จีดีพีไทยหดตัวแรงในรอบ 2 ทศวรรษ

23 กุมภาพันธ์ 2564 ● Jitta Wealth Journal

Jitta Wealth Journal ฉบับที่ 14 ประจำวันที่ 23 ก.พ. มีประเด็นข่าวที่น่าติดตามและมีผลกระทบต่อการลงทุนทั้งในหุ้นไทยและต่างประเทศ ดังนี้

  • เศรษฐกิจไทยหดตัวต่ำสุดในรอบ 20 ปี
  • จับตาค่าเงินบาทอ่อน หลังประธานเฟดแถลงนโยบายครึ่งปี
  • ถึงเวลา ‘ตลาดหุ้นเวียดนาม’ ติดปีกบิน
  • สยามเมืองยิ้ม ขี่กระแส ‘กัญชา-กัญชง’
  • วัคซีน Covid-19 ถึงไทยล็อตแรก 24 ก.พ.นี้

นอกจากนี้เรายังมีบทความดีๆ เกี่ยวกับ ETF ‘หุ้นกัญชา’ เพื่อให้คุณได้ลองอ่านข้อมูลก่อนรับชม Live วันที่ 23 ก.พ. นี้ 1 ทุ่มตรง  ‘สายเขียวต้องมา กัญชาต้องมี’

หากใครที่พลาด Live ‘เวียดนาม' ลงทุนอย่างไรให้ปัง เราได้ทำวิดีโอย้อนหลังและสรุปเนื้อหา Live ให้แล้ว

ไปติดตามกันได้เลย

จีดีพีไทยหดตัวต่ำสุดในรอบ 20 ปี

สภาพัฒน์ (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) รายงานตัวเลขเศรษฐกิจของปี 2563 ตามคาด จีดีพีไทยหดตัวต่ำสุดในรอบ 20 ปี คิดเป็นตัวเลขติดลบ 6.1%

ตอนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2552 จีดีพีไทยหดตัว 2.3% น้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 กดดันจีดีพีโตแค่ 0.1% หรือปีที่เกิดรัฐประหารล่าสุด 2557 จีดีพีไทยโตเบาบางเพียง 0.7%

ดังนั้นตัวเลขติดลบ 6.1% ปีที่ผ่านมานี่ หดตัวหนักสุดหลังจากวิกฤตต้มยำกุ้งของไทย โดยสภาพัฒน์บอกว่า Covid-19 กดดันภาคการท่องเที่ยวที่เป็นกลไกหลักของจีดีพีไทย ปี 2563 นักท่องเที่ยวต่างชาติติดลบถึง 83.2% เหลือเพียง 6.7 ล้านคน 

ไม่ต้องพูดถึงรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะก็หดตัว 76.2% อยู่ที่ 441,000 ล้านบาท 

หวังจะพึ่งพานักท่องเที่ยวไทยก็ยาก เพราะวิกฤต Covid-19 ใครจะกล้าจับจ่าย แม้จะมีโครงการ ‘เราเที่ยวเดียวกัน’ มีรายได้รวมทั้งปี 2563 ที่ 482,000 ล้านบาท ลดลง 55.4% 

การส่งออกไทยที่เราแพ้เวียดนามไปแล้ว หดตัวปี 2563 ที่ 6.0% เทียบกับเวียดนามที่มูลค่าการส่งออกของเขาโต 7.0% จีดีพีเวียดนามโต 2.9%

อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์คาดว่า เศรษฐกิจไทยปี 2564 จะพลิกกลับมาโตได้ แม้จะเป็นตัวเลขเพียง 2.5-3.5% โดยยังเฝ้าระวังประเด็นการระบาดรอบใหม่ของ Covid-19 แต่ตัวเลขเศรษฐกิจไทยและทั่วโลกจะฟื้นตัวจากฐานต่ำในปี 2563

สภาพัฒน์จึงคาดว่า มูลค่าการส่งออกไทยกลับมาโตในปี 2564 ที่ 5.8%

ถึงแม้เราจะรู้อยู่แล้วว่า เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจาก Covid-19 อย่างรุนแรง และยังมีความไม่แน่นอนของการระบาดรอบใหม่ เพราะยังต้องรอผลสัมฤทธิ์จากการฉีดวัคซีนทั่วโลก 

การลงทุนในหุ้นไทยยังมีความเสี่ยงจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังไม่สดใส หรืออาจจะขาดทุนในช่วงเวลาวิกฤต การกระจายความเสี่ยงไปในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า เป็นประเด็นที่ควรพิจารณาในการจัดพอร์ตลงทุน

จับตาค่าเงินบาทอ่อน

ธนาคารพาณิชย์คาดว่า ค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ จะเคลื่อนไหว 29.85-30.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ประเด็นที่ต้องติดตามคือ แถลงนโยบายการเงินในช่วงครึ่งปีแรกจากประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (เฟด) ต่อสภาคองเกรสสัปดาห์นี้

ถ้า Jerome Powell ประธานเฟดแถลงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น บาทไทยจะอ่อนค่าลง ผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ของสหรัฐฯ ขยับเพิ่มขึ้น

แต่ถ้าเฟดมีมุมมองเชิงลบว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่ฟื้นตัว จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย อัดฉีดเม็ดเงินผ่าน QE คงดอกเบี้ยต่ำ ค่าเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าลง และเงินบาทขยับแข็งค่าได้ 

สัปดาห์ที่ผ่านมา ทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายต่างประเทศ มีแรงเทขายทำกำไร ตลาดหุ้นมีการขายสุทธิอยู่ที่ 2,500 ล้านบาท และตลาดพันธบัตรขายสุทธิอยู่ที่ 5,100-5,200 ล้านบาท 

ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เตรียมพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไบเดนวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบแรก โดยยังคงอยู่ในกรอบเวลาที่จะผลักดันมาตรการนี้ออกให้ได้ก่อนกลางเดือนมีนาคม

ใครที่มีพอร์ตลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ คงต้องติดตามทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด

ตลาดหุ้นเวียดนาม...ติดปีกบิน

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ได้เขียนบทความในเว็บบอร์ดสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) เกี่ยวกับตลาดหุ้นเวียดนาม สรุปได้ใจความว่า จังหวะเวลาที่หุ้นเวียดนามจะออกบิน น่าจะใกล้มาถึงแล้ว

เหตุผลที่ 1 คือ การเจริญเติบโตเศรษฐกิจเวียดนาม นักวิจัยแทบจะทุกสำนักต่างก็มองว่าจะเติบโตสูงมากใน ‘ระดับโลก’ จีดีพีเวียดนามจะโตอย่างน้อย 5-6% ต่อปี ในระยะเวลา 10-20 ปี 

เหตุผลที่ 2 คือ อัตราดอกเบี้ยขาลง ในช่วงเวลาเพียง 1 ปี ผลตอบแทนพันธบัตรเวียดนาม 10 ปี ลดลงจาก 5% เหลือ 2% เม็ดเงินลงทุนจึงไหลเข้าไปในตลาดหุ้นเวียดนามที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า และช่วยดันดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามให้พุ่งขึ้น

เหตุผลที่ 3 คือ การเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียน อย่างหุ้นในดัชนี VN30 สามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ในปี 2563 เผชิญวิกฤต Covid-19 ดังนั้นถ้าจีดีพีเวียดนามยังขยายตัวได้ กำไรบริษัทจดทะเบียนก็จะยังโตขึ้นได้อีก

เหตุผลที่ 4 คือ ความถูกของหุ้นเวียดนาม วัดจากค่า P/E (Price to Earnings) ปัจจุบันอยู่ที่ 17-18 เท่า ยังต่ำที่สุดเมื่อเทียบประเทศอื่นๆ ในอาเซียน เพราะค่า P/E เกิน 20 เท่า อย่างอินโดนีเซียไปถึง 30 เท่าแล้ว

2020-02-09-vietnam-thematic.png

‘ธีมหุ้นเวียดนาม’ ธีมใหม่ของ Jitta Wealth Thematic

เศรษฐกิจของเวียดนามยังโตได้อีกในระยะ 10 ปี บริษัทต่างชาติขนเงินมาลงทุน เกิดการจ้างงานและการส่งออกมหาศาล ทั้งหมดนี้ก็ส่งผลให้ ‘ตลาดหุ้นเวียดนาม’ มีทิศทางที่สดใส บริษัทมีผลประกอบการที่ดี

จัดพอร์ต ‘ธีมหุ้นเวียดนาม’ กับ VanEck Vectors Vietnam ETF (VNM) ลงทุนใน 28 บริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นเวียดนามหรือบริษัทต่างชาติที่มีสินทรัพย์และรายได้อย่างน้อย 50% มาจากเวียดนาม

VNM จะลงทุนให้ผลตอบแทนตาม MVIS Vietnam Index (MVVNM) รายงานผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 14.10%

ดูข้อมูล ‘ธีมหุ้นเวียดนาม’

Live: ‘เวียดนาม' ลงทุนอย่างไรให้ปัง

พบกับมุมน่าสนใจของเวียดนามและการลงทุนในหุ้นเวียดนามได้จาก 'ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร' คุณเต๋า ‘สติมา เมี้ยนละม้าย’ แห่งเพจหุ้นเวียดนาม Vietnam Value Investor และ คุณเผ่า ‘ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์’ CEO ของ Jitta Wealth

ดูวิดีโอย้อนหลัง

อ่านสรุป Live

สยามเมืองยิ้ม ขี่กระแส ‘กัญชา-กัญชง’ 

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ. นครราชสีมา เปิดคลินิกกัญชาทางการแพทย์ เพื่อเป็นคลินิกสําหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาหรือข้อสงสัยในการใช้สารสกัดจากกัญชาในการรักษาโรคหรือภาวะของโรค 

นอกจากนี้โรงพยาบาลมีแผนต่อยอดผลิตกัญชาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ พัฒนาระบบบริการสุขภาพเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาด้วยกัญชาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย หวังสร้างองค์ความรู้กัญชาแบบครบวงจรของประเทศ 

โรงพยาบาลมองว่า Medical Cannabis Service Plan นี้ จะสามารถเพิ่มโอกาสรักษาโรคให้กับประชาชนที่เจ็บป่วยทรมานจากกลุ่มโรคร้ายแรง เรื้อรัง และไม่ตอบสนองต่อการรักษา ทั้งแพทย์แผนปัจจุบันหรือแพทย์แผนไทย 

นอกจากนี้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ. เชียงใหม่ ยังได้เปิดงานแฟร์ให้ลิ้มรสชาติเมนูอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม ภายใต้ชื่อ 'แม่โจ้ชวนยิ้ม ชิมกัญชา' จาก 47 ร้านชื่อดัง ภายใต้การดูแลจากศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ 

ทางแม่โจ้ ได้รับต้นแบบมาจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในปราจีนบุรี ที่ริเริ่มทดลองพัฒนาเมนูอาหาร ขนม และเครื่องดื่มจากกัญชา ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ในงานแฟร์ แต่ละร้านจะพัฒนา 3 เมนูจากใบกัญชาที่ ม. แม่โจ้ปลูกและเก็บเกี่ยวให้ร้านละ 200 กรัม ส่วนผู้เข้าร่วมงานจะได้คูปองลองชิมคนละ 5 เมนูเท่านั้น

นอกจากนี้องค์การเภสัชกรรมยังได้เซ็นสัญญากับกลุ่มวิสาหกิจเพลาเพลินฯ จ. บุรีรัมย์ ในการซื้อช่อดอกกัญชาอบแห้ง นับเป็นชุมชนกลุ่มแรกที่ขายสมุนไพรกัญชาให้หน่วยงานผลิตยาของรัฐ โดยจะเก็บเกี่ยวล็อตแรก 18 กก. ในช่วงเดือน มิ.ย. นี้

องค์การเภสัชกรรมเตรียมจะเซ็นสัญญาซื้อขายสมุนไพรกัญชาจากวิสาหกิจชุมชนจาก จ. ลำปาง จ. นครราชสีมา และจ. แม่ฮ่องสอนในเร็วๆ นี้ และอย. ก็ได้อนุมัติให้ปลูกกัญชาไปแล้ว 82 วิสาหกิจชุมชน

2021-02-23-cannabis-banner.png

23 ก.พ. | 19:00 น. Live: สายเขียวต้องมา กัญชาต้องมี

 

สองผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพแนวหน้าของไทย ‘คุณมารุต ชุ่มขุนทด’ CEO และผู้ร่วมก่อตั้ง Class Cafe เจ้าแรกในไทยที่วิจัยและพัฒนาอาหารเครื่องดื่มจากกัญชาสำเร็จ และคุณเผ่า ‘ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์’ จะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับโอกาสเติบโตของธุรกิจกัญชา ทั้งในไทยและต่างประเทศ

กด Going เพื่อรับการแจ้งเตือน

พอร์ตเขียวรับสายเขียว

คุณอะตอมจากเพจ ไดอารี่การเงิน - Money Diaries รีวิวเทรนด์การลงทุนในธุรกิจกัญชาที่กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งโลก และอัปเดตพอร์ตลงทุนจริงที่ได้ลงทุนกับ Jitta Wealth Thematic

ดูวิดีโอ

เจาะลึก ETF ‘หุ้นกัญชา’ ทั่วโลก

เหตุการณ์ Short Squeeze 'หุ้นกัญชา' เมื่อต้นเดือนก.พ. สะเทือน ETF 'หุ้นกัญชา' ทั่วโลก นักลงทุนจะรับมืออย่างไร ยังมั่นใจใน ETF 'หุ้นกัญชา' และธุรกิจกัญชาได้อีกหรือไม่ ลองทำความรู้จัก ETF 'หุ้นกัญชา' ทั่วโลก

อ่านต่อ

วัคซีนจากจีน ถึงไทย 24 ก.พ. นี้

กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่า วัคซีน 2 แสนโดสแรก จาก Sinovac จะมาถึงไทยวันที่ 24 ก.พ.นี้  จากนั้นล็อตที่ 2 จำนวน 8 แสนโดสจะมาถึงเดือนมี.ค. และล็อตที่ 3 อีก 1 ล้านโดส มาถึงเดือนเม.ย.

โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะตรวจคุณภาพวัคซีน ซึ่งใช้เวลา 5 วัน แล้วจะกระจายไปยังจังหวัดเป้าหมาย คือ พื้นที่สีแดงและสีส้ม ได้แก่ สมุทรสาคร กรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสงคราม นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี ตาก ราชบุรี 

มี 3 กลุ่มที่ได้รับวัคซีนก่อน ได้แก่ 1. บุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุข อสม. และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการควบคุม Covid-19 2. ประชาชนที่ป่วยโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจ และหลอดเลือด ไตเรื้อรังโรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง เบาหวาน 3. ประชาชนทั่วไปอายุ 18-59 ปี ที่ทำงานด้านการท่องเที่ยว แรงงานภาคอุตสาหกรรม ผู้ที่ต้องเดินทางระหว่างประเทศ 

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังต้องจัดการระบบขนส่งกระจายวัคซีน เพราะมีวัคซีนจำนวนมาก และต้องใช้รถห้องเย็นที่ควบคุมอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส จึงต้องหารถขนส่งเพิ่มเติม โดยจะขอความร่วมมือภาคเอกชนมาช่วยสนับสนุนการกระจายวัคซีนด้วย

ล่าสุด ก.ล.ต. ออนตาริโอ แคนาดา อนุมัติเปิดกองทุน Purpose Bitcoin ETF เป็น ETF แรกของโลกที่ลงทุนใน Bitcoin ETF นี้ออกแบบมาเพื่อติดตามราคาตลาดของ Bitcoin แต่จะหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายปีละ 1% ซึ่งค่อนข้างแพงเหมือนกัน

เห็นได้ชัดว่า ธีมการลงทุนใหม่ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และจัดตั้งเป็น ETF เพื่อกระจายการลงทุนในบริษัทจดทะเบียนตามนโยบายของ ETF หากคุณสนใจธีมการลงทุนที่ยังไม่มีใน Thematic ก็กระซิบบอกเรามาได้

หากทางทีมงานเห็นว่าเป็นธีมที่มีแนวโน้มเป็นเมกะเทรนด์ และมีโอกาสเติบโตในระยะยาว อาจจะนำมาเพิ่มเป็นทางเลือกให้คุณลงทุนอีกก็ได้

แป๊บๆ ก็จะสิ้นเดือนที่สองของปีแล้ว ขอให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง รอรับวัคซีนที่กำลังจะถูกกระจายฉีดทั่วประเทศในอีกไม่นาน

อ่าน Jitta Wealth Journal ย้อนหลัง

‘หุ้นกัญชา’ ขึ้นแรง รับมืออย่างไร

เวียดนามเตรียมใช้ Circuit Breaker

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด