,210+37.36%999.8+41.16%
2561881.0+40.58%708.3+39.56%
ที่มา: Jitta หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Zoom Video Communications

ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ยอดนิยม ที่ทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นการ เรียนออนไลน์ ทำงานจากที่บ้าน หรือการวิดีโอคอลปกติ ก็ใช้แอปพลิเคชัน Zoom กันทั้งนั้น ส่งผลให้มีรายได้พุ่งขึ้นแบบก้าวกระโดดในช่วงปี 2563-2564 ที่ผ่านมา จากการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่บังคับให้ผู้คนทั่วโลกต้องอยู่บ้านและใช้แอปพลิเคชันเพื่อประชุมกันมากขึ้น อีก 1 เหตุผลที่ทำให้ Zoom กลายเป็นแพลตฟอร์มประชุมออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก เพราะ Zoom มีรูปแบบที่ใช้งานง่ายและเข้าถึงได้ทุกคน ปีงบประมาณ 2564 (เริ่มกุมภาพันธ์ 2563 – มกราคม 2564) รายได้อยู่ที่ 2,651 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+325.81%) กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1829 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+260.64%)

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลงกำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
2563622.7+88.39%507.3+88.21%
2562330.5+118.19%269.5+123.30%
2561151.5+149.07%120.7+149.66%
ที่มา: Jitta หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

DocuSign

ผู้ให้บริการระบบจัดการลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-signature บริการหลัก คือ ระบบการเซ็นอนุมัติเอกสารและระบบจัดการเอกสารออนไลน์ DocuSign ได้รับการไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำของโลกมากมาย มีผู้ใช้งาน DocuSign มากกว่า 250,000 บริษัท จาก 188 ประเทศทั่วโลก ปีงบประมาณ 2564 (เริ่มกุมภาพันธ์ 2563 – มกราคม 2564) รายได้อยู่ที่ 1,453 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+49.19%) กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 1,095 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (+49.31%) 

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลงกำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
2563974.0+38.95%733.3+43.62%
2562701.0+35.19%510.6+27.58%
2561518.5+35.93%400.2+43.46%
ที่มา: Jitta หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Shopify

แพลตฟอร์มที่ใช้ในการสร้างร้านค้าออนไลน์หรือเว็บไซต์ E-Commerce สำเร็จรูป โดยมีรูปแบบให้เลือกใช้มากมาย Shopify เหมาะสำหรับธุรกิจทุกรูปแบบและมีผู้ใช้งานมากกว่า 600,000 ธุรกิจทั่วโลกจาก 175 ประเทศในปี 2563

งบการเงินรายได้รวม% เปลี่ยนแปลงกำไรขั้นต้น% เปลี่ยนแปลง
25632,929+85.63%1,542+78.08%
25621,578+47.05%865.6+45.18%
25611,073+59.40%596.3+56.81%
ที่มา: Jitta หน่วย: ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นี่คือ ตัวอย่างหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ 8 บริษัท ที่มีส่วนดันให้ผลตอบแทนของ Jitta Ranking – U.S. Tech เติบโตได้ดีในช่วงปี 2563-2564 คุณจะเห็นว่า แต่ละบริษัทยังมีรายได้และกำไรขั้นต้นเติบโตมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

เราใช้กำไรขั้นต้นมาเป็นตัวชี้วัดคุณภาพกิจการในบทความนี้ เนื่องจากเป็นกำไรก้อนแรก หลังจากหักต้นทุนการขาย เพื่อให้คุณเห็นว่า ก่อนจะหักเหลือเป็นกำไรจากการดำเนินการ (หักค่าใช้จ่ายและค่าเสื่อมราคา) หรือกำไรสุทธิ (หักภาษีนิติบุคคล) แท้จริงแล้ว บริษัทหุ้นเทคโนโลยีเหล่านี้ มีสัดส่วนกำไรขั้นต้นเมื่อเทียบกับรายได้สูงแค่ไหน

ล่าสุดทีมงาน Jitta Wealth ได้อัปเดตตัวอย่างหุ้น 30 บริษัท ที่เป็นตัวอย่างสำหรับการลงทุน Jitta Ranking – U.S. Tech ซึ่งจะปรับปรุงรายชื่อหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ใหม่ๆ ทุกปี

หากคุณอยากรู้จักว่า ตัวอย่างหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่ติดอันดับ Top  5 มีบริษัทอะไรบ้าง ลองอ่านบทความจากทีมงาน Jitta Wealth ได้เลย

หากคุณเชื่อมั่นในศักยภาพของเทคโนโลยีที่กำลังมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตผู้คนทั่วโลก ต่อให้ผ่าน  Covid-19 ไปแล้ว ความต้องการใช้เทคโนโลยีไม่ได้หายไป กลับเพิ่มมากขึ้น เพราะทุกคนเห็นแล้วว่า การพัฒนาเทคโนโลยีทำให้ผู้คนทั่วโลกใช้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าเดิม 

จึงเป็นที่มาของคำว่า Technology Breakthrough นวัตกรรมที่มีผลต่อการใช้ชีวิตและการดำเนินธุรกิจทั่วโลก…หรือดิสรัปนั่นเอง

กองทุนส่วนบุคคล Jitta Ranking – U.S. Tech ลงทุนเริ่มต้น 1 ล้านบาท จัดพอร์ตลงทุนหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ 5-30 บริษัท ปรับพอร์ตอัตโนมัติทุก 3 เดือน หากหุ้นตัวใดตัวหนึ่งหลุดจากอันดับต้นๆ Jitta Ranking จะขายหุ้นตัวเก่า และซื้อหุ้นตัวใหม่เข้ามาเมื่อถึงรอบปรับพอร์ต ทำให้ลูกค้าจะได้หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่มีโอกาสเติบโตอยู่เสมอ 

สอบถามเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนได้ที่ Line ID: @JittaWealth หรือศึกษาแนวทางจัดพอร์ต Jitta Ranking – U.S. Tech ได้ที่ https://jittawealth.com/jitta-ranking/ustech


กองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด ผู้บุกเบิกสตาร์ตอัป WealthTech สัญชาติไทยรายแรก ที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ใบอนุญาตเลขที่ ลค-0105-01

ผลตอบแทนในอดีต ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจนโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

อ้างอิง


อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

5 หุ้นเทคสหรัฐฯ ปี 2564 พร้อมดันพอร์ต Jitta Ranking – U.S. Tech เติบโต

ส่องพอร์ตลูกค้าคนแรกของ Jitta Ranking – U.S. Tech ผลตอบแทนโต 49%

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2021 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด