อินเดียส่งออกวัคซีน Covid-19

26 มกราคม 2564 ● Jitta Wealth Journal

แผนกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดันตลาดหุ้นขึ้นทั่วโลก

สัปดาห์นี้ เราจะมาติดตาม

  • แผนการรับมือวิกฤตของ Joe Biden
  • นโยบายสหรัฐฯ ที่นักลงทุนควรจับตามอง
  • วัคซีน Covid-19 ที่อินเดียผลิต และส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอเมริกาใต้
  • แรปเปอร์ชื่อดัง Jay-Z สนับสนุนธุรกิจกัญชา
  • และแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของจีน

มาเริ่มกันเลย

Biden รับมือกับวิกฤต Covid-19 ได้หรือไม่

เข้าทำงานวันแรกในฐานะประธานาธิบดี Biden เซ็นคำสั่งบริหาร 17 ฉบับ เรียกได้ว่า มากกว่าอดีตประธานาธิบดี 4 คนก่อนหน้านี้ และอย่างที่รู้กันว่า เขาจะรื้อนโยบายที่ Trump ได้ทำไว้ดูเหมือนว่า สภาคองเกรสเสียงแตก อาจจะทำให้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจแรกภายใต้การบริหารของ Biden ต้องเจออุปสรรค แต่ตลาดหุ้นทั่วโลก ต่างวิ่งขึ้นไปรอแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของ Biden แล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการกลับเข้าร่วม Paris Agreement ต่อต้านสภาวะโลกร้อน ยกเลิกการสร้างกำแพงแนวชายแดนสหรัฐฯ และเม็กซิโก รวมทั้งยกเลิกข้อห้ามคนจากประเทศมุสลิม 7 ประเทศเข้าสหรัฐฯ 

แต่ Biden ยังต้องเผชิญความท้าทายในการบริหารประเทศ เพราะวิกฤต Covid-19 ยังระบาด ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัว และคนว่างงานเพิ่มขึ้น 

Biden ชูแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะต้องได้รับการโหวตจากสภาคองเกรส แต่เริ่มมีข้อกังขาจากฝั่ง Republican ว่า แผนนี้ใช้เม็ดเงินสูงเกินไปหรือไม่

ตอน Trump ยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ได้ผ่านแผนกระตุ้นเศรษฐกิจไปแล้ว 2 แผน คือ วงเงิน 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านสภาเดือนมี.ค. 63 และ 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านสภาเดือนธ.ค. 63

Republican มองว่า ยังเร็วไปที่จะอัดงบกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากที่ผ่านแผนล่าสุด เมื่อเดือนธ.ค. ขณะที่ Democrat ยืนยันว่า ไม่สามารถรอได้ เป็นแผนฉุกเฉิน สหรัฐฯ ยังจำเป็นต้องพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ได้

ดูเหมือนว่า สภาคองเกรสเสียงแตก อาจจะทำให้แผนกระตุ้นเศรษฐกิจแรกภายใต้การบริหารของ Biden ต้องเจออุปสรรค แต่ตลาดหุ้นทั่วโลก ต่างวิ่งขึ้นไปรอแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของ Biden แล้ว

นักลงทุนควรคาดหวังอะไรบ้างจาก Biden

Morgan Stanley ธนาคารเพื่อการลงทุนข้ามชาติของอเมริกา คาดการณ์ 3 นโยบายที่ Biden จะเร่งจัดการและแก้ปัญหา กับอีก 1 นโยบายที่ไม่เร่งด่วน แต่อาจจะถูกผลักดันให้มีความชัดเจนในช่วง 4 ปีหลังจากนี้

  • แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของ Biden จะหาทางลงได้ และผ่านสภาคองเกรสภายในไตรมาสแรกของปี 2563 ทำให้มีการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ก็กดดันผลตอบแทนพันธบัตรให้ต่ำต่อเนื่อง
  • สหรัฐฯ อาจขึ้นภาษีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา แต่กว่าจะตกลงกันได้ ก็คงมีผลในปีหน้า และส่งผลกระทบระดับปานกลางกับนิติบุคคลและผู้มีรายได้สูงเท่านั้น
  • สงครามการค้ากับจีนอาจดำเนินต่อไป เพราะนโยบายกำแพงภาษีและมาตรการกีดกันทางการค้าต่างๆ ที่ Trump ได้ทำมาตลอดนั้น สภาคองเกรส ทั้ง Democrat และ Republican ต่างสนับสนุน
  • บริษัทเทคโนโลยีอาจโดนรัฐออกกฎหมายควบคุม แม้จะมีเรื่องที่สำคัญกว่าอย่าง Covid-19 และสถานการณ์เศรษฐกิจให้รับมือ แต่เหตุการณ์จลาจลในสภาคองเกรสเมื่อต้นเดือน อาจทำให้สภาเร่งออกกฎหมายควบคุมสื่อโซเชียลเพื่อป้องกันแนวคิดหัวรุนแรงแพร่กระจายภายในประเทศ
วัคซีนอินเดีย ไปไกลทั่วโลก

อินเดียส่งออกวัคซีนที่พัฒนาเองในเชิงพาณิชย์ชื่อ Covaxin ไปยังบราซิลและโมร็อกโก และส่งฟรีให้กับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างมัลดีฟส์ ภูฏาน บังคลาเทศ และเนปาล

นอกจากนี้รัฐบาลอินเดียได้อบรมผู้จัดการโครงการสร้างภูมิคุ้มกัน Covid-19 ให้กับ 13 ประเทศที่ใช้วัคซีนจากอินเดียด้วย

Covaxin เป็นวัคซีนที่บริษัท Bharat Biotech International พัฒนาร่วมกับรัฐวิสาหกิจ Indian Council of Medical Research ได้รับอนุมัติให้ใช้วัคซีนเป็นการฉุกเฉิน 

รัฐบาลอินเดียเตรียมจะกระจายวัคซีน Covaxin ไปอีก 7 รัฐ หลังจากที่ส่งไปแล้ว 12 รัฐในประเทศ วางแผนจะฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ 30 ล้านคนทั่วประเทศ

อินเดียรายงานว่า ฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ไปแล้ว 1.6 ล้านคน ท่ามกลางข้อกังขาจากแพทย์ว่า Covaxin ได้รับการอนุมัติโดยไม่มีข้อมูลจากการทดลองขั้นสุดท้าย มีแค่การยืนยันจากรัฐบาลว่า มันปลอดภัย

คงต้องลุ้นกันต่อว่า วัคซีนที่อินเดียพัฒนาเอง จะแสดงผลอย่างไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือ อินเดียหวังจะคุมวิกฤต Covid-19 ในประเทศให้ได้โดยเร็วที่สุด ในฐานะที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ

แม้แต่ Jay-Z ยังลงทุนกัญชา

Jay-Z นักร้องแรปเปอร์เตรียมให้สนับสนุนทุนจำนวน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อส่งเสริมสตาร์ตอัพในธุรกิจกัญชา เจาะจงเฉพาะกลุ่มคนผิวสีให้มีโอกาสลงทุนในธุรกิจนี้ 

โดย Jax-Z มองว่า ยังมีความไม่เท่าเทียมกัน หากคนผิวสีทำเกี่ยวข้องกับกัญชา ซึ่งจะถูกลงโทษด้วยข้อหายาเสพติด  

แต่กลุ่มคนที่กอบโกยรายได้จากการปลดล็อกกัญชาในสหรัฐฯ ให้ถูกกฎหมาย มีเพียงไม่กี่กลุ่มเท่านั้น ขณะที่อุตสาหกรรมนี้มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

รัฐแคลิฟอร์เนียได้ปลดล็อกให้กัญชาสามารถนำไปใช้ได้ในทางการแพทย์มาแล้ว 25 ปี และธุรกิจกัญชาที่ถูกกฎหมายในสหรัฐฯ ก็มีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Cowen & Co ธนาคารเพื่อการลงทุนอิสระข้ามชาติ คาดว่า ธุรกิจกัญชาจะโตถึง 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573

ลงทุนรับกระแสเสรีกัญชา

คุณเผ่า ตราวุทธิ์ ได้โฟนอินเข้ารายการ Money Brief (นาทีที่ 12:45) ของ Money Chat เล่าเรื่องโอกาสการลงทุนธุรกิจกัญชา หลังจากที่หลายๆ ประเทศ รวมทั้งไทย ปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด

ยอดขายกัญชาปีที่แล้วทั่วโลก มีมูลค่ากว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนแค่ 10% ของตลาดทั้งหมด ส่วนอีก 90% ยังซื้อขายแบบผิดกฎหมายอยู่

โอกาสธุรกิจการปลูกและแปรรูปกัญชายังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก และจะแทรกซึมเข้าไปในตลาดกลุ่ม 90% ได้ในอนาคต

ดูวิดีโอย้อนหลัง

ลงทุนกัญชา กับ Jitta Wealth Thematic

ไม่พลาดโอกาสการลงทุนในกัญชา กับธีมใหม่ ธุรกิจกัญชา (Cannabis) ลงทุนในกองทุน ETFMG Alternative Harvest ETF (MJ) 

พอร์ตลงทุน MJ อยู่ในอุตสาหกรรมการเพาะปลูกและแปรรูปกัญชา โดยอิงกับดัชนี Prime Alternative Harvest Index น้ำหนักการลงทุนยังอยู่ในสหรัฐฯ เป็นหลัก

ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 11.52% แต่ผลตอบแทนไตรมาสที่ 4 ปี 2563 สูงถึง 70%

คุณลงทุนในธีมกัญชา จัดพอร์ตร่วมกับธีมตลาดหุ้นและธีมธุรกิจอื่นๆ ได้ 1-5 ธีมครับ เงินลงทุนเริ่มต้น 100,000 บาท เพิ่มทุนครั้งละ 10,000 บาท

ดูรายละเอียด

จีนยกเครื่องแผนพัฒนาเทคโนโลยี

เพราะท่าทีสหรัฐฯ ยังไม่แน่ว่าจะกลับมาร่วมมือทางการค้ากับจีนหรือไม่ ทำให้ทางการจีนต้องจับมือกับภาคเอกชน ประกาศ New Infrastructure Initiative แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีในระยะเวลา 5 ปี เพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตโดยไม่ต้องพึ่งพาประเทศอื่นๆ

ที่ผ่านมาบริษัทเทคโนโลยีในจีนต้องพึ่งพาเทคโนโลยีระดับสูงอย่าง 5G เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยี AI จากสหรัฐฯ แต่เนื่องจาก Trump สั่งห้ามส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังประเทศจีน ทำให้จีนต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวขึ้นมาเอง โดย New Infrastructure Initiative นี้ ครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่

  • เครือข่าย 5G
  • เครือข่ายไฟฟ้าแรงสูงอัลตร้า (UHV)
  • รถไฟความเร็วสูง และขนส่งระบบรางระหว่างเมือง
  • สถานีชาร์ตรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
  • ศูนย์ Big Data
  • ปัญญาประดิษฐ์
  • อินเทอร์เน็ตระดับอุตสาหกรรม

คาดว่าต่อจากนี้อีก 5 ปี ธุรกิจเทคโนโลยีเหล่านี้ในประเทศจีนน่าจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้วยเงินลงทุนรวมกว่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ลงทุนบริษัทเทคโนโลยีจีน ที่น่าจะได้รับผลประโยชน์จากนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน New Infrastructure Initiative ผ่าน Jitta Wealth Thematic กลุ่มเทคโนโลยีจีน ดูรายละเอียดที่นี่

ลงทุนหุ้นแห่งอนาคตแบบมนุษย์เงินเดือน

คุณเผ่า ตราวุทธิ์ ได้จัดไลฟ์สดผ่าน Zoom ร่วมกับคุณหนุ่มจากเพจ Money Coach ได้พูดถึงโอกาสการลงทุนในธุรกิจเมกะเทรนด์ ที่ได้รับประโยชน์จากวิกฤต Covid-19

การลงทุนใน ETF ต่างประเทศกับ Jitta Wealth เป็นยังไง คุณเผ่ามีมุมมองต่อการลงทุนในหุ้นช่วงที่วิกฤติยังไม่คลี่คลายอย่างไร

ดูวิดีโอ

สรุปเนื้อหา Live

ตอนนี้สปอตไลต์จะยังฉายไปที่ความเคลื่อนไหวของ Biden ว่าจะออกนโยบายอะไร จะกระทบต่อตลาดหุ้น อัตราแลกเปลี่ยน ราคาทองและน้ำมันหรือไม่

ความคาดหวังจากนักลงทุนอย่างเราๆ คงอยากเห็นสถานการณ์ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะวิกฤต Covid-19 เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อทั่วโลกเฉียด 100 ล้านคน...น่ากลัวมาก

สะท้อนว่า เศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่สามารถฟื้นได้ในเร็ววัน และผลประกอบการบริษัททั่วโลกก็ยังไม่สดใส

ทิศทางการลงทุนช่วงนี้ เลือกธุรกิจที่ได้ประโยชน์จาก Covid-19 หรือเป็นธุรกิจเมกะเทรนด์ พอร์ตลงทุนของคุณจะโตอย่างยั่งยืน

แล้วพบกันสัปดาห์หน้า

อ่าน Jitta Wealth Journal สัปดาห์ที่ผ่านมา

กัญชาเสรีในไทย...ที่แรกในอาเซียน

Big Tech ที่ใหญ่กว่าประธานาธิบดี

บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
1111/9-10 ถนนลาดพร้าว แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900



สงวนลิขสิทธิ์ © 2020 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด
เนื้อหาทั้งหมดบนเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด (“Jitta Wealth”) ผู้บริหารจัดการบัญชีกองทุนส่วนบุคคล Jitta Wealth ที่ได้รับใบอนุญาตบริหารจัดการกองทุนประเภท ค เลขที่ ลค-0105-01 และดำเนินการภายใต้การกำกับ ดูแลของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) Jitta Wealth ให้บริการกองทุนส่วนบุคคลสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ที่ต้องการนำเงินมาลงทุนในตลาดทุน โดยใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์หุ้นและกลยุทธ์การลงทุนที่จัดทำโดยบริษัทจิตตะ ดอท คอม จำกัด (“Jitta.com”) บริหารจัดการให้แบบอัตโนมัติ เพื่อผลตอบแทนระยะยาวที่สูงกว่าดัชนีตลาด การลงทุนมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียกำไรหรือเงินต้น กลยุทธ์การลงทุนของ Jitta Wealth ใช้ข้อมูลวิเคราะห์หุ้นของ Jitta.com ซึ่งคิดคำนวณจากข้อมูล ในอดีต อัตราผลตอบแทนที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นสมมุติฐานทางสถิติจากข้อมูลที่มี เพื่อใช้ประกอบการอธิบายรายละเอียดบริการเท่านั้น ไม่สามารถใช้รับประกันผลตอบแทนในอนาคตได้ สถานการณ์ในโลกที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะแง่บวกหรือแง่ลบ สามารถส่งผลกระทบ ต่อทั้งอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจทำให้พอร์ตหุ้นที่มีการกระจายความเสี่ยงค่อนข้างมากแล้ว ประสบความผันผวนด้านราคาได้ Jitta Wealth ได้รับอนุญาตให้บริหารจัดการกองทุนเพื่อช่วยผู้ลงทุนบรรลุเป้าหมายด้านการเงินผ่านการ ลงทุนในสินทรัพย์ประเภท หุ้นโดยไม่มีเจตนาแนะนำความเหมาะสมของกลยุทธ์การลงทุนใดๆ แก่ผู้ลงทุน ผู้ลงทุนควรคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนส่วนตัว และค่าธรรมเนียมต่างๆ ของ Jitta Wealth ก่อนลงทุน
“Jitta Wealth” เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนจิตตะ เวลธ์ จำกัด