Global ETF ทางเลือก ‘ดีต่อใจ’ รับมือ ‘ความผันผวน’

12 พฤษภาคม 2564Global ETFJitta Wealth

การลงทุนไม่มีอะไรแน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ 

มันคือ ‘ความผันผวน’ ไม่งั้นคงไม่มีคำว่า ‘การลงทุนมีความเสี่ยง’

ก่อนที่คุณจะเลือกลงทุนสินทรัพย์ใดๆ สิ่งแรกที่คุณควรทำก่อนคือ ศึกษาหาข้อมูล ทำความรู้จักสินทรัพย์นั้นๆ

เพราะจะทำให้คุณรู้ว่า สินทรัพย์นั้นมีความเสี่ยงระดับไหน ตัวคุณรับได้ไหม หากบางช่วงบางเวลา ราคาสินทรัพย์นั้นมีความผันผวน ขึ้นแรงลงแรง

ตัวคุณจะเป็นคนให้คำตอบได้ดีที่สุด

สินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนสูง ย่อมตามมาด้วยความเสี่ยงสูง 

สินทรัพย์ที่ผลตอบแทนสูง แต่ความเสี่ยงต่ำ...ไม่มีในโลก

หากคุณพิจารณาเพียงแค่ผลตอบแทนในอดีตที่ผ่านมา โดยไม่ได้คิดถึงความเสี่ยงของสินทรัพย์นั้น เมื่อใดที่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ราคาสินทรัพย์ลดลงระยะสั้น นอกจากมูลค่าพอร์ตลงทุนติดลบแล้ว จิตใจของคุณก็ไม่สงบเช่นเดียวกัน

ก่อนที่จะตัดสินใจใส่เงินลงทุนในสินทรัพย์นั้น คุณควรถามตนเองก่อนว่า คุณจะรับได้ไหม หากพอร์ตขาดทุน 10% หรือมากกว่านั้น

หากลองไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน แล้วได้ข้อสรุปว่า คุณใจไม่แข็งพอที่จะเห็นพอร์ตขาดทุนหนักๆ ได้ สินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนสูงและความเสี่ยงสูง คงไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะกับตัวคุณ

แล้วอย่างนี้ คุณควรลงทุนอะไรให้เงินทำงานสร้างผลตอบแทนที่ดีด้วยตัวเอง 

มีสินทรัพย์ไหนที่ราคาไม่ทิ้งดิ่งราวกับรถไฟเหาะ สร้างความหวั่นใจขณะลงทุน

พันธบัตรรัฐบาล และ หุ้นกู้บริษัทเอกชน โดยเฉพาะที่เรตติง BBB ขึ้นไป เป็นคำตอบที่เหมาะสม เพราะให้ผลตอบแทนที่คาดหวังได้ ในลักษณะคล้ายดอกเบี้ยเงินฝาก และความผันผวนค่อนข้างต่ำ

แต่ถ้าจะเลือกลงทุนแค่พันธบัตรที่มีความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนก็อาจจะน้อยไป ไม่ดึงดูดใจ...

จึงเป็นที่มาของแนวคิดจัดพอร์ตลงทุน Modern Portfolio Theory (MPT) ที่ผสมผสาน ‘การจัดสรรสินทรัพย์’ และ ‘การกระจายความเสี่ยง’ (Asset Allocation และ Diversification) เพื่อให้ได้พอร์ตลงทุนที่ทำกำไรสูงที่สุด ในความเสี่ยงที่นักลงทุนแต่ละคนยอมรับได้

หลักการ MPT ถือกำเนิดขึ้นมาโดย Harry Markowitz นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน เจ้าของรางวัลโนเบล ผ่านการจัดพอร์ตลงทุนโดยรวมเอาสินทรัพย์หลายประเภทที่ทิศทางราคาไม่ค่อยสัมพันธ์กันมาอยู่ในพอร์ตเดียวกัน เช่น หุ้น กับ พันธบัตร ที่ราคามักจะเคลื่อนไหวในทางตรงกันข้าม เวลาหุ้นขึ้นพันธบัตรมักจะลง เวลาหุ้นลง พันธบัตรมักจะขึ้น เป็นต้น 

จากนั้นก็ตั้งผลลัพธ์คือ ผลตอบแทนที่คาดหวังและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ จนมาเป็นสูตรจัดพอร์ตลงทุน แบ่งสัดส่วนสินทรัพย์ต่างๆ อย่างเหมาะสม 

เมื่อเกิดเหตุการณ์ใดๆ ก็ตาม มูลค่าสินทรัพย์บางประเภทอาจจะลดลง ขณะที่สินทรัพย์อีกประเภทมีมูลค่าเพิ่มขึ้น การจัดพอร์ตลงทุนตามแนวคิด MPT จะประคับประคองไม่ให้ขาดทุนหนัก และลดความผันผวนของผลตอบแทนได้

ทำความเข้าใจแนวคิด MPT เพิ่มเติมได้ที่นี่ 

กองทุนส่วนบุคคล Global ETF ของ Jitta Wealth ก็ใช้หลักการนี้เช่นเดียวกัน ผสมผสานการลงทุนระหว่าง ETF ตราสารหนี้และ ETF หุ้นอย่างลงตัว โดยมีให้เลือก 3 แผนตามผลตอบแทนที่คาดหวังและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ 

  • พอเพียง ผลตอบแทนคาดหวัง 4% ต่อปี ความผันผวนขาลงที่รับได้ -5% จัดพอร์ตลงทุน ตราสารหนี้ 80% และหุ้น 20%
  • สมดุล ผลตอบแทนคาดหวัง 6% ต่อปี ความผันผวนขาลงที่รับได้ -10% จัดพอร์ตลงทุน ตราสารหนี้ 50% และหุ้น 50%
  • เติบโต ผลตอบแทนคาดหวัง 8% ต่อปี ความผันผวนขาลงที่รับได้ -15% จัดพอร์ตลงทุน ตราสารหนี้ 20% และหุ้น 80%

และ ETF ที่ Jitta Wealth เลือกมาจัดพอร์ตลงทุน Global ETF เป็นสินทรัพย์ชั้นดี ลงทุนในตราสารหนี้และหุ้นทั่วโลก และเป็นกองทุนดัชนีที่ให้ผลตอบแทนล้อไปกับดัชนีอ้างอิง ค่าธรรมเนียมต่ำ ไม่กัดกินผลตอบแทน ได้แก่ 

  1. พันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้บริษัทสหรัฐฯ iShares Core U.S. Aggregate Bond ETF (AGG) ดัชนีอ้างอิง Bloomberg Barclays US Aggregate Bond Index
  2. หุ้นกู้บริษัทสหรัฐฯ iShares iBoxx $ Investment Grade Corporate Bond ETF (LQD) ดัชนีอ้างอิง Markit iBoxx USD Liquid Investment Grade Index
  3. หุ้นสหรัฐฯ Vanguard Total Stock Market ETF (VTI) ดัชนีอ้างอิง CRSP US Total Market Index
  4. หุ้นประเทศพัฒนาแล้ว (ยกเว้นสหรัฐฯ) Vanguard FTSE Developed Markets ETF (VEA) ดัชนีอ้างอิง FTSE Developed All Cap ex US Index
  5. หุ้นประเทศเกิดใหม่ Vanguard FTSE Emerging Markets ETF (VWO) ดัชนี FTSE Emerging Markets All Cap China A Inclusion Index

เห็นได้ว่า Global ETF คือพอร์ตที่นอกจากจะกระจายลงทุนในสินทรัพย์ 2 ประเภทแล้ว ยังกระจายความเสี่ยงทางด้านภูมิศาสตร์ ลงทุนทั่วโลก ทำให้สร้างผลตอบแทนได้ตามคาดหวัง ในขณะเดียวกันก็ควบคุมความเหวี่ยงของพอร์ตให้อยู่ในระดับที่พอดี ไม่เหวี่ยงขึ้นลงมากเกินไป

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เราจึงนำพอร์ตลงทุน Global ETF แผนเติบโต ของคุณตราวุทธ์ิ เหลืองสมบูรณ์ CEO ของ Jitta Wealth ที่ลงทุนหุ้น 80% และพันธบัตร 20% มาจัดทำกราฟเปรียบเทียบกับดัชนี Nasdaq100 และ S&P500 

Global ETF

จากกราฟ จะเห็นได้ว่า ช่วงที่ผ่านมา ดัชนี Nasdaq100 และ S&P500 มีทิศทางขาขึ้นตามเศรษฐกิจโลกที่กำลังฟื้นตัว สถานการณ์ Covid-19 เริ่มดีขึ้น ประกอบกับสหรัฐฯ มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ตำแหน่งเปลี่ยนมือ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ช่วงปลายปีบวกขานรับกับนโยบายพรรค Democrat

แน่นอนว่า กราฟพอร์ตลงทุนของคุณตราวุทธิ์ก็เป็นขาขึ้นเช่นเดียวกับดัชนี แต่มีจุดที่น่าสนใจ 2 จุด คือ

  1. ช่วงกราฟหุ้นขาขึ้น แผนเติบโตพุ่งขึ้นน้อยกว่าดัชนี เพราะมีตราสารหนี้อยู่ 20% ถ่วงน้ำหนักในพอร์ตไว้ ทำให้ผลตอบแทนและมูลค่าพอร์ต Global ETF แผนเติบโตไม่พุ่งแรงเท่าดัชนีตลาดหุ้น 
  2. ช่วงกราฟหุ้นขาลง แผนเติบโตลดลงน้อยกว่าดัชนี สัดส่วนตราสารหนี้ 20% จะช่วยพยุงผลตอบแทนและมูลค่าพอร์ต Global ETF แผนเติบโตเอาไว้

ผลตอบแทนในช่วงเกือบ 7 เดือน พอร์ตลงทุน Global ETF แผนเติบโตของคุณตราวุทธิ์ ทำได้ 10.13% ยังชนะดัชนี Nasdaq100 ทำได้ 7.04% และน้อยกว่าดัชนี S&P500 ที่ทำได้ 12.61% เพียงเล็กน้อย

นอกจากนี้ Global ETF มีการปรับพอร์ตลงทุนอัตโนมัติ ในช่วงเวลาที่สัดส่วนระหว่างตราสารหนี้และหุ้นเปลี่ยนแปลงมากกว่า 5% ระบบของ Jitta Wealth ขายสินทรัพย์ในพอร์ต แล้วนำมาเฉลี่ยกับสินทรัพย์ตัวอื่น ปรับสัดส่วนในพอร์ตลงทุนตามแผนลงทุนที่เลือกไว้

นี่คือ บทพิสูจน์ของ Global ETF ในการสร้างสูตรสำเร็จจัดพอร์ตลงทุน ที่คุณจะได้ทั้ง ‘การจัดสรรสินทรัพย์’ และ ‘การกระจายความเสี่ยง’ ในพอร์ตเดียว มาพร้อมกับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่คุณเลือกได้

เป็นพอร์ตที่ทุกคนควรจะมีติดตัวไว้ให้อุ่นใจ ไม่ว่าจะลงทุนเป็นอยู่แล้ว หรือเพิ่งเริ่มลงทุนก็ตาม 

หากคุณต้องการ ‘สูตรสำเร็จ’ ในการจัดพอร์ตลงทุน ที่มาพร้อมกับระบบปรับพอร์ตลงทุนอัตโนมัติ รักษาวินัยการลงทุน เปรียบเหมือนสมอเรือที่มั่นคง ดึงเรือไว้ไม่ให้ถูกคลื่นซัดออกไปไกล เพื่อให้คุณลงทุนได้อย่างสบายใจและกำไรยั่งยืน

ลองเข้ามาเลือกแผนการลงทุนที่ ‘ดีต่อใจ’ ของคุณได้ที่ https://jittawealth.com/global-etf

อ่านบทความ Global ETF ที่เกี่ยวข้อง

ลงทุน Global ETF ให้เงินงอกเงยได้ 127% ใน 10 ปี

Global ETF ทางเลือกลงทุนสบายใจ รับมือความผันผวน


กองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth บริหารจัดการโดย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด ซึ่งเป็น WealthTech แห่งแรกของไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ 

ผลตอบแทนในอดีต ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2021 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด