Jitta Wealth Journal - หุ้นเวียดนามพลิกฟื้น...คราวนี้จะไปไกลแค่ไหน

10 สิงหาคม 2564Jitta WealthJitta Wealth Journal

วัคซีน mRNA ตัวที่ 3 คือ หุ้นบริษัทไหน

Jitta Wealth Journal ฉบับที่ 37 ประจำวันที่ 10 สิงหาคม 2564 มาติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกที่น่าสนใจ ดังนี้

  • ดัชนี VNI รีบาวด์ยืนเหนือ 1,300 จุดอีกครั้ง
  • ถึงคิวของ ‘หุ้นเกมจีน’ ข้อหามอมเมาเยาวชน
  • Sanofi ทุ่ม 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อกิจการพัฒนาวัคซีน mRNA
  • คาด Tech Startup ในอาเซียนทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2568
  • คาด Robo-advisory โตสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567
  • Goldman Sachs หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจจีนปี 2564 เหลือ 8.3%

ไปติดตามกันได้เลย


ดัชนี VNI รีบาวด์ยืนเหนือ 1,300 จุดอีกครั้ง

ดัชนีตลาดหุ้นมีขึ้นและมีลง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า ถึงจุดต่ำสุดหรือจุดสูงสุดแล้วหรือไม่…ดัชนี VNI ก็เช่นกัน

นิวไฮของดัชนี VNI ครั้งล่าสุด คือ 1,420.27 จุด วันที่ 2 กรกฎาคม หลังจากนั้นดัชนีดิ่งลงจนหลุด 1,300 จุดในเวลาเพียงไม่กี่วันทำการ  และอยู่ระดับ 1,200 จุดนานนับสัปดาห์เลยทีเดียว

ปลายเดือนกรกฎาคม ดัชนี VNI กลับมายืนเหนือ 1,300 จุดได้อีกครั้ง ล่าสุดปิดวันที่ 9 กรกฎาคมที่ 1,359.86 จุด บวก 1.37%

นักลงทุน VI (Value Investing) อย่าง ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ได้เขียนบทความล่าสุดไว้ว่า หุ้นก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่ดีที่สุดในระยะยาว การปรับพอร์ตครั้งสำคัญ คือการย้ายตลาดลงทุน แต่ก็เป็นการทยอยลงทุนไปเรื่อยๆ  

โดยตลาดหุ้นต่างประเทศที่เลือกไปลงทุน คือ เวียดนาม มี 2 พอร์ต ได้แก่ พอร์ตที่ลงทุนโดยไม่ได้ศึกษาคุณภาพของหุ้นดีพอ กับอีกพอร์ตที่เลือกลงทุน Super Stock เอาความสำเร็จจากพอร์ตหุ้นไทย มาประยุกต์ใช้ในหุ้นเวียดนาม

ตัวเลขผลตอบแทนปี 2564 พอร์ตแรกของ ดร. นิเวศน์ ประมาณ +34% ขณะที่อีกพอร์ตมีผลตอบแทนถึง +47% เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเวียดนาม +22% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ดร. นิเวศน์สรุปว่า การเลือกหุ้นในแบบ VI ดูที่คุณภาพกิจการ เฟ้นหา Super Stock ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าพอร์ตแรกที่เลือกลงทุนแบบเหวี่ยงแห ดูแค่ค่า Price-to-Earnings Ratio เท่านั้น ศึกษาหุ้นต่างประเทศแบบผิวเผิน

หากเป็นนักลงทุนระยะยาว หรือลงทุนสไตล์ VI ดร. นิเวศน์บอกว่า จะมองหุ้น 1 บริษัทเหมือนธุรกิจของตัวเอง หากจะต้องปรับพอร์ตลงทุน ต้องมีเหตุผลรองรับดีพอ ขณะที่การไปลงทุนต่างประเทศ ที่เรารู้จักน้อย…มีความเสี่ยงเต็มไปหมด

แต่ประสบการณ์ลงทุนหุ้นเวียดนามที่มีสัดส่วน 20% ใช้เวลา 6-7 ปี แม้ ดร. นิเวศน์จะยังคาดการณ์อนาคตไม่ได้ว่า อีก 10 ข้างหน้าพอร์ตจะเป็นอย่างไร แต่มั่นใจว่า มี Super Stock ราคาถูกให้ลงทุนในเวียดนามแล้ว

หลักใหญ่ๆ ที่ดร. นิเวศน์ต้องการสื่อ คือ เขามั่นใจในความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจเวียดนาม ขณะเดียวกันก็ดูผลตอบแทนของตลาดหุ้นในระยะยาว และโฟกัสที่คุณภาพกิจการในการคัดเลือกหุ้นเข้าพอร์ต

ความเคลื่อนไหวของดัชนี VNI ในระยะสั้นๆ ไม่ได้ถูกพูดถึงเลย เพราะมีเป้าหมายลงทุนระยะยาว ดังนั้นดัชนีเคลื่อนไหวอย่างไร ล้วนเป็นผลกระทบระยะสั้นๆ ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

นอกจากนี้ VN Direct ได้ออกบทวิเคราะห์ว่า บริษัทในตลาดหุ้นเวียดนามรายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2564 ไปแล้ว 85.4% บอกว่า กำไรสุทธิเติบโต 75.3% จากทั้ง HOSE (โฮจิมินห์) HNX (ฮานอย) และ UPCoM (ตลาดรอง)

เฉพาะไตรมาสที่ 2 เวียดนามเผชิญการระบาด Covid-19 พอๆ กับไทย รายได้บริษัทยังเติบโต 35.1% ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาสเดียวกันเติบโต 66% ยังอยู่ในระดับที่สูง แม้จะเติบโตน้อยกว่าไตรมาสแรกที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 92%

เกือบทุกอุตสาหกรรม มีรายได้และกำไรสุทธิเติบโต ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ธนาคาร หลักทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งสะท้อนจากพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของเวียดนาม

คุณยังกังวลประเด็นดัชนี VNI ดิ่งลงเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนหรือไม่ เป้าหมายการลงทุนของคุณอยู่ที่กระแสข่าวและปัจจัยระยะสั้นหรือไม่ อ่านมาถึงตรงนี้ คุณน่าจะได้คำตอบแล้ว

หากคุณยังลังเลว่า ควรมีพอร์ตหุ้นเวียดนามหรือไม่ อยากใช้เวลาศึกษาภาพรวมเศรษฐกิจและศักยภาพของตลาดหุ้นก็ทำได้ การทำความเข้าใจกับสินทรัพย์ที่จะลงทุน…เป็นสิ่งที่ควรทำอันดับแรก

หากคุณมีพอร์ต Jitta Ranking เวียดนามอยู่แล้ว คุณสามารถใช้จังหวะที่ดัชนีปรับฐาน เข้าเพิ่มทุนก็ได้ หรือถ้าไม่มั่นใจว่าจะเพิ่มทุนดีหรือไม่…รอสักระยะก็ยังไม่สาย เพิ่มทุนเมื่อพร้อม

3 กลยุทธ์นี้ จะทำให้เป้าหมายการลงทุนระยะยาว ได้ผลตอบแทนที่ดี เมื่อคุณมั่นใจในสินทรัพย์ที่เลือก…ก็ไม่มีอะไรต้องกังวล

  • ​​เลือกทรัพย์สินในการลงทุนที่ดี มีโอกาสเติบโตในระยะยาวสูง
  • จัดพอร์ตและกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
  • ลงทุนทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ

ถึงคิวของ ‘หุ้นเกมจีน’ ข้อหามอมเมาเยาวชน

กระแสการควบคุมหุ้นในอุตสาหกรรมต่างๆ ในจีนยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ‘หุ้นเกมจีน’ เจอแรงกระแทกเป็นรายต่อไป จากการตีพิมพ์บทความลงใน Economic Information Daily พูดถึงอุตสาหกรรมเกม กำลังทำร้ายวัยรุ่นจีน

โดยมีการกล่าวหาว่า ธุรกิจเกมเป็นยาเสพติดของวัยรุ่น หรือ Spiritual opium for teens และมีการวิจารณ์เกมออนไลน์อีก เพียงเท่านี้ ส่งผลให้หุ้นยักษ์ใหญ่ Tencent และ NetEase ร่วงเลยทีเดียว 

ล่าสุดอัยการกรุงปักกิ่งสั่งฟ้อง Tencent อ้างว่า Youth Mode ภายในแอปพลิเคชัน WeChat ขัดต่อกฎหมายคุ้มครองผู้เยาว์ แต่ในสำนวน ไม่ได้มีการลงลึกในรายละเอียดว่า Youth Mode ละเมิดกฎหมายของจีนอย่างไร 

Youth Mode เมื่อเปิดใช้งานแล้วจะถูกจำกัดการเข้าถึงเกมและฟังก์ชันการใช้งานบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบริการชำระเงิน รวมถึงการค้นหาเพื่อนที่อยู่ละแวกใกล้เคียง

กระแสข่าวเหล่านี้ ย่อมส่งผลต่อนักลงทุนในตลาดหุ้นจีนอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้นเกม ว่าจะต้องเจอการตรวจสอบและปราบปรามจากทางการจีน

จีนเป็นตลาดวิดีโอเกมและอีสปอร์ตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ข้อมูลของ PwC China ชี้ว่ามีรายได้รวมกันถึง 31,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2563 

ส่วนแบ่งรายได้ของแอปเกมโซเชียลเน็ตเวิร์ค และ Casual Game (วิดีโอเกมทั่วไป) ในจีนคาดว่า จะสูงถึง 71.8% ของรายได้ในอุตสาหกรรม ในปี 2568 และรายได้ส่วนหนึ่งของ Tencent มาจากการเล่นเกมด้วย

Tencent ได้ประกาศจำกัดเวลาการเล่นเกมสำหรับเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี รวมทั้งไม่ให้ใช้เงินในเกมอีกด้วย

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจ ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เป็นกระแสข่าวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นักลงทุนอย่างเรา คงต้องติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด 

สำหรับกองทุนส่วนบุคคล Thematic ได้รับผลกระทบทางตรง เนื่องจาก ETF ต้นทางของธีมตลาดหุ้นจีน เทคโนโลยีจีน รวมทั้งธีมเกมและอีสปอร์ต มีการลงทุนใน Tencent และ NetEase

ก่อนหน้านี้ Alibaba และ Meituan รวมทั้งหุ้น Tech Education รายอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบจากความเคลื่อนไหวของทางการจีนที่ตั้งใจจะควบคุมการดำเนินธุรกิจของบริษัทเหล่านี้

ราคาหุ้นของแต่ละบริษัทที่ดิ่งลง ส่งผลต่อราคา ETF อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากมองระยะยาว จีนจำเป็นต้องเร่งมือออกกฎเกณฑ์ให้บริษัทเหล่านี้ต้องปฏิบัติตาม เพราะราคาหุ้นขาลง ไม่ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นจีนโดยรวมเช่นกัน

Jitta Wealth เชื่อว่า รัฐบาลจีนจะไม่ทำลายบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ เพียงแต่ออกกฎที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งประชาชนผู้ใช้งานกับบริษัทในการดำเนินธุรกิจ

แต่การลงทุน ETF ไม่ได้วัดกันที่ราคาหุ้นบริษัทเดียว เพราะพอร์ต ETF จะลงทุนนับสิบนับร้อยหุ้น ตามนโยบายหรือธีมการลงทุนที่วางแผนไว้ จึงมีการกระจายความเสี่ยงในตัว ETF อยู่แล้ว สัดส่วนของหุ้นที่เจอแรงกระแทกไม่มากเลย

หากคุณมีความกังวลกับกองทุนส่วนบุคคล Thematic คุณสามารถเปลี่ยนธีมได้ไตรมาสละ 1 ครั้ง ​โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากลงทุนธีมที่เกี่ยวข้องกับจีน รอดูสถานการณ์ก่อนตัดสินใจ…สามารถทำได้ 

ยิ่งถ้าคุณจัดพอร์ตหลายธีม จะช่วยลดความผันผวนในพอร์ตลงทุนได้ เพราะคุณไม่ได้แทงม้า (ธีม) ตัวเดียว และม้าตัวที่เหลืออาจจะไม่ได้รับผลกระทบ ช่วยให้ผลตอบแทนทั้งพอร์ต ไม่ติดลบหรือติดลบน้อยลงได้


Jitta Wealth

จาก ‘วิดีโอเกม’ สู่ ‘อีสปอร์ต’ เมกะเทรนด์ที่ไม่เคยหายไปจากโลก

การเล่นเกมอยู่คู่กับพฤติกรรมมนุษย์ และเรามีเกมทุกยุคทุกสมัย เพียงแต่รูปแบบของเกมเปลี่ยนไปตามอุปกรณ์ที่เราใช้ นี่คือปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจ ‘เกมและอีสปอร์ต’ ทั่วโลกมีมูลค่าตลาด…ไม่ธรรมดา

อ่านต่อ


Passive Way

‘จีโนมิกส์’ คืออะไร ‘ETF จีโนมิกส์’ ที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง

Passive Way จะพาคุณไปทำความรู้จักธีมการลงทุน ‘จีโนมิกส์’ ศาสตร์ในแขนงไบโอเทคโนโลยี ที่จะปฏิวัติวงการสาธารณสุขทั่วโลก และเป็นเมกะเทรนด์ที่มีเม็ดเงินลงทุนจาก ETF และกองทุนมหาศาล

อ่านต่อ


สรุปข่าวการลงทุนจากทุกมุมโลก

📌 Sanofi เดินหน้าต่อยอดพัฒนาวัคซีน mRNA ด้วยการทุ่มงบ 3,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อกิจการ Translate Bio ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีจีโนมิกส์จากสหรัฐฯ มาเสริมโครงการลงทุนวิจัยและผลิตวัคซีน มูลค่า 475 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เชื้อ Covid-19 สามารถกลายพันธุ์ได้ตลอดเวลา และประสิทธิภาพของวัคซีน mRNA ที่พัฒนาจากการลำดับ DNA ของไวรัส มีประสิทธิภาพดีกว่าวัคซีนที่พัฒนาจากเทคโนโลยีแบบเดิมๆ ทำให้มีความต้องการวัคซีน mRNA จากทุกมุมโลก

โครงการวิจัยของ Sanofi จะไม่ได้โฟกัสที่วัคซีนสำหรับ Covid-19 เท่านั้น แต่พัฒนาวัคซีนสำหรับเชื้อไข้หวัดใหญ่ และโรคติดเชื้ออื่นๆ รวมทั้งยารักษาโรคจากเทคโนโลยี mRNA รวมไปถึงศาสตร์จีโนมิกส์อื่นๆ ด้วย

📌 Jungle Ventures บริษัทสนับสนุนสตาร์ตอัป คาดการณ์ว่า มูลค่า Tech Startup ในอาเซียนจะโต 3 เท่าตัว ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 จากมูลค่าปี 2563 ที่ 340,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

คำนวณจากมูลค่าสตาร์ตอัปที่เปิดเผยสู่สาธารณะจำนวน 31 บริษัท ที่มูลค่าขั้นต่ำ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 บริษัท และนับรวมสตาร์ตอัปรายอื่นๆ ที่ยังไม่เปิดเผยมูลค่ากิจการด้วย 

นอกจากนี้สตาร์ตอัปในอาเซียนยังมีแผนจะเติบโตในอนาคต ด้วยการเข้าสู่การระดมทุนในตลาดหุ้น เช่น Grab GoToGroup หรือ PropertyGuru 

📌 อุตสาหกรรม Robo-advisor ทั่วโลกจะขยายตัวมีมูลค่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 เทียบจากปี 2563 ที่มีมูลค่า 460,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นเทรนด์การพัฒนาอัลกอริทึม เพื่อช่วยให้คำแนะนำทางการเงิน

Robo-advisor ถูกพัฒนามานานกว่า 1 ทศวรรษแล้ว ปัจจุบันหลายๆ บริษัทในอุตสาหกรรมการเงิน เลือกใช้เทคโนโลยีนี้มาเสริมทัพบริการที่ปรึกษาทางการเงินด้วย

มิลเลนเนียลและ Gen Z สนใจการใช้อัลกอริทึมเพื่อสนับสนุนข้อมูลและตัดสินใจเลือกลงทุนเป็นพิเศษ รวมทั้งมีความเชื่อว่า Robo-advisor จะเลือกสินทรัพย์ได้ดีกว่ามนุษย์

📌 Goldman Sachs หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจจีนในปี 2564 เหลือ 8.3% จาก 8.6% คาดว่า จีนจะประกาศใช้มาตรการควบคุม Covid-19 สายพันธุ์เดลตาเป็นระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งจะฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ

ขณะที่สำนักวิจัยหลายราย พากันปรับลดคาดการณ์ GDP จีน จากการแพร่ระบาด Covid-19 รอบใหม่ กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงวันหยุดฤดูร้อนปีนี้

Nomura Holdings ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีน ปี 2564 ลงเหลือ 8.2% จาก 8.9% Bloomberg และ Natwest Group ก็ปรับลด GDP จีนปีนี้เช่นเดียวกัน


หลายๆ คนเริ่มหันมาศึกษาและจัดพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ต่างประเทศกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหุ้น และ ETF ต่างๆ เพื่อหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่า และกระจายความเสี่ยง

การลงทุนต่างประเทศไม่ใช่เรื่องที่ ‘อยากทำ’ อีกต่อไป แต่เป็นการวางแผนทางการเงินที่ ‘ต้องทำ’

ก่อนจะลงทุนสินทรัพย์ใดๆ ทำความเข้าใจสินทรัพย์ตัวนั้นให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ รู้ถึงข้อดี และตระหนักถึงความเสี่ยง เพราะเมื่อเกิดข่าวลบๆ แรงกระแทกจังๆ ตราบใดที่คุณมั่นใจว่า เป็นสินทรัพย์มีอนาคต ข่าวเหล่านี้…ก็จะไม่ทำให้คุณเครียดจนนอนไม่หลับ

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า


อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

Jitta Wealth Journal – ดัชนีจีนขาลง…ไปต่อหรือพอแค่นี้

Jitta Wealth Journal – Tech Education ห้ามเข้าตลาดหุ้นจีน

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2021 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด