ลุ้นตลาดหุ้น ขานรับแผน Biden

9 มีนาคม 2564Jitta Wealth Journal

Jitta Wealth Journal ฉบับที่ 16 ประจำวันที่ 9 มี.ค. มีประเด็นข่าวที่น่าติดตามและมีผลกระทบต่อการลงทุนทั้งในหุ้นไทยและต่างประเทศ ดังนี้

- ลุ้นตลาดหุ้นสหรัฐฯ รีบาวด์ หลังผันผวนร่วม 2 สัปดาห์

- วัคซีนเห็นผล ผู้ป่วย Covid-19 ลดลง

- ลุ้นยอดส่งออกเวียดนามพุ่ง หลังเปิดตัว Samsung S21

- จีนเผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับใหม่

- คาดยอดขายกัญชาถูกกฎหมายทั่วโลกจะโตปีละ 17%

นอกจากนี้คุณสามารถดูวิดีโอย้อนหลัง Investor Exclusive ที่ผมได้พูดถึงภาวะตลาดหุ้นผันผวน วิธีรับมือ และปรับพอร์ตลงทุน

บทความดีๆ ที่ทีมงาน Jitta Wealth ได้รังสรรค์ขึ้นมา ทั้ง ‘7 เหตุผลที่ควรลงทุน ETF ‘เวียดนาม’ กับ Jitta Wealth Thematic’ และ ‘Cannabis 101: ลงทุน ‘หุ้นกัญชา’ ต้องรู้อะไรบ้าง?’

คุณเผ่า ตราวุทธิ์ยังได้ Live ร่วมกับคุณสุทธิชัย หยุ่นในหัวข้อ ‘วิเคราะห์โอกาสคนไทยลงทุนในหุ้นกัญชาทั่วโลก!’ ที่จะพาคุณไปทำความรู้จักหุ้นกัญชาทั่วโลก

และไฮไลท์ของ Jitta Wealth คือ ธีมใหม่ Travel Tech ของ Thematic ครับ เปิดโอกาสให้คุณเข้าลงทุนในหุ้นท่องเที่ยว ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ ขานรับการท่องเที่ยวฟื้นตัวทั่วโลก

ไปติดตามกันได้เลย

ลุ้นตลาดหุ้นสหรัฐฯ รีบาวด์ หลังผันผวนร่วม 2 สัปดาห์

3 ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ DJIA Nasdaq และ S&P500 พลิกกลับมาเป็นบวกในวันศุกร์ หลังจากมีเคลื่อนไหวผันผวนระหว่างวัน

ดัชนี Nasdaq รีบาวด์ปิดสัปดาห์ที่แล้ว นับรวมติดลบไป 10% หลังจากที่ทำจุดสูงสุดไปเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 

ปัจจัยที่ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดจากที่นักลงทุนกังวลกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีที่เพิ่มขึ้น เป็น 1.626% ส่อแววว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 

ดังนั้นความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ วัดใจกันที่แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของ Joe Biden มูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ถ้าสามารถผ่านสภาคองเกรสได้ จะสามารถอัดฉีดเงินถึงมือประชาชนสหรัฐฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาได้

อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ประเมินว่า ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ อาจจะมีความผันผวนต่อไปอีกสักระยะ จนกว่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับนี้จะชัดเจน

แน่นอนว่า ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักจะมีผลต่อตลาดหุ้นทั่วโลก ด้วยเช่นกัน มีทั้งรีบาวด์กลับมา และปรับลดลง คงต้องมาลุ้นว่าสัปดาห์นี้ จะมีทิศทางเป็นอย่างไร

ธรรมชาติของการลงทุนในตลาดหุ้น นักลงทุนต้องเผชิญภาวะทั้งขาขึ้นและขาลง ดังนั้นดัชนีลบ 10-20% จึงเรื่องปกติ มาจากภาวะตลาดและอารมณ์ของนักลงทุน

ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์นี้ สิ่งที่นักลงทุนอย่างเราต้องมาทบทวน คือ เป้าหมายการลงทุนว่าเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว หากไม่สามารถรับความเสี่ยงขาดทุนที่มากกว่า 10-20% จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนแนวทางการลงทุนหรือไม่ 

สินทรัพย์ที่เสี่ยงน้อยกว่า อย่างพันธบัตร และตราสารหนี้ เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ส่วน ETF สินทรัพย์ที่กระจายความเสี่ยง โอกาสขาดทุนหนักๆ จะลดลง

ทั้งหมดนี้อยู่ที่การตัดสินใจของนักลงทุน

Investor Exclusive Q1 2021

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณเผ่า ตราวุทธิ์มีโอกาสจัด Webinar ผ่าน Zoom ได้พูดถึงสถานการณ์ตลาดหุ้นในสหรัฐฯ ที่ผันผวน วิธีการรับมือในภาวะตลาดแบบนี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสเพิ่มทุน เพื่อเฉลี่ยต้นทุนในพอร์ต

นอกจากนี้ยังได้พูดถึงการปรับพอร์ตอัตโนมัติของ Thematic และ Global ETF เพื่อรักษาวินัยการลงทุน และลดความผันผวน รับฟังย้อนหลังได้ที่ลิงก์ด้านล่าง

ดูวิดีโอย้อนหลัง

วัคซีนเห็นผล ผู้ป่วย Covid-19 ลดลง

วันเสาร์ที่ผ่านมา สถิติ Covid-19 ในสหรัฐฯ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเคสใหม่ ผู้เสียชีวิต และอยู่ระหว่างการรักษา สะท้อนประสิทธิผลของการกระจายวัคซีนทั่วประเทศ

เทรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่ในสหรัฐฯ ตราบใดที่วัคซีน Covid-19 กำลังกระจายไปทั่วโลก สถิติเหล่านี้จะค่อยๆ ลดลงในอนาคต

สำหรับสหรัฐฯ ยอดผู้เสียชีวิตจาก Covid-19 เกือบ 525,000 ราย ขณะที่ทั่วโลกรายงานสถิติผู้เสียชีวิตที่ 2.6 ล้านราย 

ยอดผู้ติดเชื้อรวมในสหรัฐฯ อยู่ที่ 29 ล้านคน ส่วนทั่วโลกบันทึกไว้ที่ 116.7 ล้านคน

งานสาธารณสุขของสหรัฐฯ รายงานว่า ได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว 90.35 ล้านโดส และกระจายวัคซีนในประเทศกว่า 116.36 ล้านโดส

ปัจจุบัน FDA ของสหรัฐฯ อนุมัติให้ใช้วัคซีน Covid-19 เป็นการฉุกเฉินไปแล้ว 3 ชนิด จาก Pfizer Moderna และ Johnson & Johnson ซึ่งทุกประเทศทั่วโลกก็อนุมัติให้ใช้วัคซีนเป็นการฉุกเฉินด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีวัคซีนของ Sinovac ของจีนและ Sputnik V ของรัสเซีย รวมทั้งองค์การอนามัยโลก (WHO) เตรียมที่จะส่งมอบวัคซีน Covid-19 ให้ประเทศยากจนที่เข้าโครงการทั่วโลก

มีรายงานอีกว่า อิสราเอลและสหราชอาณาจักร 2 ประเทศที่มีการกระจายวัคซีนในสัดส่วนต่อประชากรมากที่สุดในโลก 56% และ 30% ตามลำดับ ค้นพบว่า ประสิทธิผลการป้องกันของวัคซีนใกล้เคียงกับผลจากการทดลองทางคลินิก

วัดประสิทธิภาพจากวัคซีน Pfizer ซึ่งให้ผลในการป้องกัน Covid-19 สูงถึง 88% ในสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะผู้สูงวัยอายุมากกว่า 80 ปี ส่วนอิสราเอลรายงานผลสูงถึง 92% เลยทีเดียว

ภาพใหญ่และสถิติเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสการแพร่ระบาดของ Covid-19 ที่กำลังลดลง เพราะหลังจากนี้หลายๆ รัฐของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นแคลิฟอร์เนีย แอริโซน่า หรือเมน กำลังจะคลายล็อกดาวน์ ให้สามารถทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้

หลายๆ ประเทศกำลังพิจารณาเปิดให้มีการเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น เมื่อประสิทธิภาพของวัคซีนสามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อเคสใหม่ได้

อุตสาหกรรมที่กำลังจะกลับมา หากจาก Covid-19 คลี่คลาย หนึ่งในนั้น คือ การท่องเที่ยว

ธีมใหม่ Travel Tech รับยอดนักท่องเที่ยวพุ่งหลัง Covid-19

ถ้ามั่นใจว่า ยังไงภาคการท่องเที่ยวต้องฟื้นกลับมา Jitta Wealth เป็นที่แรก และที่เดียวในไทย ที่จะพาคุณไปลงทุนหุ้นเทคโนโลยีการท่องเที่ยว ด้วยบริการกองทุนส่วนบุคคล Thematic 

โดยลงทุนผ่าน ETFMG Travel Tech ETF (AWAY) ซึ่งเป็น ETF เดียวที่ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีการท่องเที่ยว สะท้อนพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่ใช้เทคโนโลยีผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว

Jitta Wealth จะพาคุณไปลงทุนในหุ้นผู้นำอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Tripadvisor Airbnb Booking Uber Expedia และหุ้นชั้นนำประมาณ 30 บริษัท ตามดัชนี Prime Travel Technology Index

ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 60.2% (ณ 1 มี.ค. 64) 

ถ้าคุณอยากลงทุนแบบนำเทรนด์ รอรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่กำลังจะฟื้นตัวไปกับวัฏจักรเศรษฐกิจโลก คลิกเพื่อดูรายละเอียดได้เลย

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

ลุ้นยอดส่งออกเวียดนามพุ่ง หลังเปิดตัว Samsung S21

สำนักงานสถิติเวียดนาม คาดว่า ตัวเลขการค้าเดือน ก.พ. ซบเซาลง ได้รับผลกระทบจากวันหยุดยาวเทศกาลเต๊ด (Tet) โดยคาดยอดส่งออกของเดือนจะลดลง 4.7% ขณะที่ยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 10.5% จากเดือนเดียวกันของปี 2563 

แต่เชื่อว่าจะเป็นผลกระทบระยะสั้น เพราะประเมินว่า ยอดส่งออก 2 เดือนแรกของปี 2564 โต 23.2% และยอดนำเข้าโต 25.9% หลังการเปิดตัวมือถือ Samsung S21 เดือนม.ค. จะเป็นแรงหนุนยอดส่งออก เนื่องจากผลิตในเวียดนาม

นอกจากนี้โบรกเกอร์เวียดนามคาดว่า Phat Dat Real Estate Development (PDR) หนึ่งในหุ้นดัชนี VN30 จะถูกเพิ่มกลับเข้าไปในดัชนี FTSE Vietnam อีกครั้ง หลังเคยถูกถอดออกจากดัชนีเมื่อสองไตรมาสก่อนหน้า 

เนื่องจากมูลค่าซื้อขาย PDR ผ่านเกณฑ์ โดยเฉลี่ย 3 เดือนล่าสุดอยู่ที่ 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการปรับเข้าดัชนี FTSE Vietnam จะมีผลตั้งแต่ 22 มี.ค. เป็นต้นไป

Phu Nhuan Jewelry (PNJ) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับของเวียดนาม รายงานรายได้เดือน ม.ค. เพิ่มขึ้น 30.2% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตทั้งยอดขายปลีกและขายส่ง จากการเปิดร้าน 2 สาขา และการเตรียมสต๊อกสินค้าช่วงเทศกาลเต๊ด

7 เหตุผลที่ควรลงทุน ETF ‘เวียดนาม’ กับ Jitta Wealth Thematic

เวียดนามเป็น ‘ดาวรุ่งพุ่งแรง’ ที่ใครๆ ก็จับตามอง Jitta Wealth ได้เลือก VanEck Vectors Vietnam ETF (VNM) มาเป็นตัวแทน ‘ธีมหุ้นเวียดนาม’ ซึ่งมีการลงทุนในหุ้นที่อยู่ใน VN30 และหุ้นต่างประเทศที่ลงทุนในเวียดนามด้วย

อ่านต่อ

จีนเผยแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปีฉบับใหม่

จีนเริ่มเปิดประชุมสมัชชาประชาชนแห่งชาติปี 2564 ในวันที่ 4 มี.ค. ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์คาดว่า ประเด็นหลักที่พรรคคอมมิวนิสต์จะพูดถึง คือ ความสำเร็จในการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการระบาดของ Covid-19

 

ที่ประชุมจะอภิปรายแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 ด้วย โดยที่จีนเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่แห่งเดียวในโลกที่มีขยายตัวทางเศรษฐกิจ และฟื้นตัวจาก Covid-19 ได้เร็ว

ปี 2564 จะเป็นปีที่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 14 ซึ่งเป็นฉบับใหม่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ โดยผู้นำจีนพยายามปรับสมดุลของฐานเศรษฐกิจ ที่อาศัยเงินจากการลงทุนต่างๆ บวกกับรายได้จากการส่งออก มาสู่การบริโภคภายในประเทศมากขึ้น

นักวิเคราะห์คาดว่าจีนจะไม่มีการกำหนดเป้าหมายตัวเลขจีดีพีปีนี้ แต่เศรษฐกิจจีนจะโตแซงหน้าอเมริกาภายใน 7 ปี ส่วนประเด็นสิ่งแวดล้อม จีนน่าจะพูดถึงแผนการการลดก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2603

นอกจากนี้พรรคคอมมิวนิสต์จะหนุนให้ผู้ผลิตจีนพึ่งพาตนเอง โดยเฉพาะผู้ผลิตชิพหรือ semiconductor จีนต้องการลดใช้อุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีต่างๆ จากสหรัฐฯ เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ยังไม่แน่นอน 

คาดยอดขายกัญชาถูกกฎหมายทั่วโลกจะโตปีละ 17%

BDSA รายงานว่า ปี 2569 ยอดขายกัญชาถูกกฎหมายทั่วโลกจะอยู่ที่ 55,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะโตปีละ 17% จากปี 2563 ที่มีมูลค่า 21,300  ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 48% จากปี 2562

BDSA บอกว่า อุตสาหกรรมกัญชาได้ฝ่าฝันความท้าทายมาแล้วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และสามารถยืนยัดได้อย่างแข็งแรงในช่วง Covid-19 ดังนั้นการเติบโตในอนาคตจะมีแรงส่งมาจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและความต้องการทั่วโลก

นอกจากนี้นโยบายและความพยายามปลดล็อกให้กัญชาถูกกฎหมายทั่วโลก จะผลักดันให้ยอดขายกัญชาเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

สหรัฐฯ และแคนาดายังเป็น 2 ประเทศหลักที่มีการบริโภคกัญชาสูง และเป็นฐานของธุรกิจกัญชาระดับโลก ยอดขายกัญชาปี 2563 ของสหรัฐฯ อยู่ที่ 17,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โต 46% แคนาดา อยู่ที่ 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โต 61%

BDSA บอกว่า เม็กซิโกจะเป็นตลาดบริโภคใหญ่ในปี 2569 มากกว่าสหรัฐฯ และแคนาดา โดยมีสัดส่วนสูงถึง 32% 

Cannabis 101: ลงทุน ‘หุ้นกัญชา’ ต้องรู้อะไรบ้าง?

ก่อนจะลงทุน ETF ‘หุ้นกัญชา’ มาทำความรู้จักอุตสาหกรรมน้องใหม่มาแรงตัวนี้ ที่กระแสปลดล็อกให้ถูกกฎหมายกำลังเป็นเทรนด์ ทำให้ตลาดกัญชาทั่วโลกตื่นตัวและเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ในอนาคต

อ่านต่อ

วิเคราะห์โอกาสคนไทยลงทุนในหุ้นกัญชาทั่วโลก

วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คุณเผ่า ตราวุทธิ์ได้มีโอกาส Live ผ่านเพจ Suthichai Yoon พูดถึงธีมหุ้นกัญชาของ Jitta Wealth Thematic ที่จะพานักลงทุนไทยไปลงทุนให้หุ้นกัญชาชั้นนำทั่วโลก

ดู Live ย้อนหลัง

เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนอาจจะรู้สึกไม่มั่นใจในภาวะตลาดหุ้นที่ผันผวน รวมไปถึงหุ้นบางอุตสาหกรรมที่ปรับลดลง อย่างหุ้นเทคโนโลยี เพราะมูลค่าในรอบปีที่ผ่านมาเพิ่มสูงมาก ส่งผลให้ P/E ดูแพงกว่าพื้นฐานของธุรกิจ

แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ผลประกอบการบริษัทเหล่านี้ยังคงไปได้ดี เพราะเทคโนโลยีเป็นพื้นฐานของใช้งานของผู้คนทั่วโลกไปแล้ว

ดังนั้นอาจจะต้องกลับมาดูว่า คุณลงทุนระยะสั้น เก็งกำไร หรือลงทุนระยะยาว เน้นพอร์ตเติบโตยั่งยืน 

ถ้าตั้งใจลงทุนระยะยาวแล้ว การเพิ่มทุนเพื่อเฉลี่ยต้นทุน ก็เป็นทางเลือกที่จะช่วยให้พอร์ตคุณเติบโตได้ดีในอนาคตข้างหน้า

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า

 

 

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2021 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด